Home Uncategorized แล่เนื้อเถือหนัง Sicario: Day of the Soldado – ใครกันแน่ที่เป็น “คนเลว”

Sicario: Day of the Soldado – ใครกันแน่ที่เป็น “คนเลว”

หนังแอ็คชั่นสมัยใหม่ช่วง 4-5 ปีหลัง ถ้าเป็นเนื้อหาประเภท โปลิศจับขโมย ก็ต้องถ่ายทอดเรื่องราวออกมาให้สมจริงที่สุดทั้งในฉากไล่ล่าและฉากกระหน่ำประสุนใส่กัน เพื่อสร้างอารมณ์ร่วมที่ยอดเยี่ยมให้คนดู ซึ่งสิ่งเหล่านี้ Sicario หนังแอ็คชั่นธริลเลอร์สัญชาติอเมริกัน ทำสำเร็จมาแล้วกับเรื่องราวระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้ถือกฏหมาย ปะทะแก๊งค้ายาในเม็กซิโกเมื่อปี 2015 และปีนี้พวกเขาก็กลับมาสานต่อความเดือดดาลอีกครั้งกับตอนใหม่ที่ชื่อ Sicario: Day of the Soldado

Day of the Soldado ยังคงวนเวียนอยู่กับโลกอาชญากรรมระหว่างตำรวจกับแก๊งค้ายาเสพติดจากเม็กซิโกอีกครั้ง ด้วยสเกลที่ใหญ่โตกว่าเดิมเมื่อเหล่าแก๊งค้ายาจากแดนจังโก้ ยกระดับความรุนแรงด้วยการส่งตัวลูกน้องของตัวเองข้ามชายแดนเท็กซัส เข้ามาป่วนผู้คนในสหรัฐอเมริกาด้วยวิธีระเบิดพลีชีพ ร้อนถึงรัฐบาลอเมริกันต้องส่ง แมตต์ (จอช โบรลิน) กับ อเลฮานโดร (เบนิซิโอ เดล โทโร่) ไปลักพาตัวลูกสาวเจ้าพ่อค้ายารายใหญ่ แล้วโยนความผิดว่าเป็นฝีมือของแก๊งฝั่งตรงข้ามเพื่อให้สองฝ่ายตีกันเอง แล้วค่อยตลบหลังกวาดล้างให้สิ้นในทีเดียว

ทว่าเมื่อแผนไม่เป็นไปตามที่คิด รัฐบาลจึงสั่งให้พวกเขาฆ่าปิดปากเด็กคนนั้นเสียเพื่อจบเรื่องแบบเนียนๆ ซึ่งแมตต์ ก็ทำตามแต่โดยดี ทว่า อเลฮานโดร เลือกที่จะปกป้องเด็กคนนี้ด้วยเหตุผลบางอย่างและนั่นก็นำมาสู่การแตกหักกันระหว่างทหารฝีมือฉกาจ กับนักฆ่าผู้เลือดเย็น ที่ต้องใช้คมกระสุนห้ำหั่นกันแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้เพื่อทำภารกิจให้สำเร็จตามที่แต่ละฝ่ายตั้งเป้าไว้

Benicio Del Toro and Isabela Moner in SICARIO: Day of the Soldado

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในภาคนี้ก็คือการเปลี่ยนมือผู้กำกับจาก เดนิส วิลเลอเนิร์ฟ ที่สร้างโลกอาชญากรรมไร้กฏหมายเรื่องนี้ให้เป็นที่เลื่องลือจนไม่มีเวลากลับมากำกับภาคต่อเพราะโดนสตูดิโอใหญ่ช็อปปิ้งให้ไปทำเรื่องอื่นแล้ว งานนี้จึงตกมาอยู่ในมือของ สเตฟาโน่ ซอลลิม่า ผกก.มือเก๋าจากอิตาลี กระนั้นแม้จะเปลี่ยนคมกุมบังเหียนแต่บทยังคงถูกขีดเขียนโดย ไทเลอร์ เชอริแดน คนเขียนบทจากภาคที่แล้ว ซึ่งถนัดเขียนบทหนังแนวอาชญากรรมเป็นอย่างดี

