ทุกครั้งที่เกิดเรื่องเศร้าบนสนามแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต ‘ความปลอดภัย’ กลายเป็นประเด็นที่ถูกนำมาพูดถึงในทุกๆครั้ง รวมถึงความสูญเสียล่าสุด ที่ อองตวน อูแบร์ นักขับชาวฝรั่งเศส เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในศึกฟอร์มูล่า ทู ที่ประเทศเบลเยี่ยม

ที่ผ่านมาสาเหตุการเสียชีวิตของนักขับในสนามแข่งรถ ถูกนำมาวิเคราะห์และพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งนอกจากจะใช้ในสนามแข่งแล้ว ยังถูกถ่ายทอดมาสู่รถยนต์ที่เราใช้กันบนท้องถนนทุกวันนี้
เผยรถ ‘ฟอร์มูล่า ทู’ ปลอดภัยระดับรถเอฟวัน
การแข่งขันฟอร์มูล่า ทู ถือเป็นบันไดขั้นสุดท้ายก่อนที่นักขับจะก้าวขึ้นสู่การแข่งขันฟอร์มูล่า วัน ซึ่งรถที่ใช้แข่งขันถูกกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยโดยสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (เอฟไอเอ) ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับรถเอฟวัน โดยหัวใจของความปลอดภัยคือ Survival cell ที่เป็นเกราะปกป้องนักขับ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตัวรถ (Monocoque)

ซึ่ง Survival cell ผลิตจากวัสดุที่เป็นคาร์บอนไฟเบอร์ 12 ชั้น และอลูมิเนียมรูปรังผึ้งที่มีความทนทานในระดับสูง อย่างไรก็ดีจากอุบัติเหตุครั้งนี้ของ อองตวน อูแบร์ รถของเขาที่เสียหลักถูกรถของคู่แข่งพุ่งชนเต็มเข้าเต็มลำที่ความเร็วระดับ 250 กม./ชม. ส่งผลให้ตัวรถขาดเป็นสองท่อน ซึ่งถือเป็นการบ้านชิ้นสำคัญที่ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องหาทางป้องกันต่อไป
เทคโนโลยีที่เกิดขึ้น หลังเรื่องเศร้าในสนามแข่ง
ปัจจุบันความปลอดภัยในสนามแข่งถือว่ายกระดับขึ้นมาจากในอดีตค่อนข้างมาก ส่วนหนึ่้งมาจากการวิเคราะห์หาทางป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำสอง และมีการพัฒนาจนกลายเป็นกติกาด้านความปลอดภัยที่ต้องบังคับใช้ในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตยุคปัจจุบัน ซึ่งมีตัวอย่างดังต่อไปนี้
สายเคเบิลยึดล้อรถ (Wheel Tethers)
สาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในสนามแข่งมาจากอาการบาดเจ็บที่ศีรษะและคอ อย่างเช่นในกรณีของไอร์ตัน เซนนา ตำนานนักขับบราซิเลียน ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่สนามอิโมลา ในซานมาริโนในปี 1994 โดยยอดนักขับทีมวิลเลียมส์ ถูกล้อรถของตัวเองหลุดมากระแทกหมวกกันน็อคอย่างรุนแรง หลังขับชนกำแพงบริเวณโค้งแทมบูเรลโล่

หลังจากนั้นองค์กรที่เกี่ยวข้องพยายามหาวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียในกรณีดังกล่าว และในปี 1998 เอฟไอเอ ได้ออกกฎให้รถแข่งทุกคันติดสายเคเบิลที่ผลิตจากวัสดุพอลิเมอร์ชนิดพิเศษซึ่งมีความทนทานสูง ยึดล้อให้ติดกับตัวรถตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ล้อรถหลุดออกไปโดนทั้ง นักขับ เจ้าหน้าที่ หรือกระทั่งผู้ชม หากรถคันนั้นเกิดอุบัติเหตุ
อุปกรณ์ปกป้องศีรษะและคอ (HANS device)
HANS device หรือที่ย่อมาจาก Head and Neck support กลายเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นของนักแข่งรถทุกระดับในปัจจุบัน เกิดขึ้นจากแนวคิดของ ด็อกเตอร์ โรเบิร์ต ฮับบาร์ด แห่งมหาวิทยาลัยรัฐมิชิแกน หลังจากที่แพทริก ฌัคมาร์ท เพื่อนสนิทของเขาเสียชีวิตจากการแข่งรถในประเทศ เนื่องกะโหลกศีรษะร้าวจากแรงกระแทกในปี 1980

หลังจากนั้น จากการเสียชีวิตของ ไอร์ตัน เซนน่า ในศึกเอฟวันปี 1994 และ เดล เอิร์นฮาร์ท ในศึกนาสคาร์ปี 2001 ทำให้ทุกฝ่ายตื่นตัวมากขึ้น ก่อนที่ในปี 2003 เอฟไอเอจะประกาศบังคับให้นักแข่งทุกคนใส่ HANS device เพื่อป้องกันอันตรายบริเวณศีรษะและคอ มาจนถึงปัจจุบัน
โครงกันกระแทก (Halo)
อีกหนึ่งแนวทางการปกป้องศีรษะของนักขับในรถล้อเปิด ที่มีการศึกษา พัฒนา และทดสอบกันมาอย่างยาวนาน นั่นก็คือ Halo หรือโครงกันกระแทกที่ทำหน้าที่ปกป้องศีรษะนักขับจากด้านหน้า ก่อนที่ในปี 2018 เอฟไอเอ จะประกาศบังคับติดตั้งอุปกรณ์นี้ในการแข่วขันรถล้อเปิดทุกระดับ ตั้งแต่ เอฟวัน เอฟทู และเอฟทรี

