เมื่อเข้าฤดูร้อน ภาพยนตร์เรื่องไหนที่เราเลือกจะดูเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ?
ในปีนี้มีเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ นั่นคือ Midsommar หนังเขย่าขวัญที่การันตีได้โดยชื่อผู้กำกับ Ari Aster ที่เคยฝากผลงานโหดไว้อย่างเรื่อง Hereditary (2018) และเชื่อว่าคนส่วนใหญ่เข้าโรงไปดูเรื่องนี้เพราะต้องการจะสัมผัสความสะเทือนขวัญแบบบ้าบอแน่นอน

**มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของเรื่อง**
ภายใต้บรรยากาศสดใสสไตล์ซัมเมอร์ที่เป็นธีมหลักของเรื่องนี้ บอกเลยว่า หลอกลวงกันทั้งนั้นน~
Midsommar เริ่มด้วยชีวิตที่พังไม่เป็นท่าของ ‘แดนี่’ ที่เจอเรื่องราวสะเทือนใจเพราะน้องสาวที่ป่วยเป็นไบโพลาร์ของเธอเป็นคนฆ่าพ่อแม่และฆ่าตัวตายด้วยการรมควัน ยิ่งทำให้อาการเครียดและแพนิคที่เป็นอยู่แล้วเหมือนจะหนักขึ้น และทำให้ความสัมพันธ์ที่กำลังลุ่ม ๆ ดอน ๆ ของเธอกับ ‘คริสเตียน’ แฟนหนุ่มยิ่งแย่เข้าไปอีก และการเดินทางไปสวีเดนเพื่อร่วมเทศกาลฤดูร้อน Midsommar ตามคำชวนของเพื่อนในกลุ่มคริสเตียนก็ทำให้เรื่องราวแปลก ๆ เริ่มต้นขึ้น

เทศกาลฤดูร้อนในหมู่บ้านเล็ก ๆ นี้เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นทุก ๆ 90 ปี และจะจัดเป็นเวลา 9 วันที่แทบจะไม่มีความมืดเลย บรรยากาศของหมู่บ้านไกลปืนเที่ยงต้อนรับตัวละครในเรื่องและคนดูอย่างเรา ๆ ได้เป็นอย่างดี ทุกอย่างดูสดใสเป็นมิตรไปหมด หารู้ไม่ว่าอีก 9 วันที่เหลือนั้นจะทำให้เราอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

วิธีการเล่าเรื่องที่ค่อย ๆ เฉลยเราไปทีละปม ไม่ได้บอกก่อนว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป แต่ให้เราไปสัมผัสพร้อม ๆ กับตัวละครที่ไม่รู้อะไรเลยอย่าง แดนี่ คริสเตียน มาร์ค คู่รักชาวอังกฤษ และตัวละครที่รู้เรื่องราวเป็นอย่างดีแต่ไม่ยอมบอกอะไรเราเลยอย่าง จอร์ช และ เพเล ทำให้ความอึดอัดค่อย ๆ สะสมตั้งแต่ต้นเรื่องและพีคไปยันจบ


ความจริงแล้วหนังไม่ได้จะเน้นที่ความสยดสยองเพียงอย่างเดียว อย่างที่เรท ฉ 20+ อาจจะหลอกตาผู้ชม แต่เราจะได้อะไรมากกว่านั้น

หมู่บ้านนี้เหมือนเป็นสถานที่ที่รวมผู้คนที่มีความเชื่อเดียวกันมาอยู่ด้วยกัน และเชื่อในพิธีกรรมแปลก ๆ ที่ทำให้เราอ้าปากค้างแบบคิดไม่ถึงหลายรอบ ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อเรื่องวัฏจักรชีวิต เกิดมาแล้วตายไปแบบมีอายุขัยที่แน่นอน เชื่อในความเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ การสืบพันธุ์เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์เท่านั้น มีการเขียนคัมภีร์ที่ไม่มีวันตายมีทายาทเกิดขึ้นมาและเขียนคัมภีร์ต่อไปแบบไม่มีสิ้นสุด

ความเชื่อต่าง ๆ ของคนในหมู่บ้านนี้วนเวียนอยู่กับธรรมชาติ พิธีกรรมทั้งหลายก็เพื่อความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเต้นเป็นวงกลมรอบเสาเพื่อหาคนที่สามารถยืนอยู่คนสุดท้าย และจะได้เป็น May Queen ที่ชาวบ้านเชื่อว่าจะสามารถนำความอุดมสมบูรณ์มาสู่หมู่บ้านและการเพาะปลูกได้ แถมยังมีอำนาจชี้เป็นชี้ตายว่าใครจะต้องกลายเป็นหนึ่งในเครื่องเซ่นบูชาอีกด้วย

