Home Trending Story Trend ในประเทศ บริจาคเพื่อป้องกัน ลดความสูญเสียในอนาคต

บริจาคเพื่อป้องกัน ลดความสูญเสียในอนาคต

เหตุน้ำท่วมที่จังหวัดอุบลราชธานี ดูจะเป็นพิบัติภัยทางธรรมชาติอีกครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้นในเมืองไทย และในทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ก็จะมีการบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือคนในพื้นที่ ซึ่งถือว่าเป็นการช่วยเหลือพร้อมกับให้กำลังใจเพื่อนร่วมชาติว่า “คนไทยไม่ทิ้งกัน” แต่การบริจาคนั้นถ้าจะให้เกิดความช่วยเหลือสูงสุด คือการบริจาคเพื่อป้องกันดังซึ่งแนวคิดนี้จะทำให้พื้นที่ที่ประสบกับภัยธรรมชาติ ได้รับความเสียหายน้อยลงในอนาคต และทำให้ผู้สูญเสียลดจำนวนลง ทีนี้เรามาดูกันว่าแนวคิดบริจาคเพื่อป้องกันนั้นเป็นเช่นไร และ ต้องทำอย่างไร

1.

ทั้งนี้การบริจาคเงิน หรือ สิ่งของที่จำเป็นให้กับผู้ที่ประสบภัยทางธรรมชาตินั้นนับว่าเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นเพื่อให้ผู้ประสบภัย สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความเสียหาย และหลังจากนั้นความช่วยเหลือจากทางภาครัฐก็จะตามมา แต่สิ่งหนึ่งที่มักจะลืมกันคือการช่วยเหลือเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุพิบัติภัยทางธรรมชาติกลับมาสร้างความเสียหายร้ายแรงได้อีก

จึงเป็นที่มาของคำว่า “บริจาคเพื่อช่วยเหลือ และ ป้องกัน” ซึ่งเป็นแนวคิดที่มาจากหนังสือ Doing Good Better ของวิลเลี่ยม แมคอาสคิล อาจารย์สอนวิชาปรัชญาแห่งมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ที่ได้ตั้งคำถามถึงการช่วยเหลือที่ได้ผลมากที่สุดแก่ผู้ประสบกับพิบัติภัย ซึ่งในหนังสือดังกล่าว อาจารย์วิลเลี่ยมส์ได้เขียนถึงประเด็นการบริจาคเพื่อช่วยเหลือนั้นจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดของการบริจาคหรือไม่

2.

โดยในรายละเอียดของประเด็นนี้ได้ระบุเอาไว้ว่า “การบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยนั้นเป็นสิ่งที่ดี เพราะหมายถึงการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ไปยังผู้ประสบภัย แต่ถ้าจะให้การบริจาคเกิดประโยชน์มากที่สุดคือ การบริจาคเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภัยพิบัติขึ้นซ้ำสอง หรือ ใช้เงินบริจาคเพื่อสร้างการป้องกันให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด”

ดังเช่นภัยธรรมชาติอย่างการเกิดแผ่นดินไหว เรามักจะคิดถึงแต่การบริจาคเงินหรือสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่การบริจาคทำได้มากกว่านั้น หากนำเงินบริจาคไปสร้างอาคาร หรือ เสริมความแข็งแรงของอาคารเพื่อทำให้อาคารในพื้นที่มีความแข็งแรงเพียงพอ ที่จะทนต่อแผ่นดินไหวได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งการป้องกันในลักษณะดังกล่าวก็จะสามารถป้องกันให้ผู้คนในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อแผ่นดินไหวรวมไปถึงสภาพเมืองให้ไม่เสียหายมากจนเกินไปนัก

3.

การป้องกันอีกทางคือการ ให้เงินสนับสนุนสถาบันที่หรือ องค์กร ที่ทำหน้าที่ติดตามและวิเคราะห์สภาพอากาศ เพราะผลของการศึกษาจากองค์กรเหล่านี้ คือข้อมูลสำคัญที่จะทำให้คนทั่วไปได้รับรู้ว่าโอกาสที่พื้นที่ที่พวกเขาอยู่อาศัยจะเกิดภัยธรรชาติได้เมื่อไรบ้าง อันจะทำให้คนในพื้นที่มีเวลาเตรียมตัว หรือ อพยพไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย

หรือพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมบ่อย หากมีการลงพื้นที่ศึกษา และ หาสาเหตุที่ทำให้เมืองต้องกลายเป็นเมืองบาดาลในทุกปี ก็จะสามารถหาทางป้องกันได้ และ เงินบริจาคก็จะมีประโยชน์มากที่สุด เพราะ เงินบริจาคจำนวนมาก หากสามารถนำมาปรับปรุงพื้นที่เพื่อไม่เกิดน้ำท่วมในปีหน้า ก็จะทำให้เกิดความเสียหายต่อคนและเศรษฐกิจ น้อยลง ในปีต่อๆไปแม้จะเกิดความแปรปรวนของสภาพอากาศ หากแต่เมืองที่ได้สร้างเกราะป้องกัน ก็จะทำให้คนที่อยู่ในเมืองดำรงชีวิตอยู่ได้ โดยไม่ต้องรอน้ำลด ดังเช่นในอดีต

ในหนังสือของ อาจารย์วิลเลี่ยมส์ ยังได้ระบุเอาไว้ว่ายิ่งคุณบริจาคเงินเพราะมีอารมณ์สงสาร มากเท่าไร สิ่งที่ผู้รับบริจาคจะได้รับกลับไปก็มีน้อยลงเท่านั้น แต่ถ้าคุณบริจาคโดยคิดถึงการป้องกันร่วมไปด้วย โอกาสที่ที่ผู้รับบริจาคจะรู้สึกว่าได้รับสิ่งที่มีคุณค่าก็จะมีมากขึ้น