Home Trending Story Trend ในประเทศ รวมสินค้าขายดี ขาดตลาดเพราะรีวิวในทวิตเตอร์

รวมสินค้าขายดี ขาดตลาดเพราะรีวิวในทวิตเตอร์

ช่วงหลายปีที่ผ่านมาในประเทศไทยถือว่ามีผู้ใช้ทวิตเตอร์เพิ่มขึ้นเยอะมากๆ เรียกได้ว่าเป็นช่วงขาขึ้น ขึ้นทุกปี

2559 มีผู้ใช้บริการประมาณ 5 ล้านยูสเซอร์
2560 มีผู้ใช้บริการประมาณ 9 ล้านยูสเซอร์
2561 มีผู้ใช้บริการประมาณ 12 ล้านยูสเซอร์

โซเชียลมีเดียที่มีการเจริญเติบโตแบบน่าจับตามองแบบนี้ ย่อมมีการตลาดการขายของเข้ามาอย่างแน่นอน แต่ก็ใช่ว่าการขายทุกอย่างจะประสบความสำเร็จเสมอไปนะ

คนที่เล่นทวิตเตอร์ย่อมจะคุ้นเคยกับการขายของที่แฝงมาในทุกวันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการขายตรงอย่างการซื้อโฆษณาทวิต หรือซื้อพื้นที่แฮชแทกให้ขึ้นอยู่ในอันดับแรกของเทรนด์  การใช้บริการ Influencer หรือผู้มีอิทธิผลในทวิตเตอร์ที่ยอด Follower เยอะๆ ให้ปั่นแฮชแทก หรือรีวิวจากผู้ใช้จริงที่ไม่ได้ตั้งใจจะขาย แต่ก็เหมือนเป็นการ PR ให้สินค้านั้นโดยไม่รู้ตัว

ซึ่งคนในทวิตเตอร์ไม่ใช่ว่าจะเชื่อไปซะทุกอย่างที่ถูกรีวิว แต่มันเกิดมาจากการเป็นกระแสปากต่อปาก ทวิตต่อทวิต ทำให้เกิดความอยากรู้อยากลอง สินค้าอันไหนที่น่าสนใจ ดูมีประโยชน์ และดีจริงเท่านั้นแหละที่จะขายได้จริงๆ

Tonkit360 เลยอยากจะมารวบรวมการขายของในทวิตเตอร์ที่ต้องบอกว่าประสบความสำเร็จจนงงกันไปเลย การรีวิวจากผู้ใช้จริง มีตัวอย่างให้ดู จนบางอย่างถึงกับ Sold Out หาซื้อไม่ได้กันไปเลย

ชากุหลาบ ชาตรามือ

ภาพจาก Facebook ChaTraMue

เป็นกระแสมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2017 ที่มีคนกินชากุหลาบ จากชาตรามือแล้วรีวิวว่า ประหนึ่งยาระบายอ่อนๆ (?) ที่เหมาะกับคนไม่ค่อยขับถ่าย รีวิวปากต่อปากกันหนาหูหนาตาไปทั่วทวิตเตอร์และสื่ออื่นๆ ทำให้ในช่วงนั้น (มีนาคม-เมษายน 2017) ชากุหลาบถึงกับหมดทุกสาขา ต้องรอเป็นเดือนถึงได้กลับมากินกันอีกครั้ง ถามว่าจริงมั๊ยที่กินแล้วเหมือนยาระบาย? อันนี้น่าจะแล้วแต่คน เพราะบางคนก็บอกว่าไม่เกิดอะไรขึ้นเลย แต่บางคนถึงกับต้องไปโรงพยาบาล จนเจ้าของแบรนด์ต้องออกมาให้สัมภาษณ์ว่าไม่ได้ใส่ยาระบายอะไรเข้าไปในชาเลยนะ แต่อาจจะเป็นสรรพคุณของชากุหลาบที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายอย่างอ่อนๆ อยู่แล้ว