สิ่งที่ทำให้เราได้กลับมาฉุกคิดจากเรื่องนี้คือไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ เพราะบางสิ่งที่เราไม่เข้าใจว่าทำไปเพื่ออะไร อาจจะเป็นที่พึ่งพาทางใจเดียวของใครหลาย ๆ คนก็ได้ บางฉากที่ทำให้คนขำกันทั้งโรงนั่นแทบจะเป็นพิธีกรรมที่เคร่งเครียดที่สุดในเรื่องก็ว่าได้ (แต่ในบางพิธีกรรมก็ช็อคจนคิดไม่ถึงจริง ๆ พร้อมกับคำถามว่า ทำไปเพื่ออะไรวะ!)

ถึงอย่างนั้นในตัวหนังก็อาจมีบางเรื่องหลวม ๆ ไปบ้าง อย่างคนเขียนคัมภีร์ที่ปูมาซะดิบดีทำให้เราคิดว่าอาจจะมีอะไรมากกว่านี้ แต่ก็ไม่ได้เน้นอะไรมากมาย แถมไม่รู้อีกต่างหากว่าคัมภีร์นั้นเขียนว่าอะไรและสำคัญอย่างไรกับหมู่บ้าน
เอาเข้าจริงสปอยล์ต่าง ๆ ไม่ได้ทำให้การดูหนังเรื่องนี้สนุกน้อยลงเลย เพราะบรรยากาศความบีบคั้นเราต้องไปสัมผัสเอง แถมไม่ใช่หนังที่ดูยากอะไร เนื่องจากมีการปูลักษณะนิสัยตัวละครตั้งแต่ต้นเรื่อง และเล่าจากต้นจนจบ ไม่ได้พลิกแพลงหรือปรับไทม์ไลน์อะไรเลย ทำให้เราค่อย ๆ ตื่นเต้นไปกับสิ่งที่จะเจอ
มีบางช่วงที่อยากจะอ้วก ไม่ใช่ว่าเพราะภาพความสยดสยองอะไร แต่เป็นเพราะอาการเครียด อึดอัดของตัวแดนี่ที่สื่อถึงเราเต็ม ๆ จะร้องก็ร้องไม่ออก จะกรี๊ดก็ไม่กรี๊ด จะอ้วกก็ไม่อ้วก จนคนดูอย่างเรา ๆ อยากจะไปอ้วกให้จบ ๆ เพราะอึดอัดแทน(ฮือ)

เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่ต้องวางความถูกต้อง วางตรรกะด้านสิทธิมนุษยชนเอาไว้นอกโรง และเข้าไปสัมผัสพิธีกรรมและความเชื่อของที่ห่างไกลความเจริญแห่งหนึ่งที่ปกครองและดำเนินชีวิตเพื่อถวายให้กับพิธีกรรมเหล่านั้น แต่หากใครเข้าไปดูเพราะต้องการสัมผัสความสยดสยองแบบโบ๊ะบ๊ะ ๆ อาจจะผิดหวังซักหน่อย เพราะเรื่องนี้ดูจะเน้นไปที่ความน่าอึดอัดทางบรรยากาศ และวิวัฒนาการของตัวละครที่เราพอจะเดาออกคร่าว ๆ ว่าจะเป็นไปในทางไหน และจะมีจุดจบอย่างไร
.
ความจริงแล้วเทศกาล Midsommar มีอยู่จริงนะ!
Midsommar เป็นเทศกาลที่มีอยู่จริงและไม่ได้น่ากลัวอะไร เป็นเหมือนกับเทศกาลคริสมาสต์ของประเทศแถบสแกนดิเนเวียเลยก็ว่าได้ ซึ่งจะจัดในช่วงที่กลางวันมีเวลายาวนานมากที่สุดของปีประมาณเดือนมิถุนายน สัญลักษณ์สำคัญที่บ่งบอกว่านี่คือเทศกาล Midsommar ก็คือ Maypole หรือเสาขนาดใหญ่ที่ประดับด้วยริบบิ้นและดอกไม้ (เสาที่เราเห็นกันในเรื่อง Midsommar นั่นแหละ) และก็จะมีการเต้นสนุกสนานรอบเสา บวกกับการสังสรรค์โดยการดื่มแอลกอฮอล์
ในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องไปสวีเดนเท่านั้น เทศกาล Midsommar ก็จัดขึ้นที่อื่นเช่นเดียวกัน เช่น อังกฤษ เป็นต้น






























