Home Uncategorized ย้อนอดีต “5 สุดยอดคัมแบ็ค” เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

ย้อนอดีต “5 สุดยอดคัมแบ็ค” เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

นอกจากบาร์เซโลน่า ยอดทีมแห่งสเปน จะทำ “สิ่งที่เป็นไปไม่ได้” ให้ “เป็นไปได้” ด้วยผลงานการคัมแบ็คอันยอดเยี่ยม เปิดคัมป์นูถล่ม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 6-1 ในนัดสอง ของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ทั้งที่แทบจะปิดประตูแพ้ไปแล้ว หลังจากบุกไปแพ้เละเทะถึง 0-4 ในนัดแรก

“เซร์กี้ โรเบร์โต้” ฮีโร่ผู้ทำประตูชัยช่วงทดเวลา พาทีมบาร์ซ่าเข้ารอบ

ที่ผ่านมา ในประวัติศาสตร์ลูกหนังของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ก็เคยมีทีมที่ตกเป็นรองแล้วพลิกสถานการณ์กลับมาชนะด้วยเช่นกัน และนี่คือ “5 สุดยอดการคัมแบ็ค” ที่เคยมีมาของทัวร์นาเมนต์นี้ จากการรวบรวมโดย “เดลี่ มิร์เรอร์” สื่อดังของอังกฤษ

โมนาโก VS เรอัล มาดริด (ปี 2004 รอบ 8 ทีมสุดท้าย)
นัดแรก : มาดริด 4-2 โมนาโก
นัดสอง : โมนาโก 3-1 มาดริด

มาดริดกำลังจะแหย่ขาเข้ารอบรองชนะเลิศได้อยู่แล้ว หลังนัดสอง ราอูล กอนซาเลซ ทำประตูให้ทีมในนาที 35 ช่วยให้ประตูรวมนำห่าง 5-2 แต่หลังจากนั้น โมนาโกมาได้ 3 ประตูรวด จาก ลูโดวิช ชูลี่ (นาที45 และ 66) และ เฟร์นานโด มอริเอนเตส (นาที 48) ช่วยให้โมนาโกพลิกกลับมาเสมอ 5-5 และเข้ารอบไปด้วยกฎประตูทีมเยือน

เดปอร์ติโบ้ ลา กอรุนญ่า VS เอซี มิลาน (ปี 2004 รอบ 16 ทีมสุดท้าย)
นัดแรก : มิลาน 4-1 เดปอร์ติโบ้
นัดสอง : เดปอร์ติโบ้ 4-0 มิลาน

แม้นัดแรก มิลานฟอร์มยอดเยี่ยม ทำ 4 ประตูใน 8 นาที ช่วยให้ทีมเปิดบ้านชนะก่อน 4-1 แต่ในนัดสอง ปรากฏว่า เดปอร์ติโบ้ระเบิดฟอร์มทำ 3 ประตูรวดตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนมาได้ประตูสำคัญจากตัวสำรอง ฟรานซิสโก้ กอนซาเลซ ในนาที 76 ทำให้ทีมเข้ารอบด้วยผลรวม 5-4

เชลซี VS นาโปลี (ปี 2012 รอบ 16 ทีมสุดท้าย)
นัดแรก : นาโปลี 3-1 เชลซี
นัดสอง : เชลซี 4-1 นาโปลี (ต่อเวลาพิเศษ)

หลังจากเชลซีมีการเปลี่ยนกุนซือในนัดสอง โดยแต่งตั้งโรเบร์โต้ ดิ มัตเตโอ เข้ามาคุมทีมแทน อังเดร วิลลาส-โบลาส ก็ช่วยให้ทีมดีขึ้นทันตา เมื่อ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา, จอห์น เทอร์รี่ และแฟร้งก์ แลมพาร์ด ทำคนละประตูในเวลา 90 นาที ช่วยให้ผลรวมเสมอ 4-4 ต้องต่อเวลาพิเศษ และเป็นบรานิสลาฟ อิวาโนวิช ที่ทำประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ นาทีที่ 105 ช่วยให้ทีมเข้ารอบด้วยผลรวม 5-4

เอซี มิลาน VS ลิเวอร์พูล (ปี 2005 นัดชิงชนะเลิศ)
ครึ่งแรก :  มิลาน 3-0 ลิเวอร์พูล
หมดเวลา : มิลาน 3-3 ลิเวอร์พูล และลิเวอร์พูล ชนะจุดโทษ 3-2

ในนัดชิงชนะเลิศ ลิเวอร์พูลตามอยู่ถึง 3 ประตูหลังจบครึ่งแรก แต่ก็ฮึดมาไล่ตีเสมอเป็น 3-3 ได้สำเร็จหลังเริ่มครึ่งหลังไปได้แค่ 6 นาที จากประตูของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด, วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ และชาบี้ อลอนโซ่ ก่อนที่ลูกทีมของราฟาเอล เบนิเตซ จะคว้าแชมป์ไปครองจากการดวลชนะจุดโทษ 3-2

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS บาเยิร์น มิวนิค (ปี 1999 นัดชิงชนะเลิศ)
90 นาที   : แมนฯ ยูไนเต็ด 0-1 บาเยิร์น
หมดเวลา : แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 บาเยิร์น

บาเยิร์นขึ้นนำก่อนตั้งแต่ 6 นาทีแรก จากประตูของมาริโอ บาสเลอร์ และเกมทำท่าจะจบลงด้วยสกอร์นี้ แต่ช่วงทดเวลา 3 นาที ปรากฏว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มาได้ประตูจาก เท็ดดี้ เชอริงแฮม ในนาทีที่ 91 ช่วยให้ทีมตีเสมอ ก่อนที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ จะเป็นฮีโร่ทำประตูชัยให้แมนฯ ยูไนเต็ดคว้าแชมป์ไปครอง