Home Trending Story Trend ในประเทศ เมื่อชีวิตมนุษย์เงินเดือนในเมืองกรุง ไม่ได้มีแต่เรื่องดี ๆ

เมื่อชีวิตมนุษย์เงินเดือนในเมืองกรุง ไม่ได้มีแต่เรื่องดี ๆ

“กรุงเทพฯ” เป็นมหานครแห่งเศรษฐกิจและการเรียนรู้ ทำให้เมืองใหญ่แห่งนี้ เป็นจุดหมายปลายทางของผู้ที่ต้องการทำงานเก็บเงิน และแสวงหาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยเชื่อมั่นว่า การเข้ามาใช้ชีวิตในเมืองกรุง จะทำให้มีโอกาสหางานได้ง่ายขึ้น บวกกับเงินเดือนที่มากกว่า ถ้าเทียบกับการทำงานในต่างจังหวัด แต่คุณรู้หรือไม่ว่า การทำงานในกรุงเทพฯ มีทั้งข้อดีและข้อเสียมากมาย อาทิ

ข้อดีของการทำงานในกรุงเทพฯ

สามารถหางานได้ง่าย และหลากหลาย

กรุงเทพฯ มีงานหลากหลายให้เลือก ทั้งจากประกาศรับสมัครงานตามป้าย หนังสือพิมพ์ หรือในเว็บไซต์ต่าง ๆ และส่วนใหญ่ต่างระบุชื่อตำแหน่ง เงินเดือน คุณสมบัติไว้ครบถ้วน หากคุณมีคุณสมบัติตรงกับตำแหน่งที่เลือก ก็สามารถเดินเข้าไปยื่นใบสมัครได้เลย หรือจะส่งใบสมัครผ่านเว็บไซต์ก็ได้ โดยบางแห่งจะรู้ผลทันที หรือไม่ก็ทางบริษัทจะทำการติดต่อกลับเอง

นอกจากนี้ ยังมีบางสายงานที่ไม่สามารถหางานในต่างจังหวัดได้ อาจเป็นเพราะตัวเลือกน้อย หรือไม่มีงานตรงตามที่ตนต้องการ ทำให้ต้องเข้ามาหางานทำในเมืองกรุงแทน

อัตราเงินเดือนสูง สวัสดิการดี

“ค่าแรง” หรือ “เงินเดือน” ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดคนให้เข้ามาทำงานในเมืองกรุง เนื่องจากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในพื้นที่กรุงเทพฯ สูงกว่าในอีกหลาย ๆ จังหวัด อาทิ

– นาย ก. จบจากคณะกายภาพบำบัด ทำงานเป็นเทรนเนอร์ ในฟิตเนสแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เงินเดือน+ค่า Commission จากการขายคอร์ส+ค่าเทรน มีรายได้ต่อเดือนประมาณ 25,000-30,000 บาท แต่หากนาย ก. เลือกสมัครงานเป็นเจ้าหน้าที่กายภาพบำบัดในโรงพยาบาลของรัฐ/เอกชน อาจได้รับเงินเดือนประมาณ 15,000-20,000 บาท

เมื่อลองดูกรณีของนาย ก. ที่ถูกยกตัวอย่างในข้างต้น จะเห็นได้ชัดว่า การทำงานในกรุงเทพฯ นอกจากรายได้ต่อเดือนประมาณสูงกว่าแล้ว คุณยังมีสิทธิ์เลือกงานได้มากกว่าด้วย แถมสวัสดิการพื้นฐานที่บริษัทบางแห่งจัดให้พนักงานก็ไม่ได้มีแค่โบนัสเท่านั้น แต่อาจมีเที่ยวประจำปี งานเลี้ยงประจำปี ส่วนลดเมื่อซื้อสินค้าภายในเครือ หรือเงินช่วยเหลือตามวาระต่าง ๆ เป็นต้น

