Home Uncategorized แล่เนื้อเถือหนัง DEADPOOL 2 – ตัวเกรียนที่อยากมี “สาระ”

DEADPOOL 2 – ตัวเกรียนที่อยากมี “สาระ”

ไม่อยากบอกเลยว่านี่คือหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ผู้เขียนรอคอยจะดูมากที่สุดของปีนี้ มากยิ่งกว่าหนังรวมดาวฮีโร่ Avengers ภาคล่าสุดที่เพิ่งเข้าฉายไป เพราะมันมีองค์ประกอบหลายอย่างที่ทำให้เจ้าฮีโร่ชุดแดงปากเสียตัวนี้ โดดเด่นเกินหน้าเกินตาฮีโร่ตัวอื่นๆ โดยเฉพาะมุกตลกเลวทรามที่ตอบโจทย์ตัวผู้เขียนได้ดีมาก (ฮา) และเมื่อ DEADPOOL ภาค 2 เข้าฉาย หนังจึงรัวกระสุนจัดเต็มในสไตล์ของตัวเองแบบเต็มอิ่มกันเลยทีเดียว

DEADPOOL 2 กลับมาพร้อมกับเรื่องราวชีวิตใหม่เมื่อ เดดพูล (ไรอัน เรย์โนลด์ส) จำเป็นต้องปกป้องมนุษย์กลายพันธุ์วัยรุ่นที่ยังควบคุมตัวเองไม่ได้จาก เคเบิล (จอช โบรลิน) นักฆ่าแห่งอนาคตที่ย้อนเวลามาเพื่อกำจัดเจ้าหนุ่มคนนี้ ล้างแค้นให้ลูก-เมีย ที่ถูกฆ่าไปก่อนหน้า แต่แน่นอนว่าย่อมไม่ง่ายเพราะศัตรูใหม่จากอนาคตครบเครื่องทุกความสามารถ ทำให้เจ้าตัวต้องไปรวบรวมสมาชิกผู้มีพลังวิเศษมาช่วยกันหยุดยั้งให้ได้

สำหรับคนที่ดูภาคแรกมาแล้ว คงหวังว่าจะได้เห็นฮีโร่จอมแซะตัวนี้ปล่อยมุกเป็นกระสุนปืนกลแบบที่คุ้นชิน แต่พอเข้าโรงจริงๆกลับมีเซอร์ไพรส์เมื่อภาคนี้กลับวางเส้นเรื่องให้มีสาระขึ้น ประเด็นสำคัญอยู่ที่การพยายามพัฒนาตัวละครอย่าง เดดพูล ให้รู้จักความรับผิดชอบและเข้าใจการอยู่ร่วมกับคนอื่น จากคนที่ทำงานลุยเดี่ยว ไม่ไว่ใจใคร กลายเป็นคนคิดหน้าคิดหลัง ทำงานเป็นทีม และคิดถึงผู้อื่นก่อนตัวเองซะงั้น ซึ่งในหนังก็หมายถึงการตั้งใจปกป้องเด็กหนุ่มกลายพันธุ์เพราะเชื่อว่าเขาจะขัดเกลาตัวเองให้กลายเป็นคนที่ดีกว่าเดิมได้

ปัญหาส่วนใหญ่ของหนังที่มีภาคต่อคือเมื่อไหร่ก็ตามที่พยายามจะใส่เนื้อหาหนักๆลงไป ส่วนมากมักจะออกมาเละเสียจนคุมไม่อยู่ แต่ DEADPOOL 2 กลายเป็นว่าถึงหนังจะวางสาระเครียดๆลงไปท่ามกลางการเล่าเรื่องแบบป่วงๆแต่ก็ทำได้ดีทีเดียว ไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียด พร้อมกับยังจบลงแบบสวยงามอีกต่างหาก

กระนั้นเอง สิ่งที่เป็นไฮไลท์เด่นที่แฟน DP ชอบใจ คือมุกตลกร้ายตามสไตล์ เดดพูล ซึ่งแน่นอนว่าภาคนี้จัดหนัก จัดเต็ม ยิ่งกว่าภาคก่อน แซวทุกอย่างที่ขวางหน้าทั้งสายลับ 007 ยันหนังอีโรติควาบหวาม Basic Instinct และแซะฮีโร่คู่แข่งอย่าง แบทแมน, ซูเปอร์แมน ที่ต้องอุทานในใจว่า “สารเลว” (นี่คือคำชม) รวมถึงมุกจากวัฒนธรรมอเมริกัน Pop Culture ยุค 90 ใครที่อินกับยุคนี้น่าจะสนุกเป็นพิเศษ แต่ไม่มีอะไรจะแสบกว่า End Credit ตอนท้าย 2 ตัวที่บอกเลยว่าอย่าพลาด เพราะมันคือ End Credit ที่ดีที่สุดของหนังฮีโร่ในตระกูล Marvel เลยทีเดียว

อีกสิ่งที่ยกระดับขึ้นจากภาคที่แล้วคือฉากแอ็คชั่นที่ดูแพง ดูเว่อร์ อันเนื่องจากงบทำหนังที่สูงขึ้น (ภาคแรกให้ทุนแบบจำกัดจำเขี่ย ฉากเลยออกมาง่อยๆ แต่ดันได้กำไรมหาศาล ภาคนี้เลยจัดทุนให้เต็มเหนี่ยว) บวกกับฝีมือของ เดวิด ลีช ผู้กำกับที่เคยทำหนังแอ็คชั่นสุดเดือดอย่าง Atomic Blonde กับดูแลหนังยิงระเบิด John Wick 2 ภาค ดังนั้นฉากแอ็คชั่นของ DP2 จึงสนุกเร้าใจขึ้นเยอะ

แต่ที่แน่นอนที่สุดและขาดไม่ได้คือชายที่ชื่อ ไรอัน เรย์โนลด์ส ที่แทบจะแบกหนังไว้บนบ่าทั้งเป็นโปรดิวเซอร์, ร่วมเขียนบท และรับบท เดดพูล ได้อย่างแพรวพราว เรียกว่าเป็นคนที่เกิดมาเพื่อเล่นเป็นตัวละครนี้โดยแท้จริง และหนังคงไปไม่รอดถ้าไม่มีเขา ส่วนนักแสดงคนอื่นอย่าง จอช โบรลิน กับบท เคเบิล ก็ดูเท่และมีมิติ ไม่ใช่แอนตี้ฮีโร่ที่ออกมาสู้แล้วก็จบกัน ดูแล้วก็อยากเห็นทั้งคู่จับมือกันลุยต่อในภาคถัดไป

หนังอาจไม่เหมาะสำหรับเด็กและสตรีมีครรภ์เพราะมีฉากโหดอยู่พอสมควร แขนขาด เลือดสาด ตัวขาดครึ่ง ฯลฯ แต่ถ้าคุณอยากดูหนังฮีโร่ที่หลุดกรอบฮีโร่เรื่องอื่นๆ และมาพร้อมกับมุกตลกร้ายที่แสบสันต์แบบที่ฮีโร่ตัวอื่นไม่กล้าเล่น DEADPOOL คือหนังของคุณ!!!