นอกเหนือไปจากปัญหาหลักใหญ่ใจความที่ว่า “ฟุตบอลข้ามเส้นประตูไปแล้วหรือยัง” แปลไทยเป็นไทยก็คือ “เข้าหรือไม่เข้า” ที่การตัดสินของผู้ตัดสินในสนามมีส่วนชี้ขาดในลักษณะชี้เป็นชี้ตายให้กับทีมใดทีมหนึ่งได้
ปัญหาอื่นๆ จากการตัดสินโดย “ดุลยพินิจ” ของ “คน” คือผู้ตัดสินในสนามที่ต้องใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการวิเคราะห์และพิจารณาสถานการณ์เฉพาะหน้าตรงนั้น ทั้งเหนื่อย ทั้งร้อน ทั้งกดดันสารพัดกับการตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง
นอกจากการตัดสินว่าจะให้ลูกนั้นลูกนี้ “เข้าหรือไม่เข้า” แล้ว ยังมีปัญหาเรื่อง “ล้ำหรือไม่ล้ำ” หรือล้ำหน้าหรือไม่ นี่ก็เป็นปัญหาชี้เป็นชี้ตายอีกปัญหาหนึ่งของการตัดสิน ว่าจะ “เข้าข้างใครหรือไม่” นอกจากปัญหาล้ำหน้าแล้วก็ยังมีปัญหา “ออกหรือไม่ออก” ที่จะนำมาซึ่งลูกเตะมุมหรือลูกทุ่ม และสำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือปัญหาเรื่อง “ฟาล์วหรือไม่ฟาล์ว”
ระหว่างทางตั้งแต่ฟุตบอลโลกนัดชิง 1966 จนถึงปัจจุบัน มีข้อโต้แย้งมากมายที่เกิดขึ้นจากดุลยพินิจของผู้ตัดสินในสนามฟุตบอลซึ่งเป็นมนุษย์เดินดินกินข้าวแกง โดยการยกตัวอย่างกีฬาอเมริกันฟุตบอลที่มีการใช้เทคโนโลยีวิดีโอรีเพลย์เทปเพื่อช่วยในการตัดสิน
เหมือนกับในวงการเทนนิส ที่มีการนำเทคโนโลยี Hawk-Eye มาใช้ในการจับภาพช้าแล้วนำมาฉายซ้ำเมื่อเกิดกรณีการตัดสินคาใจ โดยผู้เล่นสามารถเรียกดูภาพช้าได้ตามกติกาที่กำหนดไว้เพื่อความโปร่งใสของทั้งสองฝ่าย
แฟนเทนนิสคงทราบดี เกี่ยวกับเจ้า Hawk-Eye ว่าเป็นตั้งกล้องวิดีโอความเร็วสูงมาก เพื่อใช้จับอิริยาบถทุกวินาทีของนักกีฬาและอุปกรณ์กีฬาที่เคลื่อนไหวและมีผลต่อการตัดสินทุกมิติ เพื่อเก็บภาพทุกอย่างของการแข่งขันไว้รอผู้เล่นเรียกขึ้นมาดูสำหรับการประท้วงคำตัดสินของกรรมการที่ตนคิดว่าไม่เป็นธรรม
ซึ่งนอกจากเทคโนโลยี Hawk-Eye ที่มีการตั้งกล้องเอาไว้หลายกล้องและหลายมุมจับทุกความเคลื่อนไหวทุกนาทีในสนามเทนนิสแล้ว ยังมีการปรับประยุกต์ใช้เจ้าเทคโนโลยี Hawk-Eye ไปใช้กับกีฬาชนิดอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ คริกเก็ต และสนุ้กเกอร์ เป็นต้น
และเจ้า Hawk-Eye นี่เองที่เป็นต้นแบบต้นคิดหรือต้นทาง การปรับประยุกต์เทคโนโลยี Hawk-Eye มาสู่ “เทคโนโลยีที่เส้นประตู” หรือ Goal-line technology
แปลว่า การนำตัวเซนเซอร์ไปวางเอาไว้ในแนวเดียวกับเส้นประตูและที่ตัวลูกฟุตบอล เพื่อคอยตรวจจับความเคลื่อนไหวของลูกฟุตบอลว่าวิ่ง “ข้ามผ่าน” เส้นประตูเข้าไปในกรอบประตูหรือตาข่ายประตูหรือยัง
ว่ากันตามความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับระบบเซนเซอร์แล้ว ลักษณะการเซนเซอร์นั้นมีหลายแบบ อาทิ การใช้เส้นแสงตรวจจับคนเดินเข้าออก ที่นิยมใช้กับประตูลิฟท์โดยสารขึ้นลงตึกสูงหรือประตูเลื่อนอัตโนมัตร้านเซเว่นอีเลฟเว่น
การใช้เทคโนโลยีที่เส้นประตู หรือ Goal-line ก็คล้ายๆ กัน ต่างกันก็ตรงที่ เทคโนโลยีที่เส้นประตูจะเพิ่มการทำงานของกล้องวิดีโอความเร็วสูงเข้ามาร่วมด้วยเพื่อการตรวจจับที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เปรียบไปก็คล้ายกับเทคโนโลยีกล้องที่สี่แยกไฟแดงใหญ่ๆ ที่ติดตั้งไว้คอยตรวจจับรถผ่าไฟแดง คือการใช้เส้นแสงวางแนวไว้ตรงกับเส้นขาวหยุดรถหลังเสาสัญญาณไฟเขียวไฟแดง โดยจะทำงานร่วมกับกล้องวิดีโอความเร็วสูงที่จะแพนตามติดไปที่ทะเบียนรถด้านท้ายของรถที่ผ่าไฟแดงแล้วถ่ายเป็นทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวเอาไว้เป็นหลักฐานยืนยันการกระทำผิดกฎจราจร
นอกจากเจ้า Hawk-Eye ตัวดังแล้ว “เทคโนโลยีที่เส้นประตู” ยังมีคู่แข่งสำคัญอีก 2 เจ้าที่ก็ใช้เทคโนโลยีที่เส้นประตูในลักษณะเทคโนโลยีขั้นสูงเช่นเดียวกับเจ้า Hawk-Eye นั่นคือ เทคโนโลยีที่มีชื่อว่า Cairos GLT system และเทคโนโลยี Goalminder
และนอกจาก 3 ยักษ์ใหญ่นี้แล้วก็ยังมียักษ์เล็กอีก 3 รายที่เสนอตัวเข้ามาช่วย FIFA นั่นคือ Video referee Photo finish และ Ghost goal ซึ่งผมเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ จะต้องมีบริษัทอีกเป็นร้อยเป็นพันที่เสนอตัวเข้ามาเพิ่มอีกแบบไม่มีวันสิ้นสุด

































