ประมวลวิวาทะ ทรัมป์-คิม ผู้นำหัวร้อนที่สาดถึงกัน ก่อนประชุมซัมมิต

ใครจะเชื่อว่าคู่ปรับ “สงครามน้ำลายสะเทือนโลก” อย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำแห่งสหรัฐอเมริกา และ คิมจองอึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ จะมายืนจับมือ พร้อมยิ้มหวานโชว์สื่อ ในการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ ที่ประเทศสิงคโปร์ได้

พอเห็นภาพนี้ บอกได้เลยว่า “เวลาเปลี่ยน ใจคนก็เปลี่ยน” นั้นคือเรื่องจริงไม่อิงนิยาย แต่ก่อนจะมาถึงการประชุม #trumpkimsummit ทั้งคู่เคยสาดคําพูดร้าย ๆ ใส่มาก่อนนะ ส่วนจะมีคำว่าอะไรบ้างนั้น ถ้าอยากรู้ลองไปดูกันเลย

  • คนสติฟั่นเฟือนวิกลจริตทางจิตใจ

คิมจองอึน ทำเอาคนทั่วโลกต้องรีบพลิกหน้าพจนานุกรมจนมือเป็นระวิง เมื่อเขาระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เป็น “คนอเมริกันสติฟั่นเฟือนวิกลจริตทางจิตใจ” (Mentally-deranged dotard) และต้องถูกสั่งสอนให้ “เชื่อง” ด้วย “ไฟ” ซึ่งในที่นี้ คิมจองอึน น่าจะต้องการบอกว่า โดนัลด์ ทรัมป์ คือ “คนแก่วิกลจริต” หลังจากที่รัฐบาลวอชิงตันขู่ว่าจะ “ทำลายล้างเกาหลีเหนือให้สิ้นซาก”

  • ไอ้อ้วนเตี้ย

หลังเจอ คิมจองอึน กล่าวหาว่าเป็น “คนแก่เลอะเลือน” ได้ไม่นาน โดนัลด์ ทรัมป์ ก็เป็นฝ่ายสวนกลับบ้าง โดยการตอกย้ำลักษณะทางกายภาพของผู้นำเกาหลีเหนือผ่านทวีตว่า “ทำไมคิมจองอึนหยามผมด้วยการเรียกผมว่า ‘แก่’ ทั้ง ๆ ที่ผมไม่เคยเรียกเขาว่า ‘ไอ้อ้วนเตี้ย’ เลย”

  • นายหัวจรวด

เมื่อเดือนกันยายน 2560 โดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวสุนทรพจน์ที่องค์การสหประชาชาติ โดยมีตอนหนึ่งที่ระบุว่า คิมจองอึน เป็น “มนุษย์จรวดที่กำลังทำภารกิจฆ่าตัวตาย”

  • หมาขี้ตื่น

นอกจาก คิมจองอึน จะบอกว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นคนแก่ที่สติเลอะเลือนแล้ว เขายังบอกด้วยว่า ผู้นำสหรัฐฯ เป็น “หมาขี้ตื่นเห่าดังกว่า” ภายหลังที่ผู้นำสหรัฐฯ โต้ตอบสุนทรพจน์ในวันขึ้นปีใหม่ของ คิมจองอึน โดยระบุว่า เขามีปุ่มนิวเคลียร์ที่ใหญ่กว่า ทรงอานุภาพกว่า และใช้ได้ผลดีกว่าของเกาหลีเหนือ

  • ไฟและความเดือดดาล

เมื่อเดือนสิงหาคม 2560 หลังจากสื่อสหรัฐฯ รายงานว่า เปียงยางสามารถผลิตหัวรบนิวเคลียร์ที่พอดีกับขีปนาวุธได้แล้ว โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โต้ตอบข่าวดังกล่าว โดยระบุว่า เกาหลีเหนือจะเจอกับ “ไฟและความเดือดดาล” ในแบบที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน หากเกาหลีเหนือยังดึงดันสร้างภัยคุกคามแก่สหรัฐฯ มากกว่านี้ จากนั้นเกาหลีเหนือได้ตอบโต้โดยประกาศจะยิงขีปนาวุธไปตกใกล้เกาะกวมของสหรัฐฯ ในมหาสมุทรแปซิฟิก

อย่างไรก็ดี เราคงต้องรอลุ้นกันว่า ในการประชุมครั้งนี้ ทรัมป์-คิม จะเปลี่ยนจากการสาดรอยยิ้ม เป็นการสาดน้ำลายใส่กันอีกหรือไม่

ภาพจาก ทวิตเตอร์ @mmpadellan