พิธีบรมราชาภิเษก คือโบราณราชประเพณีที่มีความสำคัญดังที่มีข้อความจารึกไว้ใน  “จดหมายเหตุพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว” ว่า

“…ตามราชประเพณีในสยามประเทศนี้ ถือเปนตำรามาแต่โบราณว่าพระมหา กระษัตริย์ ซึ่ง เสด็จ ผ่านพิภพ ต้องทำ พระราชพิธี บรมราชาภิเษกก่อนจึงจะเปนพระราชาธิบดีโดยสมบูรณ์ ถ้ายังมิได้ทำพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอยู่ตราบใด ถึงจะได้ทรงรับรัชทายาท เมื่อเสด็จเข้า ไปประทับอยู่ในพระราชวังหลวง ก็เสด็จอยู่เพียง ณ ที่พักแห่ง หนึ่งพระนามที่ขาน ก็คงใช้พระนามเดิม เปนแต่เพิ่มคำว่า “ซึ่งทรงสำเร็จราชการแผ่นดิน” เข้าข้างท้ายพระนาม แลคำรับสั่งก็ยังไม่ใช้พระราชโองการ จนกว่าจะได้สรงมุรธาภิเษก ทรงรับพระสุพรรณบัฏ จารึกพระบรมราชนามาภิธัยกับทั้งเครื่องราชกกุธภัณฑ์จากพระมหาราชครูพราหมณ์ผู้ทำ พิธีราชาภิเษกแล้ว จึงเสด็จขึ้นเฉลิมพระราชมณเฑียร ครอบครองสิริราชสมบัติสมบูรณ์ด้วย พระเกียรติยศแห่งพระราชามหากระษัตริย์แต่นั้นไป…” 

และในช่วงระหว่างวันที่ 3-6 พฤษภาคมนี้ชาวไทยทุกคนจะได้อยู่ร่วมในประวัติศาสตร์ของพระราชพิธีอันมีความสำคัญอย่างยิ่งของประเทศ ซึ่งในแต่ละวันนั้นจะมีพิธีการที่ถือว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเท่านั้นที่จะได้เห็น จะได้ดูพระราชพิธีตามโบราณราชประเพณี โดยความสำคัญของแต่ละวันนั้นมีรายละเอียดดังนี้

3 พฤษภาคม 2562

เชิญพระสุพรรณบัฏ 

เป็นการเริ่มต้นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกด้วยการเชิญพระสุพรรณบัฎดวงพระราชสมภพและพระราชลัญจกร ไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ จากนั้นในช่วงเย็น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรจะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร นมัสการพระรัตนตรัย ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิ และจุดเทียนชัย หลังจากนั้นพระสงฆ์ประกาศการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเจริญพระพุทธมนต์
พิธีดังกล่าวผู้ที่ชมการถ่ายทอดสดจะได้เห็นพิธีตามโบราณราชประเพณีรวมไปถึงความสำคัญของ พระสุพรรณบัฏที่จารึกพระปรมาภิไธยเป็นแผ่นทองคำ มีขนาดกว้างยาวพอที่จะจารึกพระปรมาภิไธยได้ ทั้งนี้พระสุพรรณบัฏนี้จะต้องทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระมหากษัตริย์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โหรหลวงจึงต้องกำหนดพระฤกษ์อันเป็นมงคลสำหรับการจารึกก่อนการพระราชพิธี

4 พฤษภาคม 2562

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก การสรงพระมุรธาภิเษก และ การรับน้ำอภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกมหาสมาคมรับการถวายพระพรชัยมงคล ประกาศพระองค์เป็นศาสนูปถัมภก ถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิ สดับปกรณ์ และเฉลิมพระราชมณเฑียร โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล

การสรงพระมุรธาภิเษกและการรับน้ำอภิเษก

ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อพระมหากษัตริย์สรงพระมุรธาภิเษก ที่มณฑปพระกระยาสนานแล้ว ยังเสด็จไปประทับรับน้ำอภิเษกที่พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ตามที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์มีพระดำริว่า การสรงที่มณฑปพระกระยาสนานนั้นเป็นการสรงเพื่อชำระพระองค์ให้สะอาดก่อนเข้าพิธี ส่วนการเสด็จขึ้นพระที่นั่งอัฐทิศเป็นการขึ้นตั่งรับอภิเษก

รับเครื่องราชกุธภัณฑ์

เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ เป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นพระราชา ซึ่งพราหมณ์ผู้ทำพิธีจะนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ในวันที่ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นเครื่องแสดงว่าได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระเจ้าแผ่นดินถูกต้องสมบูรณ์แล้ว อันประกอบไปด้วย  พระมหาพิชัยมงกุฎ  พระแสงขรรค์ชัยศรี  ธารพระกร  พระวาลวีชนี  ฉลองพระบาท (พระมหาราชครูวามหามุนีเป็นผู้สวมถวาย) 

เสด็จออกรับการถวายพระพรชัยมงคล /ประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก

เสด็จออกมหาสมาคมรับการถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัยพระที่นั่งอยู่ในหมู่พระมหามณเฑียร ในพระบรมมหาราชวัง อยู่ทางทิศเหนือ ติดกับพระที่นั่งไพศาลทักษิณ มีกำแพงแก้วล้อมด้านทิศเหนือและทิศตะวันตก อยู่ในพระราชฐานชั้นกลาง ประกาศพระองค์เป็นศาสนูปถัมภก ถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิ สดับปกรณ์ และเฉลิมพระราชมณเฑียร เถลิงพระแท่นราชบรรจถรณ์ ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมานโดยมีพระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล

5 พฤษภาคม 2562

เสด็จฯเลียบพระนคร ทางสถลมารค

พระราชพิธี เฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และสถาปนาพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์ เลี้ยงพระเทศน์ ณ พระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค โดยเริ่มจากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท วัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ไปยังวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)  ซึ่งในการนี้ประชาชนชาวไทยสามารถเฝ้ารับเสด็จได้ตามเส้นทางพระราชดำเนินเลียบพระนคร 

6 พฤษภาคม 2562 

เสด็จออกสีหบัญชร คณะทูตานุทูตถวายพระพร 

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ให้ประชาชนเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล จากนั้นเสด็จออก ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ให้คณะทูตานุทูตและกงสุลต่างประเทศเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล จากนั้น เสด็จออกพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทให้คณะทูตานุทูตและกงสุลต่างประเทศเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล