Home Inspiration My Dear มีเดีย คิดถึงไก่คั่วเค็ม หลังวันตรุษจีน

คิดถึงไก่คั่วเค็ม หลังวันตรุษจีน

วันนี้ 4 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ (ไหว้ไฉ่ซิงเอี้ย) เนื่องในเทศกาลตรุษจีน  ส่วนวันพรุ่งนี้ อังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันตรุษจีน ที่เรียกว่า “วันชิวอิก” ห้างร้านหรือบริษัทที่มีเจ้าของเชื้อสายจีนโดยทั่วไปก็จะปิดร้านเพื่อให้ลูกน้องได้พัก ส่วนตัวเองและครอบครัวก็จะได้หยุดพักผ่อนกัน

เอาเป็นว่าคนไทยเชื้อสายจีน หรือ มีเชื้อสายจีนอยู่บ้างอย่างคนเขียนก็คงพอจะรู้กันอยู่แล้ว แต่ที่โปรยแบบนี้เพราะรู้สึกว่า ปีนี้เทศกาลตรุษจีนไม่ค่อยคึกคักเหมือนที่ผ่านๆมา จะบอกว่าคนไม่ค่อยไหว้กันแล้ว ก็คงไม่ใช่สักเท่าไรเพราะยังเห็นเพื่อนบ้านเชื้อสายจีน หรือ จีนแท้ๆ ซื้อของสำหรับการไหว้ กันอยู่แต่อาจไม่มากเหมือนที่ผ่านมา และอาจเป็นไปได้ว่า ในบ้านที่ไม่ได้มีผู้ใหญ่ที่เคยตั้งโต๊ะไหว้ อย่างคนเขียนไม่ได้ให้ความสำคัญกับการไหว้ในวันตรุษจีนเหมือนกับบ้านที่ยังมีผู้ใหญ่ประจำบ้านอยู่

เห็นแบบนี้แล้ว ก็ทำให้คนเขียนที่มีเชื้อสายจีนอยู่บ้างจากทางฝั่งแม่ คิดถึงวันตรุษจีนในอดีต แม่จะเตรียมของไหว้ก่อนวันไหว้ “ไฉ่ซิงเอี้ย” หนึ่งวัน พอถึงวันไหว้แม่จะลุกขึ้นปรุงอาหารเองตั้งแต่เช้ามืด (ปกติแม่ก็ตื่นเช้ามืดอยู่แล้ว) กระบวนการจะเริ่มต้นด้วยการต้มไก่ ระหว่างรอไก่ต้มสุก แม่ก็จะเริ่มทำผัดหมี่เหลือง ผัดหน่อไม้จีน จากนั้นก็จะเป็นการต้มหมูสามชั้น ส่วนขนมเข่ง และ ขนมเทียนนั้น แม่สั่งมาจากร้านประจำในตลาด

พอถึงเวลาไหว้ แม่จะตั้งโต๊ะและให้ลูกเอาของไหว้ไปวางจากนั้นก็เริ่มการไหว้ ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นานนัก พอจบกระบวนการคนเขียนก็เดินทางไปโรงเรียน (แต่สายตานั้นแอบเล็งอาหารไว้แล้วว่าเย็นนี้เจอกัน) คนเขียนเคยถามแม่ในวันที่เห็นแม่ลุกขึ้นมาจัดโต๊ะไหว้ตรุษจีนเป็นครั้งแรกว่า “แม่ไหว้ตรุษจีนด้วยเหรอ” แม่ให้คำตอบที่วันนี้เหมือนกลับมาเตือนความทรงจำตนเองว่า “ก็ไหว้เทพเจ้า ตายาย และบรรพบุรุษ แกจะถามทำไม”

ตอนนั้นผู้เขียนถึงรู้ว่าตัวเองมีเชื้อสายจีนกับเขาเหมือนกัน และมีเสียงแม่แทรกมาว่า “ตอนฉันยังอยู่ยังมีแรงทำได้ แต่หมดฉันไปแล้วรุ่นแกคงไม่ทำกัน” ดูเหมือนว่าวาจาของแม่จะศักดิ์สิทธิ์ไม่น้อย เพราะนับตั้งแต่วันที่แม่จากไปจนถึงวันนี้เกือบ 15 ปีแล้วที่คนเขียนไม่เคยได้กินไก่คั่วเค็ม ซึ่งเป็นเมนูดัดแปลงจากไก่ไหว้เจ้าอีกเลย

อันที่จริงแล้วการตั้งโต๊ะเพื่อไหว้ในวันตรุษจีนนั้นไม่ได้ยากเย็นแล้วในยุคสมัยที่ทุกอย่างหาซื้อได้ แต่เป็นตัวเราเองที่เลือกจะไม่ทำ พร้อมกับหาเหตุผลมาเข้าข้างตัวเองว่า “ก็งานมันยุ่งไม่มีเวลา” ทั้งที่ในอดีตนั้น แม่ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารเล็กๆ ต้องดูแลลูก ดูแลบ้าน กลับสามารถทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แถมยังเอาอาหารจากการไหว้ มาดัดแปลงเป็นเมนู ให้คนทั้งบ้านได้อิ่มหนำกันต่อ

เหนืออื่นใด ประเพณีที่ปฎิบัติต่อกันมาในวันขึ้นปีใหม่ ไม่ว่าจะเป็นของคนเชื้อสายใดๆ ส่วนใหญ่แล้วเป็นประเพณีเพื่อให้ผู้คนเห็นความสำคัญของครอบครัว การสร้างสิริมงคลให้กับตนเอง และ เป็นการเตือนในทางอ้อมด้วยว่า วันเวลาหนึ่งปีนั้นได้ผ่านไปแล้ว และ วันเวลาที่กำลังจะเริ่มต่อจากนี้มีอะไรที่ตั้งใจทำก็ต้องรีบทำกันดีกว่าจะมานั่งเสียดายในภายหลัง

พอคิดแบบนี้แล้ว เห็นทีปีนี้ และ ปีต่อๆไปคนเขียนจะได้กินไก่คั่วเค็ม เหมือนในอดีนแล้วละคะ ส่วนจะอร่อยเท่าที่แม่เคยทำให้กินไหม คงต้องภาวนากันอยู่ในใจ และท้ายที่สุด ซินเหนียนไคว่เล่อคุณผู้อ่านทุกท่านขอมีความสุขในวันปีใหม่ค่ะ