
การเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคมนี้ ดูเหมือนว่านโยบายประชานิยมของแต่ละพรรคนั้นจะแจกกันอย่างดุเดือดเพื่อช่วงชิงเสียงสวรรค์จากประชาชน ทั้งเงินสงเคราะห์คนชรา เบี้ยผู้ยากไร้ที่ใช้ตัวเลขเกทับบลัฟแหลก เงินสำหรับเด็กแรกเกิด ไปจนถึงเรื่องเรียนฟรี (ที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง)
แบบนี้แล้วเราๆ ท่านๆ ในฐานะคนที่เสียภาษีมาดูกันหน่อยไหมว่าตัวเลขการแจกฟรีของพรรคไหนจะทำให้คุณส่งเสียงร้องว่า “Gu Ask Real!!!!” ได้บ้าง
พรรคประชาธิปัตย์
พรรคประชาธิปัตย์ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นความหวังของคนชั้นกลาง กับนโยบายทางเศรษฐกิจที่เน้นการสร้างสังคมเข้มแข็ง แต่ถึงเวลานี้เมื่อนโยบายประชานิยม หรือ ประชารัฐ กลายเป็น Model of Success ก็ไม่แปลกที่ประชาธิปัตย์ จะขอแจกบ้าง ส่วนจะแจกขนาดไหนไปดูกัน
– โครงการประกันรายได้ขายข้าวเกวียนละ 10,000 บาท
– การประกันค่าแรง 120,000 บาทต่อปี
(เท่ากับค่าแรงขั้นต่ำจะขึ้นเป็น 12,000บาทต่อเดือน ตกวันละ 400 บาท)
– เบี้ยผู้ยากไร้ 800 บาทต่อเดือน
– เบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาทต่อเดือน
(จากเดิมเคยให้แบบขั้นบันไดตามช่วงอายุจากเดิม 600 – 1,000 บาท)
– เบี้ยเด็กอายุ 0-8 ขวบ เดือนละ 1,000 บาท
(โดยจะได้รับเงินก้อนครั้งแรกเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท)
พรรคพลังประชารัฐ
แค่ชื่อหัวหน้าพรรค ที่ปรึกษาพรรค และต่อให้คุณไม่ติดตามข่าวการเมือง ก็รู้ได้ว่าพรรคนี้ถูกสร้างมาเพื่อใคร และ คนกลุ่มไหน และแน่นอนว่านโยบายเรียกคะแนนเสียงของพรรคก็สานต่อจากสิ่งที่รัฐบาลปัจจุบันใช้คำว่า “ประชารัฐ” มานั่นเอง
– บัตรประชารัฐ ต่อยอดจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กลุ่มเป้าหมายสำคัญ 4 กลุ่ม ได้แก่ ประชากรสูงวัย, ผู้พิการ, สตรีมีครรภ์และเด็ก, ผู้ใช้แรงงานและกลุ่มอาชีพรับจ้าง
– ปลดหนี้นอกระบบผู้ใช้แรงงาน, ปลดหนี้ชาวนา 5 ปี, แก้ปัญหาหนี้ข้าราชการ และรัฐวิสาหกิจ, ช่วยเหลือนักศึกษาทั้งที่เป็นหนี้และไม่เป็นหนี้ค้างชำระกยศ. ปลดภาระบนบ่าครู
– โครงการบ้านล้านหลังให้ผู้มีรายได้น้อย วงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท ผ่อนบ้าน เดือนละ 3,800 บาท
พรรคเพื่อไทย
แม้จะยังไม่มีการแถลงนโยบายอย่างเป็นทางการแต่พรรคเพื่อไทย ในฐานะต้นฉบับของการแจกอย่าง “ประชานิยม” ก็กำหนดตัวหัวหน้าทีมเศรษฐกิจแล้วว่าเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีคมนาคม และ เคยนั่งบริหารบริษัทใหญ่อย่างคิวเฮ้าส์
แต่สำหรับนโยบายที่คุณหญิงสุดารัตน์ บอกว่าจะทำให้ “กระเป๋าตุง” นั้นยังไม่มีการกำหนดออกมาอย่างเป็นทางการจะมีแต่นโยบายแบบภาพรวมที่นายชัชชาติในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจได้ระบุเอาไว้ว่า
– เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร เน้นปลูกพืชที่ที่มีคุณภาพปลอดสารพิษ
– เพิ่มศักยภาพ Sme ด้วยเทคโนโลยี
– เพิ่มพลังการส่งออก เน้นการเจรจาการค้า
– สร้างความเชื่อมั่นเรื่องการท่องเที่ยว สร้างคนรุ่นใหม่ด้วยเทคโนโลยี
พรรคอนาคตใหม่
นี่คือพรรคที่ไม่ว่าจะทำโพลออกมากี่ครั้งก็มีคะแนนความนิยมติดอยู่ในท้อป 3 หรือ ท้อป 5 ทุกครั้งไป และแนวทางของพรรคก็มุ่งไปที่คนรุ่นใหม่ที่เพิ่งมีสิทธิเลือกตั้งและต้องการ นักการเมือง ที่สามารถยกระดับสังคมที่เป็นอยู่ได้ แต่ดูเหมือนว่า นโยบายที่ ดูจะจับต้องได้อยากประชานิยมซึ่งทำได้ง่ายในเวลาอันสั้นนั้น ก็เป็นสิ่งที่ พรรคอนาคตใหม่หลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน
– สนับสนุนเงินเลี้ยงดูบุตรอายุ 0-6 ปี เดือนละ 1,200 บาท
– สนับสนุนค่าครองชีพและเริ่มต้นชีวิตของเยาวชนอายุ 18-22 ปี เดือนละ 2,000 บาท
– เพิ่มเงินค่าครองชีพผู้สูงอายุเป็นเดือนละ 1,800 บาท
– เพิ่มงบรายหัวในระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็น 4,000 บาทต่อคนต่อปี






