อาจจะมีเรื่องจ้อจี้ไม่จริง หรือเกินเบอร์ไปบ้างในการรีวิว แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าทำให้ชากุหลาบ และชาตรามือกลับมาได้รับความสนใจ คนอยากลอง ซื้อกันจนของหมด ทำให้แบรนด์สามารถผลิตอย่างอื่นขึ้นมาต่อยอดได้อีก (อย่างเช่นไอศกรีมชากุหลาบ)  และทำให้ชื่อ ชาตรามือ กลับมาคุ้นหูคุ้นตาผู้บริโภคได้อีกครั้ง


กระดาษเช็ดแว่น MUJI

สินค้ามินิมอลจากญี่ปุ่นที่ใครๆ ก็รู้จัก มีผลิตภัณฑ์อย่างหนึ่งที่บูมขึ้นมาในช่วงกลางปี (สิงหาคม) ที่ผ่านมา นั่นคือ กระดาษเช็ดแว่น ราคาย่อมเยา 35 บาท มี 14 แผ่น เริ่มจากการมีคนได้ลองใช้และนำมารีวิวในทวิตเตอร์จนคนรีทวิตกันหลักหมื่น เห็นแล้วเราอาจจะงงว่ามันต่างจากผ้าเช็ดแว่นทั่วไปหรือทิชชู่ยังไง? จนเกิดความอยากรู้อยากเห็นอยากลองไปซื้อกันมาใช้ ผลสรุปแล้วคือ เออ มันดีจริงๆ นะ! เช็ดตัวเลนส์สะอาด เช็ดได้ทุกซอกทุกมุมของแว่นจนเนียนกริบเหมือนตัดแว่นใหม่ กระแสปากต่อปากแบบไร้การจ้างแบบนี้แหละที่ถูกใจชาวทวิตเตอร์และสื่ออื่นๆ จนคนไปซื้อตามกันเยอะมาก และฟีดแบคที่กลับมานั่นก็คือ ของเค้าดีจริงค่า! จนตอนนี้ไม่ว่าจะไปถามหาที่ MUJI สาขาไหนก็คือ ของเข้ามาแล้ว แต่หมดไปแล้ว เรียกได้ว่าคนอยากใช้ไม่ได้ใช้ แต่ก็มีคนหัวใสไปซื้อมาเพื่อขายต่อเยอะเหมือนกัน นี่แหละพลังแห่งการรีวิวของทวิตเตอร์ (บวกกับคุณภาพของที่ดีจริง)

ข้อแนะนำก็คือให้ซื้อกันตามเวรตามกรรมนั่นแหละ ถ้าเรามีบุญเราก็จะได้ใช้ ไม่ต้องสั่งพรีออเดอร์จากญี่ปุ่น (เพราะราคาที่ไทยแพงกว่าแค่ประมาณ 10 บาท) และก็ไม่ถึงกับต้องไปซื้อจากคนที่ซื้อมาขายต่อ เพราะจ่ายแพงกว่าโดยใช่เหตุ เอาเป็นว่าถ้าใครผ่านร้าน MUJI แล้วอยากลองก็ให้โฉบๆ ไปดูว่ามีขายมั๊ย หรือถ้าใครที่ใช้อยู่แล้ว จะตัดแบ่งไว้ใช้ก็ได้ เพราะแผ่นใหญ่ ใช้ได้หลายรอบจะได้ไม่หมดเร็ว


ฟองน้ำทำความสะอาด Daiso

ภาพจาก Facebook Daiso Thailand

อีกหนึ่งความประสบความสำเร็จของการรีวิว นั่นคือฟองน้ำทำความสะอาด จากร้านไดโซะ 60 บาท  เป็นกระแสการรีวิวแบบปากต่อปาก ทวิตต่อทวิต พร้อมแนบรูปความอลังการของการทำความสะอาด Before-After กันสนุกสนาน  เรียกได้ว่าดีงามจนทำให้ Sold Out ทุกสาขา ไปหาที่ไหนก็ไม่เจอมาตั้งแต่กลางปี เอารูปไปถามพนักงาน ปรายตามองแค่แว๊บเดียวแล้วตอบว่า “หมดค่า”  รู้เรื่อง…  ซึ่งดูจากกระแสรีวิวแล้วของเขาก็ดีด้วยจริงๆ ถึงได้ขายหมดจนหาไม่เจอขนาดนี้ เพราะสามารถเช็ดได้ทุกอย่าง ตั้งแต่รองเท้า ลูกบิดประตู ประตู เช็ดคราบกาว ยันเตารีด ทำให้สะอาดเหมือนซื้อใหม่