มีตัวเลือกการเดินทางมากกว่า

การคมนาคมในเมืองกรุง มีระบบขนส่งสาธารณะให้เลือกใช้บริการหลากหลายกว่า ที่สำคัญรู้เวลาเปิด-ปิดการให้บริการที่แน่ชัด อาทิ รถโดยสารประจำทาง รถไฟฟ้า BTS รถไฟใต้ดิน MRT วินมอเตอร์ไซค์ หรือรถตู้ และแม้บริการขนส่งบางส่วนจะหยุดให้บริการ คุณก็ยังมีตัวเลือกอย่างรถแท็กซี่ และ Grab ให้เลือกใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เรื่องปากท้อง

กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหล ไม่กว่าจะดึกเพียงใด คุณก็สามารถหาร้านอาหาร หรือร้านสะดวกซื้อ อย่าง 7-ELEVEN และ FamilyMart ได้ ผิดกับต่างจังหวัดที่ร้านค้าส่วนใหญ่จะเริ่มปิดร้าน ช่วง 20.00-22.00 น. แถมบางพื้นที่เพียง 19.00 น. ก็แทบจะไร้ผู้คนแล้ว

ข้อเสียของการทำงานในกรุงเทพฯ

ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันสูง

การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองกรุง (ที่ไม่ใช่บ้านเกิดตนเอง) ย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามมาอีกมายมาย อาทิ ค่าเช่าห้อง ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าเดินทาง ฯลฯ เรียกว่า ต่อให้ได้เงินเดือนเยอะ ค่าใช้จ่ายก็เยอะตามไปด้วย ทำให้คนทำงานบางคนแทบไม่มีเงินเก็บ ฉะนั้น คุณควรระมัดระวังการใช้จ่ายของตนให้มาก หากเงินหมดหรือยามมีความจำเป็นต้องใช้เงินจริง ๆ การไปหาหยิบยืมเงินผู้อื่นเป็นเรื่องยาก

ปัญหาการจราจร ปัญหาสุขภาพ

กรุงเทพฯ คือ มหานครที่ไม่เคยว่างเว้นจากการจราจรที่แสนจะติดขัด ด้วยปริมาณรถบนท้องถนนที่มีมากเกินความจำเป็น (บางครอบครัว มีจำนวนรถเท่ากับจำนวนสมาชิก) ทำให้ชีวิตคนทำงานส่วนหนึ่งหมดไปกับการเดินทางบนท้องถนน ซึ่งรื่องนี้ ยังกระทบต่อสุขภาพ เพราะยิ่งคุณติดอยู่บนถนนมากเท่าใด เวลาพักผ่อนของคุณก็น้อยตามไปด้วย และหากสะสมไปนาน ๆ อาจทำให้ร่างกายอ่อนแอ เจ็บป่วยได้ง่าย บางคนอาจเกิดอาการเครียดสะสม

เต็มไปด้วยสิ่งยั่วยุ

เมื่อเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบาย ก็ย่อมเต็มไปด้วยสิ่งยั่วยุอย่างสถานบันเทิง อาทิ ร้านเหล้า ผับ หรือบาร์ ซึ่งมีอยู่เกือบทุกเขตของกรุงเทพฯ และการเข้าไปพักผ่อนหย่อนใจในสถานบันเทิงเหล่านั้นบ่อย ๆ ย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ประสิทธิภาพในการทำงาน และเงินในบัญชีที่ค่อย ๆ ร่อยหรอไป

ขณะที่ในต่างจังหวัด แม้จะมีสถานบันเทิงเหมือนกัน แต่ก็ไม่มากเท่ากับกรุงเทพฯ ทั้งค่าใช้จ่ายในการเข้าไปใช้บริการก็อาจไม่แพงเท่ากรุงเทพฯ เช่นกัน

ลองไล่ดูกันแบบนี้ คงเห็นแล้วว่า การทำงานในเมืองกรุง ก็ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดี แม้จะมีโอกาสแสวงหางานได้มากกว่า อาหารการกินมีตลอด แต่คุณภาพชีวิตบางอย่างก็อาจแย่กว่าการเลือกทำงานในต่างจังหวัด