
ใครกันหนอที่คิดประโยค “ความเปลี่ยนแปลง เป็นนิรันดร” อาจจะฟังดูโบราณหน่อย แต่มันเป็นความจริงอย่างร้ายกาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวงการกีฬา เพื่อความอยู่รอดทุกอย่างมิอาจหยุดนิ่งได้ครับ
การปรับเปลี่ยน กฎ กติกา วิธีการเล่น เพื่อรักษาความนิยมของแต่ละประเภทกีฬา เป็นเรื่องที่มีการกระทำกันอยู่ตลอดเวลา เพื่อรักษาความนิยมของฐานผู้ชมและผู้เล่น ใครที่มัวยึดติดอาจจะมีความรู้สึกแปลกๆในทำนองต่อต้าน แต่สุดท้ายก็คงต้องยอมรับและอยู่กับมันให้ได้
ในอดีตสมัยที่เรายังเฝ้าอยู่หน้าจอชมการถ่ายทอดสดเทนนิสวิมเบิลดันจากอังกฤษ ใครเลยจะไปคาดคิดว่า วันหนึ่งออล อิงแลนด์ จะมีการปรับให้มีการสร้างหลังคาคอร์ตเพื่อป้องกันการหยุดเล่นบ่อยเนื่องจากฝนตก นอกเหนือจากนั้นยังมีการพยายามปรับเปลี่ยนกฎกติกาอื่นๆ เพื่อให้การแข่งขันมีความกระชับขึ้น เช่น แก้ไขการตัดสินไทเบรกในเซ็ตสุดท้ายเพื่อป้องกันการแข่งขันยืดเยื้อแบบมาราธอน
สนุกเกอร์ เป็นกีฬาอีกประเภทที่เกือบจะพับฐานหมดความนิยมไปแล้วครั้งหนึ่งในช่วงยุคมิลเลนเนียม ทุกอย่างดูโบราณและเชื่องช้าล้าสมัยไปหมด ประกอบกับไม่มีนักสอยคิวแม่เหล็กอย่าง สตีฟ เดวิส หรือ สตีเฟ่น เฮนดรี้ มี รอนนี่ โอ ซุลลิแวน ผูกขาดความสำเร็จอยู่คนเดียว ตอนนั้นก็ต้องมีการปรับกันใหม่อย่างมโหฬาร ทั้งการจัดแข่งขัน ไปจนถึงการแต่งกายของบรรดานักสอยคิวเลยขนาดนั้น
ฟุตบอล เองแม้ป๊อบปูล่าร์มากที่สุด ก็ยังเคยมียุคตกต่ำช่วงปลายทศวรรษที่ 80 ความล้าสมัยของสนามแข่งขันและแฟนบอลฮูลิแกน จนถึงขั้นทำให้มีโศกนาฏกรรมและการแบนสโมสรและแฟนบอลของบางทีมออกจากการแข่งขัน หลังจากนั้นจึงมีการออกกฎหาวิธีป้องกันต่างๆ รวมทั้งการสร้างลีกใหม่ๆขึ้นมา อย่าง พรีเมียร์ลีก หรือ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เพื่อให้นักเตะเก่งๆ หรือทีมระดับชั้นนำ ได้มีโอกาสโคจรมาพบกันบ่อยครั้งขึ้น พูดง่ายๆว่าคนดูอยากเห็นอะไรก็จัดให้นั่นแหล่ะ ถ้าใครคิดทวนกระแสนี้ เห็นทีจะอยู่ลำบาก
ยุคปัจจุบัน โลกลูกหนังพยายาม คิดหาวิธีลบข้อด้อยในการตัดสินของกรรมการโดยการนำเทคโนโลยี VAR เข้ามาช่วย แรกๆก็ทำท่าว่าจะดี แต่ระยะหลังติดเป็นคุณพ่อละเอียดมากไปหน่อย เซ็นสองเซ็นจะเอาให้ได้ กลัวว่าจะสร้างความรำคาญมากกว่าความถูกต้องเสียมากกว่า
ที่นี้ถึงคำถามที่น่าสนใจว่าแล้วต่อไปกีฬาประเภทใดถึงคิวต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มีข้อมูลทางการตลาดออกมาว่าน่าจะเป็น กอล์ฟ ครับ เพราะระยะหลังความนิยมของผู้ชม รวมทั้งอุปกรณ์มียอดขายที่ลดลงผิดกับเมื่อ 10 ปีที่แล้ว
มิหนำซ้ำวิเคราะห์แล้วแนวโน้มของคนเล่นกีฬาประเภทนี้จะเป็นผู้สูงวัยมากขึ้น เพราะคนรุ่นใหม่เริ่มรู้สึกว่าจะหาเวลามาเล่นลำบาก เล่นที 18 หลุมต้องใช้เวลาไปครึ่งวัน ไม่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบในวิถีปัจจุบัน
ส่วนเรื่องในสนามบรรดาสวิงแม่เหล็กอย่าง ฟิล มิคเคลสัน หรือ ไทเกอร์ วู้ดส์ โรยลาลงไป ขณะที่นักกอล์ฟวัยรุ่นกว่าอย่าง รอรี่ย์ แม็คอิลรอย หรือ ริคกี้ ฟาวเล่อร์ ก็ไม่สามารถขึ้นมาทาบรัศมีแบบเต็มตัว
คงต้องจับตามองว่ากีฬาประเภทนี้จะขยับปรับตัวกันอย่างไรต่อไป ทั้งเรื่องของกติกาการเล่นและการจัดการแข่งขัน ทัวร์ต่างๆที่ดูเหมือนปริมาณมันมากมายจนโปรและคนดูเองแทบจะไม่ค่อยได้พัก ดังนั้นไม่แน่เหมือนกันว่า ต่อไปแฟนๆอาจได้เห็นความพลิกผันครั้งใหญ่เกิดขึ้นกับกีฬาคอนเซอร์เวทีฟที่สุดอย่างกอล์ฟ
สุดท้ายเมื่อกาลเวลาผ่านไป สิ่งที่พิสูจน์ให้เราเห็นแท้แน่ชัดมาตลอดคือ ไม่มีอะไรขัดขวาง“สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง”ได้ ดีที่สุดคือการเตรียมตัวรับมือกับมันเท่านั้น.






