ทั้งนี้มีการยกตัวอย่างการเสียชีวิตของ จูลส์ เบียงคี่ นักขับเอฟวันชาวฝรั่งเศส ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในการแข่งขันที่ประเทศญี่ปุ่นปี 2014 และจัสติน วิลสัน นักขับอินดี้ คาร์ ที่เสียชีวิตจากการแข่งขันที่โพโคโน่ สหรัฐอเมริกา ปี 2015 ว่าหากมีอุปกรณ์ Halo ในวันเกิดเหตุ บางทีอาจช่วยชีวิตนักขับทั้ง 2 คนเอาไว้ก็เป็นได้
ความปลอดภัยในรถบ้าน ล้วนมีจุดเริ่มจากรถแข่ง
รถยนต์ที่คุณใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันทุกวันนี้ ล้วนเต็มไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย โดยหากสังเกตกันให้ดี ส่วนใหญ่จะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในเรื่องความปลอดภัย ซึ่งเกือบทั้งหมดคือเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาและถ่ายทอดมาจากสนามแข่งมอเตอร์สปอร์ต
กระจกมองหลัง (Rearview Mirror)

กระจกมองหลังถูกติดตั้งครั้งแรกในรถของเรย์ ฮาร์รูน นักขับอเมริกัน ในการแข่งอินเดียนาโพลิส 500 ของสหรัฐอเมริกา ปี 1911 ท่ามกลางกระแสต่อต้านมากมายจากคู่แข่ง หลังจากเขาใช้ความได้เปรียบจากจุดนี้เอาชนะในการแข่งขันได้สำเร็จ จนกระจกมองหลังถูกแบนจากอินดี้คาร์อยู่หลายปี อย่างไรก็ดีถือเป็นจุดเริ่มในการนำอุปกรณ์นี้มาติดตั้งในรถบ้าน และมีการผลิตรถที่มีกระจกมองหลังตั้งแต่ปี 1914 เป็นต้นมา
ดิสก์ เบรก (Disc Brake)
ระบบดิสก์เบรกที่ใช้กันอยู่ในรถยนต์ยุคปัจจุบัน มีจุดเริ่มจากทีมแข่งจากัวร์ ในการแข่งขันรถยนต์มาราธอน เลอ มังส์ 24 ชั่วโมง ที่ประเทศฝรั่งเศส ในปี 1953 ในตอนนั้น รถแข่งจากัวร์ สร้างความฮือฮาโดยอาศัยการเบรกจากความเร็วสูง ช่วยให้เวลาต่อรอบเร็วขึ้น และคว้าชัยได้ในที่สุด ก่อนที่จะมีการเริ่มติดตั้งดิสก์เบรกในรถซีตรอง DS ที่เปิดตัวในปี 1955
ระบบป้องกันล้อล็อค (ABS)
ระบบ ABS ที่ย่อมาจาก Anti-lock Braking System กลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของรถยนต์ยุคปัจจบัน ทำหน้าที่ป้องกันรถลื่นไถลออกนอกเส้นทางขณะเบรกอย่างกะทันหัน ซึ่งจุดเริ่มของเทคโนโลยี ABS มาจากรถเอฟวัน ‘P99’ ของทีม ร็อบ วอร์คเกอร์ เรซซิ่ง ในปี 1961 แม้ว่าปัจจุบันในการแข่งขันเอฟวัน จะมีการสั่งแบน ABS เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเหลือนักแข่งมากเกินไปก็ตาม
ยาง (Tires)
ยาง คือชิ้นส่วนที่สำคัญอันดับต้นๆของรถยนต์ เนื่องจากเป็นส่วนที่ต้องสัมผัสกับพื้นถนนตลอดเวลา และหากสังเกตกันให้ดี ค่ายผู้ผลิตยางส่วนใหญ่ มักนำคำว่า F1 มาตั้งชื่อรุ่นยาง เนื่องจากในอดีตค่ายยาง อาทิ บริดสโตน มิชลิน รวมถึงกู๊ดเยียร์ เคยผลิตยางให้กับรถเอฟวันมาแล้ว โดยเทคโนโลยีทั้งหมดถูกถ่ายทอดจากสนามแข่ง ทั้งนี้ยางหน้ากว้างจะช่วยให้รถยึดเกาะถนน และทรงตัวขณะเข้าโค้งได้ดี เนื่องจากพื้นผิวสัมผัสกับพื้นถนนมากกว่า
พนักพิงศีรษะ (Headrest)
เบาะรถยนต์ทุกวันนี้มีการติดตั้งพนักพิงศีรษะมาจากโรงงาน ซึ่งหลายคนอาจคิดว่า นี่เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกของผู้โดยสารและผู้ขับขี่เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วมันมีถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่ต้นคอเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งจุดเริ่มมาจากทีมปอร์เช่ ที่ติดตั้งพนักพิงศีรษะ (Headrest) ในรถแข่งของพวกเขาในยุค 1950 ก่อนที่ในปี 1969 ทางการสหรัฐฯจะประกาศให้รถทุกคันต้องติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวออกจากโรงงาน
ข้อมูลจาก
fiaformula2.com
hotcars.com
bestsupercars2017.blogspot.com






























