Home Trending Story Trend ในประเทศ สำรวจนโยบาย 4 พรรคใหญ่ก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง

สำรวจนโยบาย 4 พรรคใหญ่ก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง

ก่อนเข้าคูหาเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562 ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรุ่นเก่า คนรุ่นใหม่ คนรุ่นกลางเก่ากลางใหม่ ก่อนตัดสินใจเลือกพรรคไหน ขอให้พิจารณานโยบายของพรรคที่คุณเลือกเป็นสำคัญ และ คอยติดตามด้วยว่า นโยบายที่เหล่านักการเมืองนำมาใช้หาเสียงนั้นสามารถทำจริงได้แค่ไหน เพื่อที่การเลือกตั้งในครั้งต่อไปคุณจะได้รู้ว่า คำพูดสวยหรูก่อนการเลือกตั้ง กับ การกระทำหลังการเลือกตั้งนั้นมีความเป็นไปได้ หรือ เป็นแค่เรื่องขายฝัน

พรรคเพื่อไทย

นโยบายที่พรรคเพื่อไทยนำมาใช้หาเสียงนั้นเรียกว่าถูกใจพี่น้องทั้งในกรุงเทพฯ และ ต่างจังหวัด ด้วยโครงการแบบประชานิยม การดูแลตั้งแต่คุณภาพชีวิต การศึกษา ไปจนถึงเกษียณอายุ และในการเลือกตั้งครั้งที่ 28 นี้นโยบายไหนบ้างที่โดดเด่นของ พรรคเพื่อไทย 

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  นายชัชชาติ สิทธิพันธ์  นายชัยเกษม นิติสิริ

นโยบายเศรษฐกิจและสังคม

– มาตรการกอบกู้เศรษฐกิจ ปรับโครงสร้างหนี้ครั้งใหญ่ ให้นักธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กยืนให้ได้ , เติมเงินทุนให้ประชาชน ขยายแหล่งทุนให้สามารถเข้าถึงได้ด้วยการจัดตั้งธนาคารพัฒนารายได้ในทุกจังหวัด , อำนวยความสะดวกใบอนุญาต ง่ายโปร่งใสรวดเร็ว, นโยบายนโยบายลดภาษีอย่างฉลาด 

– มีแนวทางในการปรับค่าแรงขั้นต่ำมากกว่า 300 บาทต่อวัน และ อาจถึง 400 บาทต่อวัน ขณะที่เงินเดือนขั้นต่ำสำหรับวุฒิปริญาตรีนั้นอยู่ที่  20,000 – 30,000 บาท 

– บำนาญประชาชน หรือ เบี้ยผู้สูงอายุปรับเป็น 3,000 บาทต่อเดือน จัดทำหวยบำเหน็จ หรือ ฉลากการออมแห่งชาติ ทำให้การซื้อสลากกินแบ่งจะไม่สูญเปล่าอีกต่อไป แต่จะได้คืนทุกบาทพร้อมดอกเบี้ยหลังอายุ 60 ปี โดยจะเอาเงินจากการซื้อหวยไปลงทุนในกองทุนการออมแห่งชาติ เอาดอกผลเป็นรางวัลเพื่อให้เงินหวยกว่า 2.5 แสนล้านบาทต่อปี 

นโยบายการศึกษา

เพิ่มงบประมาณให้กับการศึกษาขั้นปฐมวัย เช่น ให้เงินค่าเลี้ยงดูในเด็กเล็กที่ยากจนมากกว่า 1,000 บาท (ยังไม่ระบุจำนวนเงิน), ยกระดับให้มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอัจฉริยะ 20,000 แห่ง,

One-Laptop-per Child หรือหนึ่งแล็ปท็อปต่อเด็กหนึ่งคน, ให้เรียนฟรี 15 ปี (สนับสนุนเด็กที่ออกจากการศึกษาเพราะความยากจน), กองทุนกู้ยืม ‘เรียนก่อนผ่อนทีหลัง’, ปรับปรุงโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาให้ทันสมัย, โครงการหนึ่งอำเภอสองภาษา เด็กไทยจะต้องสื่อสารได้ทั้ง 3 ภาษา (ไทย อังกฤษ และจีน) 


