Home Trending Story Trend ในประเทศ เมื่อพุทธบริษัท 4 เสื่อม ศาสนาก็เสื่อมตาม

เมื่อพุทธบริษัท 4 เสื่อม ศาสนาก็เสื่อมตาม

ในพระสุตตันตปิฎก กิมพิลสูตร ว่าด้วยเรื่องความเสื่อมของศาสนา จารึกเอาไว้เมื่อท่านพระกิมพิละ ได้ไปเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า และทูลถามว่าอะไรจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้พระสัทธรรม (ศาสนาพุทธ) ไม่ดำรงอยู่นาน ในเมื่อพระตถาคตปรินิพพานแล้ว

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ดูกรกิมพิละ เมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว พวกภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ในธรรมวินัยนี้เป็นผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในศาสดา เป็นผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในธรรม เป็นผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในสงฆ์ เป็นผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในสิกขา เป็นผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงกันและกัน ดูกรกิมพิละ นี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้พระสัทธรรมไม่ดำรงอยู่นาน ในเมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว ฯ”

และดูเหมือนว่า ทุกวันนี้ ภิกษุ ภิกษุนี อบาสก อุบาสิกา ซึ่งเป็นองค์ประกอบของ พุทธบริษัท 4 บางกลุ่มก็มีลักษณะเป็นไปตามที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสเอาไว้ใน พระสุตตันตปิฎก จึงทำให้เกิดความเสื่อม และ ศรัทธาที่ลดน้อยถอยลงสำหรับคนในสังคมปัจจุบัน ดังนั้นเรามาดูเหตุและปัจจัยจากพุทธบริษัทที่ทำให้พุทธศาสนาเสื่อม และ หนทางที่จะทำให้ พุทธศาสนากลับมาแข็งแกร่งด้วยพลังศรัทธาอีกครั้ง

ภิกษุ – ภิกษุณี

พุทธบริษัทสี่ จะแบ่งออกเป็นทางธรรม และ ทางโลก ทางธรรม นั้นมีด้วยกันสององค์ประกอบคือ ภิกษุ ภิกษุณี ซึ่งหน้าที่หลักๆของ นักบวชตามหลักพุทธศาสนานั้นคือ การรักษาศีลตามพระธรรมวินัย ศึกษาธรรมะตามหลักไตรสิกขาคือ ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นผู้เผยแพร่ศาสนา และ ให้ความรู้แก่ชาวบ้านที่ต้องการเข้าถึงศาสนา

แต่ในปัจจุบัน การประกอบพุทธพาณิชย์ หรือ การจัดพิธีกรรมที่ไม่เป็นไปตามหลักของพระพุทธศาสนา เพื่อสร้างศรัทธาในทางที่ผิด ทำให้ศาสนาซึ่งควรจะมีหน้าที่ให้ความรู้เพื่อการดำเนินชีวิตอย่างสงบสุข กลายเป็นศาสนาที่สร้างความเชื่อว่าทำบุญยิ่งมาก ยิ่งได้บุญมาก หรือ ทำบุญก็สามารถลบล้างกรรมที่ก่อเอาไว้ได้ ความเชื่อในทางที่ผิดเหล่านี้นับวันจะก่อตัวมากขึ้นเรือย และทำให้เกิดสายตาแห่งความสงสัยมากขึ้น จากพุทธบริษัทในฝ่ายฆราวาส ยังต้องการรักษาพุทธศาสนา ตามที่ พระพุทธเจ้าได้ทรงจารึกเอาไว้

ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน พระสุตตันตปิฎก ข้างต้นว่า “ในธรรมวินัยนี้เป็นผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในศาสดา เป็นผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในธรรม” ถ้าภิกษุ ภิกษุณี เป็นเช่นนี้ศาสนาก็ถึงความเสื่อม และถ้าต้องการให้ศาสนาหลุดพ้นจากความเสื่อม ก็หมายถึงการสังคายนา ครั้งใหญ่กับภิกษุ ภิกษุณี ให้อยู่ในพระธรรมวินัย ยำเกรงในศาสนดา มีความเคารพในธรรม ให้วัดเป็นสถานที่เพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่เป็นสถานที่เพื่อจัดพิธีกรรมที่ไม่เป็นไปตามหลักของพระพุทธศาสนา หรือ เป็นตราประทับเพื่อจะบอกว่าคนคนนี้ ได้ทำบุญ มาแล้ว

อุบาสก – อุบาสิกา

พุทธบริษัท 4 ทางโลกคือ อุบาสก – อุบาสิกา อันหมายถึงผู้ที่ประกาศตัวเองว่านับถือศาสนาพุทธนั่นแหละ และหน้าที่ของ อุบาสก – อุบาสิกา คือการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา มีความเข้าใจในคำสอนและสามารถนำมาปฎิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการให้ความรู้ผู้อื่น ที่เกิดความเข้าใจผิดหรือ คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นหน้าที่ของ อุบาสก อุบาสิกา ที่จะช่วยให้ศาสนาพุทธสามารถดำรงอยู่สืบไป แต่ความเสื่อมอันเกิดจาก อุบาสก – อุบาสิกา ในปัจจุบันนั้น ก็เป็นไปตามที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้

“เป็นผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในสงฆ์ เป็นผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในสิกขา เป็นผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงกันและกัน”

ทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะเห็นคนเข้าวัด ไปถวายสังฆทานเวียน หรือ ถวายเงินทำบุญเพื่อสร้างอุโบสถหลังใหญ่ หรือ แม้กระทั่งถวายปัจจัยให้พระสงฆ์ โดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจ แต่กลับรู้สึกสบายเพราะคิดว่าได้ทำบุญ หรือ คนที่เดินเข้าวัดไหว้พระ พอออกจากวัด ก็สามารถทำผิดศีล 5 ได้อย่างหน้าตาเฉย ก่อนจะกลับไปเข้าวัดอีกรอบ เพราะคิดว่าบาป กับ บุญนั้นสามารถทดแทนกันได้ ความเชื่อแบบผิดๆเช่นนี้ คือเนื้อร้ายที่ทำให้พุทธศานาเสื่อมลงเรือยๆ

หนทางแก้ไขนั้นต้องเริ่มที่ตัวเราก่อน ในการทำความเข้าใจหน้าที่ที่แท้จริงของการเป็นพุุทธมามกะ (ผู้ที่ประกาศตนนับถือพุทธศาสนา) เมื่อเริ่มได้จากตัวเราแล้วก็คอยบอกต่อ และ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้เกิดขึ้น แผ่ขยายให้เป็นวงกว้าง เพื่อให้ พุทธศานา ยังคงดำรงอยู่ในทางที่ถูกที่ควร