เรื่องจ้อจี้ ลวงโลกเยอะเหลือเกินตอนนี้ ไม่ว่าจะเรื่องเล็กๆ ทำเล่นๆ (แต่ผลลัพธ์ยิ่งใหญ่) ไปจนถึงมหากาพย์แบบแทบจะหลอกตัวเองและคนรอบข้างมาตลอดชีวิต เลยอยากจะมาเล่าเรื่องลวงๆ หลอกๆ ในวงการศิลปะผ่านภาพยนตร์ดูบ้าง ถ้าคนที่เป็นคอภาพยนตร์หรือตามข่าวศิลปะหน่อย จะรู้จักหนังเรื่อง Big Eyes (2014) ชื่อไทย ติสท์ลวงตา อย่างแน่นอน
**มีการเปิดเนื้อหาเกือบทั้งหมดของภาพยนตร์**

Big Eyes สร้างมาจากเรื่องจริงของ มาร์กาเร็ต คีน (Margaret Keane) ศิลปินหญิงชาวอเมริกายุค 60 ผู้สร้างงานศิลปะคาแรคเตอร์เป็นเอกลักษณ์อย่างตัวการ์ตูนตาโต โดยเล่าเรื่องราวแบบสวยๆ งามๆ ชีวิตวัยสามสิบกว่าๆ ของมาร์กาเร็ต แม่หม้ายลูกติด ที่ได้มาพบกับวอลเตอร์ คีน (Walter Keane) พ่อหม้ายลูกติด คารมดี วาทศิลป์ชั้นยอด ที่มีอาชีพเป็น Salesman และเคลมว่าตัวเองเป็นศิลปินวาดรูปเหมือนกัน ทั้งคู่ตัดสินใจแต่งงานกันในปี 1955 และให้วอลเตอร์เป็นคนขายงานศิลปะให้
มาร์กาเร็ตใช้ชีวิตอยู่กับวอลเตอร์มาโดยไม่รู้เลยว่าผลงานที่ให้วอลเตอร์ไปขายนั้นไม่ได้ถูกขายอย่างเดียว แต่วอลเตอร์บอกทุกคนว่างานเหล่านั้นเป็นฝีมือของเขาเอง!

ในเมื่อเรื่องราวกลายมาเป็นแบบนี้ จะให้มาบอกคนอื่นทีหลังว่าเป็นผลงานของมาร์กาเร็ตก็ไม่ทันแล้ว ผลงานกำลังโด่งดังด้วยภาพลักษณ์ที่แตกต่าง ไม่เหมือนใคร จนถูกทำเป็นหนังสือ งานปริ้นท์ โปสการ์ด และสินค้าต่างๆ มากมาย จนทำเงินให้ทั้งคู่หลักล้านเหรียญ แต่ชีวิตที่ร่ำรวยขึ้นไม่ได้ทำให้มาร์กาเร็ตมีความสุขเพราะวอลเตอร์เริ่มแสดงนิสัยแย่ๆ ขี้เมา ปากร้าย เจ้าชู้ กักขังและขู่บังคับให้เธอสร้างผลงานให้อย่างเดียว จนตัดสินใจแยกทางกันในปี 1965 หลังจากอยู่กินกันได้ 10 ปี
แต่มีหรอคนโกหกจะไม่ได้รับผลของการกระทำ ในปี 1970 มาร์กาเร็ตตัดสินใจให้สัมภาษณ์กับวิทยุแห่งหนึ่งว่า เธอนั่นแหละที่เป็นเจ้าของผลงานภาพวาด Big-Eyes เหล่านั้นเอง เรื่องใหญ่โตจนขึ้นโรงขึ้นศาล วิธีจะพิสูจน์ว่าใครเป็นเจ้าของผลงานตัวจริง นั่นคือการที่ทั้งคู่ต้องวาดรูปต่อหน้าศาลและคณะลูกขุน แน่นอนว่าเจ้าของผลงานตัวจริงอย่างมาร์กาเร็ตทำเสร็จในเวลาไม่ถึงชั่วโมง แต่จอมลวงโลกอย่างวอลเตอร์ใช้ข้ออ้างว่าเจ็บไหล่จึงไม่สามารถวาดได้ จนทำให้เธอชนะคดีในที่สุด