ถุงผ้าเลียนแบบถุงพลาสติก Plasticbag.Official

ภาพจาก Facebook Plasticbag.Official

อีกพลังของการแนะนำและรีวิวทางทวิตเตอร์ คือถุงผ้าเลียนแบบถุงพลาสติก Plasticbag.Official ที่เริ่มเปิดขายในเฟสบุ๊คเมื่อเดือนมิถุนายน แต่ในทวิตเตอร์ก็ไม่แพ้กันเพราะมีหลายคนที่นำข้อมูลมาลงและถูกรีทวิตไปเป็นหลักหมื่น ทำให้คนสนใจจำนวนมาก ซึ่งเมื่อเห็นแล้วก็ไม่แปลกใจว่าทำไมถึงฮอตมาก เพราะมาได้ทันกระแสรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกพอดิบพอดี ด้วยรูปทรงที่เหมือนถุงพลาสติก ขนาดกำลังดี สามารถพกไปไหนก็ได้ ที่สำคัญทุกการซื้อหนึ่งใบจะบริจาค 50 บาทเพื่อการกำจัดขยะทางทะเลและชายฝั่ง

ถามว่าฮอตแค่ไหน ก็คือผู้ผลิตตอบ Inbox ไม่ทัน แพคของ ส่งของไม่ทัน จนต้องปิดรอบไปก่อน เพื่อเคลียร์ลูกค้าในรอบแรกให้เสร็จ รอกันเดือนกว่าๆ ถึงจะได้สั่งรอบที่สอง ตัวเจ้าของเองยังแจ้งในเพจเลยว่ายอดสั่งเกินความคาดหมายไปมากจนจัดการไม่ทันกันเลยทีเดียว

ถึงแม้จะไม่ได้มาจากทวิตเตอร์ทั้งหมด แต่ก็ได้รับความสนใจไม่น้อย และได้ลูกค้าที่ตามมาจากในทวิตเตอร์ส่วนหนึ่งเลย (ใช่ เราเป็นหนึ่งในนั้น!)


แฟนต้า WTF รสอะไร?

เป็นกระแสเฮๆ ฮาๆ อยู่ช่วงหนึ่ง ที่เครื่องดื่มน้ำอัดลมแฟนต้าออกสินค้าใหม่ นั่นคือ แฟนต้า WTF รสอะไร? (WTF ที่ย่อมาจาก What The Fruit?) เครื่องหมายคำถามใหญ่ๆ ตรงกระป๋องทำให้เราไม่รู้ว่าไอ้กระป๋องที่ซื้อมากินนี่มันรสอะไร?  คนที่ไปซื้อมาลองก็รีวิวกันไม่เหมือนกันซักคน บางคนบอกว่าได้รสลิ้นจี่ กล้วย บางคนบอกกินรสทุเรียนก็มี ก็ถือว่าสนุกสนานกันไป ไม่ถึงกับทำให้สินค้า Sold Out แต่ก็ทำให้แฟนต้ามีกระแสขึ้นมาได้ในช่วงฤดูทุเรียนพอดิบพอดี

 

เท่าที่ดูมาแล้วในทวิตเตอร์ก็มีทั้งคนขายของ ทั้งรีวิวของกันทุกวันนั่นแหละ อยู่ที่ว่าของสิ่งนั้นจะดีแค่ไหน? ตรงต่อความต้องการและมีประโยชน์กับคนในวงกว้างมั๊ย เพราะในตอนนี้ทวิตเตอร์ไม่ใช่พื้นที่ของแฟนคลับเท่านั้นแล้ว แต่รวมทุกกลุ่มคน  และคนที่เล่นทวิตก็ไม่ใช่ว่าจะเชื่อไปซะทุกอย่าง  ดูๆ แล้ว การรีวิวที่เป็นธรรมชาติ ความจริงใจ เป็นของโปรดของชาวทวิตเตอร์เลยแหละ

อ้างอิงข้อมูลจาก positioningmag.com / thumbsup.in.th