Home Inspiration ชีวิตติดลูกหนัง สงครามลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก (1)

สงครามลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก (1)

ฟุตบอลโลก 2018 ใกล้จะลงเอย อีกไม่นานศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ จะกลับมาเปิดฤดูกาลอีกครั้งในวันที่ 11 สิงหาคม นี้ พูดถึงลีกที่ได้รับความนิยมจากคนไทยมากที่สุดนี้เมื่อไหร่ สิ่งหนึ่งที่เราอดคิดถึงไม่ได้นั่นคือการประมูลลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดจากเมืองผู้ดีซึ่งทุก 3 ปีจะมีครั้ง และทุกครั้งดุเดือดไม่แพ้เกมลูกหนังในสนาม!

เมื่อลิขสิทธิ์เที่ยวล่าสุด 2016-2019 กำลังจะเข้าสู่ช่วงปีสุดท้าย พรีเมียร์ลีกของอังกฤษจึงได้เปิดให้ประมูลกันอีกครั้ง (2019-2022) โดยสามารถยื่นความจำนงได้ตั้งแต่เมื่อต้นปี เฉพาะในอังกฤษนั้นได้ประกาศผลเจ้าที่ได้รับลิขสิทธิ์ไปแล้วเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ส่วนในบ้านเรานั้นยังต้องรอการยืนยันที่แน่ชัดจากทางพรีเมียร์ลีกหรือจากเจ้าของลิขสิทธิ์แท้จริงอีกครั้ง

ลองไปดูผลการประมูลในอังกฤษที่เพิ่งผ่านพ้น เพื่อให้เห็นนัยบางอย่างของความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น ทั้งในแง่มุมของสื่อและการซื้อลิขสิทธิ์กีฬาระดับโลก โดยที่นั่นทางพรีเมียร์ลีกเขาไม่ได้ประมูลโดยยกให้เจ้าเดียวแบบบ้านเรานะครับ แต่ได้ซอยออกเป็นทั้งหมด 7 แพ็คเกจ ตั้งแต่ A ถึง G ผลปรากฏว่า Sky Sports และ BT สองเจ้าเก่าในแพลตฟอร์มโทรทัศน์แบบเพย์เพอร์วิว (เสียเงินเพื่อรับชม) คว้าไปได้ 6 ช่วง มีหน้าใหม่เข้ามา 1 เจ้าดังนี้

แพ็คเกจ A  = 32 นัดคู่วันเสาร์ เวลา 12.30 น. (เวลาไทย 18.30 น.) เป็นของ BT

แพ็คเกจ B  = 32 นัด วันเสาร์ เวลา 17.30 น. (เวลาไทย 00.30 น.) เป็นของ Sky Sports

แพ็คเกจ C  = 24 นัดวันอาทิตย์ เวลา 14.00 น. (เวลาไทย 20.00 น.) เป็นของ Sky Sports

8 นัดวันเสาร์ เวลา 19.45 น. (เวลาไทย 02.45 น.) เป็นของ Sky Sports

แพ็คเกจ D  = 32 นัดวันอาทิตย์ เวลา 16.30 น. (เวลาไทย 20.30 น.) เป็นของ Sky Sports

แพ็คเกจ E = 24 นัดวันจันทร์/ศุกร์ เวลา 20.00 น. (เวลาไทย 02.00 น.) เป็นของ Sky Sports

8 นัดวันอาทิตย์เวลา 14.00 น. (เวลาไทย 20.00 น.) เป็นของ Sky Sports

แพ็คเกจ F = 10 นัด เกมวันหยุดประจำปี เป็นของ Amazon

10 นัดเกมวันบ็อกซิ่งเดย์ เป็นของ Amazon

แพ็คเกจ G = 20 นัด เกมกลางสัปดาห์ เป็นของ BT

สิ่งที่น่าสนใจคือการมีผู้เล่นรายใหม่อย่าง Amazon บริษัทอเมริกันเข้ามาได้สิทธิด้วยในรูปแบบ Online Streaming 20 เกมต่อซีซั่น ดูทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้นนะครับ แต่ก็สามารถสตรีมขึ้นสมาร์ททีวีได้ เป็นลักษณะ Exclusive คือเฉพาะเจ้าเดียว

ถือเป็นการชิมลางของ Amazon ในอังกฤษ ที่ว่ากันว่าจะให้สิทธิเฉพาะของผู้เป็นสมาชิกของ Amazon Prime’s UK ได้ดูฟรีกันทุกคน แต่การจะเป็นสมาชิกนั้นก็ต้องเสียเงินก่อนอยู่ดีราว 79 ปอนด์ (ประมาณ 3,600 บาทต่อปี) หรือ 7.99 ปอนด์ (ประมาณ 360 บาท) ต่อเดือน

สรุปภาพรวมการประมูลเที่ยวนี้ Sky Sports ต้องจ่ายทั้งหมด 3 ปี 3,580 ล้านปอนด์ (161,100 ล้านบาท) *ตัวเลขจากBBC ส่วน (BT) 975 ล้านปอนด์ ซึ่งทั้งสองเจ้านั้นใช้เงินน้อยกว่าการประมูลครั้งที่แล้วประมาณ 16 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นต่อนัดแล้ว Sky Sports ประหยัดไปได้ประมาณ 2 ล้านปอนด์ (90 ล้านบาท) ส่วนในรายของ Amazon นั้น ยังไม่มีการประกาศออกมาว่าใช้เงินไปเท่าไหร่

ตอนนี้ถ้าคิดแค่สองเจ้า พรีเมียร์ก็จะมียอดรายได้ลิขสิทธิ์ 3 ปีตกอยู่ที่ 4,550 ล้านปอนด์ (ราว 204,750 บาท) ถ้ารวม Amazon เข้าไปด้วยอีก ก็น่าจะได้ยอดเงินรวมพอๆกับครั้งที่แล้วคือ 5,140 ล้านปอนด์ นั่นเอง

ที่อังกฤษเสร็จสิ้นกันไปแล้วแต่ในเมืองไทยนี่สิน่าสนใจว่า ท่ามกลางข่าวลือมากมายใครน่าจะคว้าลิขสิทธิ์เที่ยวนี้ไปครอง กลับมาติดตามกันต่อในสัปดาห์หน้ากันครับ.

สงครามลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก (2)
สงครามลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก (3)