พรรคประชาธิปัตย์

นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนใหญ่ยังคงเอาใจคนชั้นกลาง และ คนในกรุงเทพฯ แต่สำหรับการเลือกตั้งปี 2562 ประชาธิปัตย์ เพิ่มเติมนโยบายแบบ ประชานิยมเข้าไปด้วยหากนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่คนส่วนใหญ่จะใช้พิจารณากลับเป็นนโยบายทางเศรษฐกิจที่พรรคประชาธิปัตย์ ดันนโยบายแนวนี้เป็นจุดขายมาโดยตลอด 

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (จุดยืนล่าสุด ประกาศผ่านคลิปที่จัดทำโดยพรรคว่าจะไม่สนับสนุนพล.อ. ประยุทธ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ ) 

นโยบายด้านเศรษฐกิจ

1. เปลี่ยนตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจใหม่ จาก “GDP” เป็น “ดัชนีปิติ” 

2. Logistics สร้างชาติผลักดันสร้างรถไฟฟ้าทุกสีและลดค่าโดยสาร จัดสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโลก มอเตอร์เวย์สุดชายแดนเหนือใต้

3.ปฏิรูประบบราชการ ให้บริการประชาชนด้วยเทคโนโลยี 

4.ปฎิวัติอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่เน้นเรื่องความยั่งยืน สะอาด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 

5.ส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผลักดันการท่องเที่ยวพรีเมียม อุตสาหกรรมสื่อบันเทิง ศิลปะ

6.ส่งเสริมเกษตรกรเป็น Entrepreneur ทางการเกษตร                                                                      

7. แก้หนี้ หนี้นอกระบบ หนี้บัตรเครดิต และ หนี้เกษตรกร                                                    

8.เปลี่ยนสังคม ให้เป็นสังคมการออมรองรับสังคมสูงอายุ ยกระดับกองทุนการออมแห่งชาติ

9.ปฏิรูประบบภาษี และการหารายได้ภาครัฐ ปรับโครงสร้างภาษีให้เป็นธรรม                

10.ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปภายใต้แนวคิด ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต”  

นโยบายด้านการศึกษา

‘เกิดปั๊บรับสิทธ์ิเงินแสน’ ซึ่งเป็นเบี้ยเด็กเข้มแข็งตั้งแต่แรกเกิดจะได้รับเงิน 1,000 บาทต่อเดือนไปจนอายุครบ 8 ปี,  ศูนย์เด็กเล็กคุณภาพดีท่ัวประเทศไทย เป็นการจัดการศึกษาปฐมวัยให้มีคุณภาพ,  อาหารเช้า – กลางวันฟรี ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น, เด็กทุกคนจะต้องพูดภาษาอังกฤษได้ ด้วยระบบ EnglishforAll, ปรับหลักสูตรเพื่อโลกอนาคต เน้นการคิดวิเคราะห์มากกว่าการท่องจำส่วนมหาวิทยาลัย จะลดขั้นตอน และ ภาระการสอบเข้ามหาวิทยาลัย, เรียนฟรีถึง ปวส. จบแล้วมีงานทำ 

การศึกษาตลอดชีวิตคูปองเพิ่มทักษะสำหรับผู้ใหญ่ส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับประชาชนในวัยทำงาน เพื่อสร้างโอกาส สร้างงาน และ สร้างอาชีพ, คืนครูให้นักเรียน ลดภาระงานของครูที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน, กองทุน Smart Education เพื่อสนับสนุน Social Enterprise และ Startup ทางด้าน การศึกษา, กระจายอำนาจจากกระทรวงศึกษาธิการสู่โรงเรียนมากขึ้น


พรรคอนาคตใหม่

ความโดดเด่นของพรรคอนาคตใหม่นอกจากหัวหน้าพรรคนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จะเป็นขวัญใจของ ผู้ใช้สิทธิครั้งแรกแล้ว ความร้อนแรงของนโยบายพรรคที่พุ่งตรงไปที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 และ ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ทำให้พรรคอนาคตใหม่เป็นที่จับตาอย่างยิ่ง และ มีการคาดหมายล่วงหน้าว่า ถ้าเกิดปรากฎการณ์แลนสไลด์จากผลการเลือกตั้ง อนาคตใหม่ น่าจะเป็นพรรคที่สร้างปรากฎการณ์ดังกล่าว 

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (AKA พ่อของฟ้า) 