สิ่งที่บอกเราจากหนังเรื่องนี้ก็คือ ไม่ว่าจะวงการไหนมันก็มีเรื่องโกหกลวงโลกกันทั้งนั้นแหละ! ในยุคของมาร์กาเร็ตเป็นเรื่องยากที่จะมาแหกใครซักคนนึงว่าคนนี้พูดไม่จริงนะ แน่นอนว่าสื่อในยุคนั้นไม่ได้รวดเร็วและ World Wide เหมือนตอนนี้ แต่ก็ทำให้เราเห็นว่าจุดจบของคนโกหก ไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ หรือเรื่องที่ไม่มีใครรู้ สุดท้ายแล้วความจริงก็ต้องเปิดเผย หรือถ้าไม่เปิดเผยก็คงรู้อยู่แก่ใจกันน่ะนะ
ซึ่งในหนังเรื่อง Big Eyes นี้ก็ไม่ได้จะดราม่ากดดันไปซะทีเดียว แต่เป็นเหมือนการเล่าชีวิตมาร์กาเร็ตแบบเซอร์เรียล จิกกัดวงการศิลปะและนักสะสมเล็กๆ ที่ทำได้ดีคงเป็นคริสทอฟ วัลซ์ (รับบทวอลเตอร์ คีน) คือเล่นดีจนเกลียด ฮ่าๆ มีการนำผลงานกว่า 200 ชิ้นของมาร์กาเร็ตมาทำใหม่เพื่อประกอบหนังอีกด้วย ใครชอบงานศิลปะมีกรี๊ดแน่นอน อย่าลืมไปหาดูกัน

ความประสบความสำเร็จของคุณย่ามาร์กาเร็ต
มาร์กาเร็ตถือว่าศิลปินอีกคนที่ประสบความสำเร็จมากๆ มาตั้งแต่ช่วง 1960s ยุคที่ยังไม่ค่อยมีศิลปินหญิงโดดเด่นเท่าไร เพราะความมีเอกลักษณ์ของคาแรคเตอร์ที่เธอวาด เป็นแรงบันดาลใจให้กับการ์ตูนคาแรคเตอร์ดังๆ หลายเรื่อง หนึ่งในนั้นก็คือ Powerpuff Girls และผลงานของเธอยังมีอิทธิผลต่อศิลปินดังอย่าง Yoshitomo Nara และ Tim Burton ผู้กำกับหนังเรื่อง Big Eyes นี่เอง

คุณย่ามาร์กาเร็ตเองก็ได้แรงบันดาลใจในการใช้สี และการจัดองค์ประกอบมาจากศิลปินดังๆ อย่าง แวนโก๊ะ , อองรี รุสโซ่ , ดาวินชี , ปิกัสโซ่ และศิลปินอีกมากๆ ที่เธอชอบ

ชวนเม้าท์มอยเล็กๆ ประเด็น ก็อป ไม่ก็อป เอ๊ะ ยังไง..?
ในวงการศิลปะ เราจะคุ้นหูกันอยู่สองคำ นั่นคือ Inspiration (แรงบันดาลใจ) และ Influence (อิทธิพล) ที่มักใช้อธิบายผลงานของศิลปิน ใช้เล่าคอนเซปต์ของงาน ซึ่งเป็นคำที่อธิบายได้ดีที่สุด บางครั้งเราเห็นงานสวยๆ ของศิลปินคนนั้นคนนี้ เราก็อยากทำได้แบบนั้นบ้าง จึงเริ่มจากใช้ผลงานนั้นเป็นแรงบันดาลใจ และสุดท้ายมันจะมีอิทธิพลต่องานเราไม่มากก็น้อย แน่นอนว่าเกือบทุกคนก็ทำแบบนี้ คงน้อยคนมากๆ ที่เริ่มสร้างผลงานจากสไตล์ของตัวเองคิดเองอย่างแท้จริง
เราจึงตอบได้ยากว่า งานนี้ลอกมามั้ย? ใครลอกใคร? หรือถึงแม้ว่างานจะเหมือนกันมากๆ ก็ไปขึ้นอยู่กับคอนเซปต์และการพรีเซนต์อีก เพราะแต่ละคนก็จะมีแนวคิดของตัวเองอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าจะ Make Sense เหมาะกับงานมั้ย
แต่ในกรณีของวอลเตอร์ มันเลยคำว่าลอกไปไกล (เพราะนางเอางานเค้ามามโนเลย) ก็เลยมีจุดจบอย่างที่เห็น แต่ก็อย่างว่า ผลงานและการพรีเซนต์แทบจะมีน้ำหนักครึ่งต่อครึ่ง จะให้วาดสวยแค่ไหนใครก็ทำได้ เดี๋ยวนี้เค้าแข่งกันที่แนวคิด เหมือนกับวอลเตอร์ที่มีวาทศิลป์ดี มีศิลปะในการโน้มน้าวเพราะเคยเป็นเซลล์มาก่อน เลยเนียนไปได้ไกล
ส่งท้ายไปด้วยการ แฮปปี้เบิร์ธเดย์ คุณย่ามาร์กาเร็ตไปด้วยกัน
เพราะในวันที่ 15 กันยายนนี้ จะครบรอบ 91 ปีของเธอแล้ว!
อ้างอิงข้อมูลจาก keane-eyes.com , biography.com/people/margaret-keane






