ใครที่ชื่นชอบบรรยากาศหนังสุดอึมครึมตามแบบฉบับหนังธริลเลอร์แอ็คชั่น ผสมจิตวิทยาแบบที่ภาคแรกเคยทำไว้ ภาคนี้ยังคงกลิ่นอายเดิมแบบครบถ้วนทั้งการสร้างบรรยากาศความอึดอัด ตึงเครียดระหว่างเจ้าหน้าที่กับเหล่าผู้ประกอบอาชญากรรมจากอเมริกาใต้ แม้แต่ตัวละครอย่าง แมตต์ หรือ อเลฮานโดร ที่พร้อมจะทำตัวให้คนดูสงสัยตลอดเวลาว่าพวกนี้มันเป็นคนแบบไหนกันแน่ เพราะหนังออกแบบให้สองคนนี้เป็นตัวละครแบบ “สีเทา” ไม่ใช่คนดี แต่ก็ไม่เลวจนสุดขอบด้วย “ศีลธรรม” ในตัวที่แตกต่างกัน

ทว่าสิ่งที่ทำให้แฟนหนังที่ชื่นชอบภาคแรกมากๆ อาจจะไม่ชอบในภาคนี้คือการที่หนังหันมาเอาใจคนดูตลาดกว้างมากขึ้นด้วยฉากแอ็คชั่นวินาศสันตะโรที่เพิ่มเข้ามา จริงอยู่ที่ภาคแรกก็มีฉากยิงกันเลือดสาดมากมาย แต่ภาคนี้จัดให้เยอะกว่านั้น รวมถึงความโหดไร้ปราณีประเภทจับคนมาสังหารกลางทะเลทราย, ฆ่ากันกลางถนนแบบสมจริง รวมถึงตัวละครอย่าง อเลฮานโดร ที่ภาคก่อนปรากฏตัวแบบนักฆ่าผู้สุขุม ลุ่มลึก ภาคนี้กลายเป็นคุณลุงใจดีที่พยายามปกป้องเด็ก ผิดคาแร็คเตอร์ไปหน่อย แม้จะมีเหตุผลรองรับก็ตาม

ถึงจะเสียกลิ่นอายเดิมไปบ้างเล็กน้อย แต่ต้องยอมรับว่า Sicario: Day of the Soldado เป็นอีกหนึ่งหนังภาคต่อที่ดูสนุกไม่น้อย และที่สำคัญมันยังแอบจิกกัดการทำงานของรัฐบาลอเมริกันแบบแสบคัน แบบที่ไปๆมาๆ ผู้ร้ายตัวจริงของเรื่องอาจไม่ใช่แก๊งค้ายาจากเม็กซิโก แต่เป็นรัฐบาลเมืองลุงแซมนี่แหละที่พยายามสร้างภาพตนเองว่าเป็นคนดี บริสุทธิ์ พยายามปกป้องประชาชนในประเทศ แต่ความจริงนั้นเลือดเย็นถึงขนาดสั่งลูกน้องไปฆ่าเด็กไร้เดียงสา แล้วโยนความผิดให้ทหารของตัวเองแบบเนียนๆ โดยไม่สนศีลธรรมใดๆ เล่นเอาตัวละครอย่าง แมตต์ กับ อเลฮานโดร อยู่ในฝ่ายที่กลืนไม่เข้า คายไม่ออก ต้องตัดสินใจทำในสิ่งที่แตกต่างกัน

หนังจบแบบมีการทิ้งเชื้อเอาไว้เล็กน้อย บ่งบอกว่าเรื่องราวในโลกอาชญากรรมของ Sicario ไม่จบง่ายๆแน่นอน เมื่อทั้ง อเลฮานโดร และ แมตต์ อยู่คนละฟากโดยถาวรจากเรื่องราวในภาคนี้ ก่อนนำมาสู่เรื่องราวต่อไปที่เชื่อว่าน่าจะรุนแรงเข้มข้นและโหดเถื่อนกว่าเดิมแน่นอนในภาคต่อไป แฟนหนังธริลเลอร์อาชญากรรมทั้งหลาย นี่คือหนังสำหรับพวกคุณครับ