12 นโยบายหลักที่น่าสนใจ

นโยบายฐานรากมีด้วยกัน 3 นโยบายคือ

1.ยุติระบบราชการรวมศูนย์ กระจายอำนาจ กระจายคน กระจายงบ

2.ไทยเท่าเทียม สวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจร

3.ปฏิวัติการศึกษา ลงทุนให้ถูกจุด ลดความเหลื่อมล้ำ

8 นโยบายเสาหลักคือ

1.ทลายเศรษฐกิจผูกขาด ล้างระบบเส้นสาย หยุดทุนใหญ่กินรวบประเทศ

2.ขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคน เดินทางได้ไม่ต้องซื้อรถ สร้างเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรมรถไฟ

3.เกษตรก้าวหน้า ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากด้วยเทคโนโลยี แก้ปัญหาเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ปลดหนี้เกษตรกร

4.เศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อประชาชน พัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยเทคโนโลยี ส่งเสริมธุรกิจใหม่ สร้างไทยเท่าทันโลก

5.เปิดข้อมูลรัฐกำจัดทุจริต สร้างรัฐโปร่งใส ให้อำนาจตรวจสอบอยู่ในมือประชาชน

6.โอบรับความหลากหลาย เคารพความแตกต่าง ศักดิ์ศรีคนต้องเท่าเทียม

7.สิ่งแวดล้อมยั่งยืน ลดใช้พลาสติก สร้างเศรษฐกิจจากขยะ

8.ปฏิรูปกองทัพ ลดนายพล ละอาวุธ เลิกเกณฑ์ทหาร

สุดท้ายชูนโยบายปักธงประชาธิปไตย ล้างมรดกรัฐประหาร สร้างการเมืองแบบใหม่ เจ้านายคือประชาชน

 “ไทยเท่าเทียมสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจร

พรรคอนาคตใหม่จะสร้างรัฐสวัสดิการที่ถ้วนหน้าครบวงจรให้เกิดขึ้นจริง เพิ่มสิทธิลาคลอดเป็น 180 วัน และเพิ่มเงินเลี้ยงดูบุตร 0-6 ปี เป็น 1,200 บาท วัยเรียน ได้เรียนฟรีมีเงินอุดหนุนเยาวชนอายุ 18-22 ปี จำนวน 2,000 บาท วัยทำงาน แรงงานทั้งในระบบและนอกระบบมีหลักประกันในอนาคต ภายใน 5 ปี ขยายและปรับปรุงระบบประกันสังคม เพื่อให้คนที่เกษียณอายุ หลังจากทำงานมาอย่างหนัก มีเงินบำนาญที่สามารถดำรงชีพให้สอดคล้องกับหลักความเป็นจริง

เพิ่มเงินยังชีพคนชราเป็น 3 เท่า คือ 1,800 บาท โดยรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจรทั้งหมดนี้ใช้งบประมาณ 650,000 ล้านบาทนำมาจาก 1.จากของเดิมที่มีอยู่ 2. ลดงบกลาโหม 30% 3. กองทุนสวัสดิการแห่งรัฐ 4. ลดสิทธิประโยชน์ BOI 5. ลดสิทธิการลดหย่อนภาษีบางส่วน 6. ลดงบประจำ และงบกลาง 7. ขึ้นภาษีที่ดิน 8. เอาหวยขึ้นมาไว้บนดิน

“ทลายเศรษฐกิจผูกขาดล้างระบบเส้นสายหยุดทุนใหญ่กินรวบประเทศ” 

ทีวี วิทยุ duty free และบริการสาธารณะต่างๆ ต้องจัดการประมูลให้โปร่งใส เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการรายใหม่ให้เข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาด, กฎหมายหลายฉบับที่กีดกันการแข่งขันทางการค้า เอื้อให้ผูกขาด โดยเฉพาะเหล้าและบุหรี่ ทางพรรคตั้งธงในการแก้กฎหมายเหล่านี้ทันที, การเข้าถึงแหลล่งทุนต้องถูกปลดปล่อย จะเปิดใบอนุญาตประกอบกิจการธนาคาร , บังคับใช้กฎหมายให้เกิดการแข่งขันอย่างจริงจัง หยุดการผูกขาดทางการค้าของเหล่านายทุน  

นโยบาย “ปฏิรูปกองทัพลดนายพลละอาวุธเลิกเกณฑ์ทหาร” 

ปรับโครงสร้างกองทัพเป็นกองทัพในศตวรรษที่ 21 ลดกำลังพล 3.3 แสนนาย เหลือ 1.7 แสนนาย นายพลลดจาก 1,600 นาย ให้เหลือเพียง 400 นาย ยกเลิกการเกณฑ์ทหารแบบปัจจุบัน ให้เป็นระบบสมัครยกเว้นกรณีเกิดปรับงบประมาณกองทัพ ให้เหลือประมาณ 64,000-65,000 ล้านบาทต่อปี


