Home Work & Living ชีวิตติสต์แตกของ Jean Michel Basquiat : ศิลปินที่ใช้ชีวิตคุ้มค่า (เกินไปหน่อย)

ชีวิตติสต์แตกของ Jean Michel Basquiat : ศิลปินที่ใช้ชีวิตคุ้มค่า (เกินไปหน่อย)

Jean Michel Basquiat ฌอง มิเชล บาสเคียล (หรือ บาสกีอา แล้วแต่คนจะเรียก) ศิลปินอเมริกันผู้โด่งดัง และมีสไตล์เป็นของตัวเอง เกิดในปีค.ศ. 1960 ที่ถือว่าเป็นตัวจริง ท่ามกลางศิลปะแบบน้อยแต่มากเรียบแต่โก้ เขามั่นคงในสไตล์ของตัวเองไปเรื่อยๆ เชื่อมั่น และพยายามจนตัวเองได้โด่งดังอย่างที่ตั้งใจในที่สุด

แรงบันดาลใจในผลงานตลอดชีวิตของบาสเคียล มาจากหนังสือ Anatomy ที่แม่ให้ตอนเจ็ดขวบ…

จะเรียกว่าบาสเคียลเป็นศิลปินตัวจริงก็ถูกแล้ว จะมีซักกี่คนที่รู้ตัวว่าชอบศิลปะมากๆ ตั้งแต่ 3-4 ขวบ แล้วก็เริ่มวาดรูปตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยมีคนในครอบครัวให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี

อิทธิพลแรกของเขา มาจากการ์ตูนในทีวี จนสุดท้ายแล้วก็มีสไตล์ของตัวเองชัดเจนมาก จากหนังสือ Gray’s Anatomy ที่แม่ของเขาให้เมื่อ 7 ขวบ  ลองคิดดูว่าจะมีซักกี่คนที่เริ่มอ่านหนังสืออนาโตมี่ตั้งแต่เด็ก และสามารถนำมาเปลี่ยนชีวิตได้

จุดเปลี่ยนของวิถีการดำเนินชีวิต

อาจจะตอบไม่ได้ขนาดนั้นว่าสุดท้ายแล้ววิถีชีวิตของบาสเคียลกลายเป็นพวกติสต์แตก ขี้ยาได้ยังไง อาจจะเป็นเพราะพ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่เขาอายุยังไม่ 8 ปีดีนัก และเขาก็ต้องอาศัยอยู่กับพ่อ ไม่ใช่แม่ผู้สนับสนุนด้านศิลปะมากกว่า หรือเป็นเพราะการเลือกคบเพื่อน และพากันทำอะไรสุดโต่งๆ ตั้งแต่เรื่องดีๆ อย่างทำงานศิลปะ ไปจนถึงเสพยา หรือไม่ก็ทุกอย่างที่เจอนั่นมารวมกัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้อีกว่าวิถีชีวิตติสต์ๆ วาดรูปได้ทุกที่ไม้เว้นแม้แต่ประตูห้อง และความเป็น “ตัวจริง” ทำให้บาสเคียลโด่งดังมีชื่อเสียงขึ้นมาได้

ความสามารถรอบด้าน ศิลปะและบันเทิงก็เอาหมด

เห็นงานนามธรรม และดูไร้เดียงสาแบบนี้ แต่ความจริงแล้วบาสเกียเป็นคนที่แน่นปึ๊กด้านศิลปะมาก เพราะรู้ตัวว่าชอบศิลปะแต่เด็ก เลยเข้าโรงเรียนที่เกี่ยวกับศิลปะโดยตรง รวมถึงยังสนใจในเรื่องดนตรี การทำเพลง และการทำภาพยนตร์ด้วย

เดอะแก๊ง ของบาสเคียล

บางคนอาจจะเคยเห็นผ่านตา หรือคุ้นๆ หู ว่าบาสเคียลนี่แหละที่เป็นเพื่อนสนิท คู่ซี้ในการทำงานศิลปะของแอนดี้ วอร์ฮอล เจ้าพ่อป๊อปอาร์ต (“แอนดี้ วอร์ฮอล” โมเดิร์นอาร์ต คือของหวาน) ถึงขนาดที่ว่าผลัดกันวาดรูปหน้าของกันและกัน  เป็นแก๊งเดียวกับ คีธ แฮริ่ง (“คีธ แฮริ่ง” ศิลปินที่โรคร้ายไม่สามารถหยุดจินตนาการ และการช่วยเหลือผู้อื่น) กับสไตล์ผลงานที่คล้ายๆ กัน (นั่นคือมีรากฐานมาจากการ์ตูน และกราฟฟิตี้) และเพื่อนๆ อีกมากที่นำพาเขาให้โด่งดังในการแสดงงานศิลปะร่วมกัน

บาสเคียล ผู้ไม่ไขว้เขวไปกับ Minimal Art และ Conceptual Art

ในขณะที่ฝั่งตะวันตกกำลังคลั่งไคล้ศิลปะแบบมินิมอล คอนเซ็ปชวล และมันกำลังไปได้ดีมากๆ บาสเคียลเป็นศิลปินอีกกลุ่มหนึ่งที่เลือกจะเดินในเส้นทาง Neo-Expressionism ที่เหมือนเป็นการนำศิลปะแบบ Abstract-Expressionism ที่เกิดและนิยมในช่วงสี่สิบปีก่อนหน้า (ค.ศ. 1940) มาปัดฝุ่น และเติมสไตล์ของตัวเองลงไปอีกครั้ง

ถ้าให้พูดกันตามตรง ศิลปะแบบเก่าที่เอามารื้อกันใหม่ มันสามารถเข้าถึงคนทั่วไปได้มากกว่า ศิลปะแบบมินิมอลหรือคอนเซ็ปชวลส่วนใหญ่แล้วต้องมาพร้อมกับ แนวคิด ถึงจะเข้าใจได้และสมบูรณ์แบบ แต่ศิลปะแบบเก่าอย่างเช่น Impressionism หรือ Expressionism เน้นการแสดงออกทางการมองเห็น และความสวยงามผ่านทางรูปได้ทันทีที่ดู (อาจจะประกอบกับคอนเซ็ปด้วยเพื่อให้เข้าใจความตั้งใจของศิลปิน)

ความยูนีคของผลงานที่ไม่มีใครเหมือน ด้วยสไตล์ที่ดิบเถื่อน และแสดงออกถึงความเป็น’แอฟริกัน’อย่างเต็มที่

Overdose นั่นแหละ ยาเสพติดไม่เคยให้ผลดีกับใคร

แม้แต่ศิลปินผู้โด่งดังก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับ การเสพยาเกินขนาด และจากไปในปีค.ศ. 1988 ตั้งแต่อายุยังไม่ครบ 28 ปีเลยด้วยซ้ำ  ถือเป็นการสูญเสียศิลปินอนาคตไกลที่น่าเสียดายมาก เพราะคนที่จะมีผลงานยูนีคแบบบาสเคียลมันไม่ได้หากันง่ายๆ  แต่ผลงานของเขาก็ยังวนเวียนให้เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดนิทรรศการศิลปะ ลามไปจนถึงวงการแฟชั่น

 

ภาพจาก Twitter @yousuck2020

เมื่อปี 2017 ก็มีการประมูลผลงานของบาสเคียลไปในราคา 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 3,520 ล้านบาท)  โดยนักสะสมชาวญี่ปุ่น

.
.
.

อ้างอิงข้อมูลจาก www.basquiat.com