Home Trending Story Trend ในประเทศ พลุ ประทัดและดอกไม้ไฟ เล่นอย่างไรให้ปลอดภัย

พลุ ประทัดและดอกไม้ไฟ เล่นอย่างไรให้ปลอดภัย

การจุดพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ ในวันสำคัญอย่างออกพรรษา หรือเทศกาลแห่งความสุขเช่นลอยกระทงนั้น อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย สิ่งแวดล้อม และชีวิตได้ ซึ่งข้อมูลจากเครือข่ายเฝ้าระวังการบาดเจ็บแห่งชาติ ในโรงพยาบาล 33 แห่งทั่วประเทศของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ระบุว่า ในช่วงปี 2553-2557 มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ ส่วนใหญ่นั้นเป็นเด็กอายุที่มีระหว่าง 10-19 ปี โดยอวัยวะที่ได้รับบาดเจ็บมากที่สุด คือมือและข้อมือกว่า 44% รองลงมาคือศรีษะ 13% ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการบาดเจ็บต่อร่างกายและอันตรายแก่ชีวิต Tonkit360 จึงได้นำข้อแนะนำในการเล่นพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟที่ปลอดภัยมาฝากทุกคนกัน

หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่มีควันฟุ้ง และได้กลิ่นจากการเผาไหม้ดอกไม้ไฟ

พลุ ประทัดและดอกไม้ไฟ มีส่วนประกอบสำคัญที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ เพราะในดินปืนนั้นมีส่วนผสมของกำมะถัน ดินประสิว และผงถ่าน เมื่อประกอบกับสารเคมีที่ทำให้เกิดสีและแสงจ้า เช่น โพแทสเซียมเปอร์คลอเรต ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และโพตัสเซียมไนเตรต จึงทำให้ผลจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงและสารเคมี เกิดเป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กและโลหะหนักบางชนิด ซึ่งมีผลโดยตรงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่จุดพลุและผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง

ใช้มือปิดหู เมื่อได้ยินเสียงพลุ ประทัดหรือดอกไม้ไฟ

มลพิษทางเสียงจากการจุดพลุ หรือประทัดนั้น อาจทำให้สูญเสียการได้ยินชั่วคราวหรือหูอื้อชั่วขณะ แต่อาการนี้จะกลับคืนสู่ปกติในระยะเวลาหนึ่ง แต่ถ้าได้รับเสียงจากพลุบ่อยๆ และนานขึ้น ระยะเวลาที่จะกลับมาได้ยินอย่างปกติจะนานขึ้น จนกระทั่งไม่กลับมาและอาจสูญเสียการได้ยินอย่างถาวรในที่สุด

หลีกเลี่ยงการสัมผัสพลุ ประทัดหรือดอกไม้ไฟโดยตรง

หลีกเลี่ยงการสัมผัสพลุและดอกไม้ไฟโดยตรง เพราะอาจเกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง และเยื่อบุผิวหนังจากสารโพแทสเซียมไนเตรต และถ้ากลืนกินเข้าไปจะทำให้คลื่นไส้ ท้องเสีย และกล้ามเนื้ออ่อนแรง ทั้งนี้อาจเกิดอุบัติเหตุจากการจุดพลุ ประทัดและดอกไม้ไฟได้ตลอดเวลา ซึ่งหากพลาดพลั้งอาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตเลยทีเดียว

อย่าเก็บประทัดหรือดอกไม้ไฟที่จุดแล้วมาเล่น

อย่าเก็บประทัด พลุ ดอกไม้ไฟที่จุดแล้วไม่ระเบิดมาเล่น เพราะมันอาจจะระเบิดได้โดยไม่คาดคิด ทั้งนี้ควรอ่านฉลาก คำแนะนำ วิธีการใช้ คำเตือนก่อนเล่น และก่อนจะจุดประทัด พลุ หรือดอกไม้ไฟ ควรมองรอบข้างให้ดีว่าไม่มีผู้ใดอยู่ในบริเวณนั้น เพื่อความปลอดภัยของผู้อื่น รวมถึงเล่นในที่โล่ง ห่างไกลจากบ้านเรือน ใบไม้แห้ง และวัตถุไวไฟ ที่สำคัญคือห้ามเล่นประทัด พลุ ดอกไม้ไฟ ที่อยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ เก่า และไม่มีฉลากภาษาไทยที่ถูกต้องชัดเจน

สำหรับเด็กควรมีผู้ใหญ่ดูแลอย่างใกล้ชิด 

ห้ามให้เด็ก จุดประทัด และดอกไม้ไฟเองโดยเด็ดขาด และไม่ควรให้เด็กอยู่ใกล้บริเวณที่จุดประทัด พลุ หรือดอกไม้ไฟ ผู้ปกครองและครูต้องสอนให้เด็กรู้ว่า ประทัด พลุ ดอกไม้ไฟ ไม่ใช่ของเล่น แต่เป็นสิ่งที่อันตรายสำหรับเด็ก เช่น อาจทำให้ตาบอด นิ้วขาดกลายเป็นคนพิการ ซึ่งผู้ปกครองควรดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด รวมถึงผู้ปกครอเองก็ควรสอนทักษะการหนีเมื่อเผชิญสถานการณ์อันตรายจากพลุ ประทัดและดอกไม้ไฟให้กับเด็กด้วย

***ควรรู้จักวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการสื่อสารกับหน่วยฉุกเฉินทางการแพทย์ (1669) รวมทั้งวิธีการส่งต่อผู้ได้รับบาดเจ็บในภาวะฉุกเฉินไปยังสถานพยาบาลใกล้เคียง เพื่อลดการบาดเจ็บรุนแรง ความพิการ และการเสียชีวิต ทั้งนี้การเล่นพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟนั้น จะต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหากสร้างความเสียหายให้กับผู้อื่น จะมีโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 โทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 14,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ***

ข้อมูลจาก www.thaihealth.or.th