พรรคพลังประชารัฐ

พรรคพลังประชารัฐ พรรคเกิดใหม่จากการรวมตัวของนายทุน นักการเมือง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง จากหลากหลายกลุ่ม โดยมีความชัดเจนที่จะสืบต่อการดำรงตำแหน่งให้ พล.อ. ประยุทธ จันทร์โอชา ล่าสุดเพิ่งปล่อยแคมเปญ “เลือกลุงตู่ ทำชาติสงบ” ที่ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเลยทีเดียว 

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

พล.อ. ประยุทธ จันทร์โอชา (AKA ลุงตู่) 

นโยบาย 7 สวัสดิการประชารัฐ

1.บัตรประชารัฐ ต่อยอดมาจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สร้างหลักประกันทางสังคมให้กับผู้มีรายได้น้อย

2.สวัสดิการรายกลุ่ม ตามความต้องการหรือความจำเป็นพื้นฐานที่แตกต่างกัน ได้แก่ กลุ่มผู้สูงวัย กลุ่มผู้พิการ กลุ่มสตรี กลุ่มผู้ใช้แรงงาน และกลุ่มอาชีพรับจ้าง

3.สวัสดิการคนเมือง เพราะคนเมืองผู้มีรายได้น้อยต้องเผชิญกับการแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็น ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าเล่าเรียนบุตร

4.หมดหนี้มีเงินออม ช่วยทุเลาภาระหนี้ให้กับ 6 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ ผู้ใช้แรงงาน ชาวนา ข้าราชการ SMEs ครู และนักศึกษา

5.โครงการบ้านล้านหลัง ให้ประชาชนมีบ้านเป็นของตัวเอง

6.บ้านสุขใจวัยเกษียณ เพราะประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย

7.สิทธิที่ดินทำกินให้เกษตรกร

นโยบาย 7 สังคมประชารัฐ

1.การศึกษา 4.0 พัฒนาคน เตรียมความพร้อมให้ทุกคนมีโอกาส ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงคนทำงาน

2.กระจายศูนย์กลางความเจริญสู่ภูมิภาค เช่น EEC และต่อยอดไปยังภูมิภาคอื่นๆ โดยให้แต่ละภูมิภาคเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของ CLMV

3.สร้างเมืองน่าอยู่ ใกล้บ้าน มีงานทำ

4.ชุมชนประชารัฐ ร่วมพัฒนาบ้านเกิด โดยจะมี ‘กองทุนพัฒนาชุมชนประชารัฐ’ มีแหล่งน้ำชุมชน โครงการป่าไม้มีค่า และสร้างวิสาหกิจชุมชน

5.เมืองอัจฉริยะสีเขียวโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคน

6.สังคมประชารัฐสีขาว ปลอดภัย ปลอดโรค ปลอดยา

7.Bangkok 5.0 ผุด 9 ย่านนวัตกรรม พัฒนาย่านการค้า คืนคลองสวยน้ำใสให้คนกรุง สร้างเครือข่ายคมนาคมที่สมบูรณ์ ผ่านเทคโนโลยี 5G

นโยบาย 7 เศรษฐกิจประชารัฐ

1.ยกระดับความสามารถผู้ผลิต 5 ล้าน Smart SMEs 1 ล้าน, Smart Farmers 1 ล้าน, Startups 1 ล้าน, Makers และ 1 ล้านค้าปลีกชุมชน

2.ก้าวสู่เกษตรประชารัฐ 4.0 ปรับโครงสร้างภาคเกษตร ด้วยนโยบาย ‘3 เพิ่ม 3 ลด’ นั่นคือ เพิ่มรายได้ เพิ่มนวัตกรรม เพิ่มทางเลือก และ ลดภาระหนี้ ลดความเสี่ยง ลดต้นทุน

3.กระจายรายได้ กระจายโอกาส ด้วยการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้

4.ชูเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจแบ่งปัน

5.สร้างเศรษฐกิจชีวภาพ อุตสาหกรรมหมุนเวียน นวัตกรรมสีเขียว

6.พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต เน้นโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล โดยเฉพาะ 5G

7.ลดอุปสรรค เพิ่มโอกาสในการดำเนินธุรกิจ เน้นการปฎิรูประบบราชการ ทำให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง