Home Trending Story Trend ในประเทศ “ทุเรียน” ราชาแห่งผลไม้ไทย

“ทุเรียน” ราชาแห่งผลไม้ไทย

ในหนังสือเกี่ยวกับประเทศไทยสมัยอยุธยา ที่เขียนขึ้นโดย ซีมง เดอ ลา ลูแบร์ (Simon de la Loubère) หัวหน้าคณะราชทูตจากประเทศฝรั่งเศสในสมัยนั้น ตีพิมพ์เมื่อ พ.ศ.2336 ตอนหนึ่งได้ระบุเรื่องเกี่ยวกับทุเรียนไว้ว่า “ดูเรียน (Durion) หรือที่ชาวสยามเรียกว่า ทูลเรียน (Tourrion) เป็นผลไม้ที่นิยมกันมากในแถบนี้”

จากหลักฐานดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า มีการปลูกทุเรียนในภาคกลางของประเทศไทยตั้งแต่สมัยอยุธยา ส่วนจะเข้ามาจากที่ไหน และโดยวิธีใด ไม่ปรากฏหลักฐาน แต่น่าเชื่อถือได้ว่า เป็นการนำมาจากภาคใต้ของประเทศไทยนั่นเอง พันธุ์ทุเรียนในประเทศไทยสามารถจำแนกออกได้เป็น 6 กลุ่ม ตามลักษณะรูปร่างใบ ปลายใบ ฐานใบ ทรงผล และรูปร่างของหนาม ส่วนพันธุ์ที่นิยมปลูกกันมากมี 4 พันธุ์ คือ หมอนทอง, ชะนี, ก้านยาว และกระดุม

ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีกลิ่นเฉพาะตัว โดยเนื้อในจะเหมือนคัสตาร์ด มีรสชาติคล้ายอัลมอนด์ สำหรับบางคนนั้นบอกว่าทุเรียนมีกลิ่นหอม แต่ในขณะที่บางคนกลับมองว่ามันมีกลิ่นเหม็นรุนแรง (ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะห้ามนำทุเรียนเข้าไปในโรงแรมและการขนส่งสาธารณะ) ทุเรียนนั้นเราสามารถรับประทานได้ทั้งสุกและห่ามแล้วแต่คนชอบ นอกจากนี้ยังนำไปใช้ทำอาหารได้อย่างหลากหลาย แม้แต่เมล็ดก็รับประทานได้แต่ต้องทำให้สุกก่อน

สรรพคุณของทุเรียน

  • เนื้อทุเรียน ช่วยขับพยาธิ ทำให้ฝีแห้งและแก้โรคผิวหนังได้
  • ใบทุเรียน มีสรรพคุณทางยาแก้ดีซ่านและช่วยทำให้หนองแห้ง
  • รากทุเรียน มีสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องร่วง
  • สารสกัดจากใบและรากทุเรียน ใช้เป็นยาแก้ไข้ได้ ด้วยการใช้น้ำจากใบวางบนศีรษะของผู้ป่วยจะช่วยลดไข้ได้
  • เปลือกทุเรียน ช่วยแก้ตานซาง รักษาโรคคางทูม แก้น้ำเหลืองเสีย แก้ฝี รักษาแผลพุพอง สมานแผล ใช้ไล่ยุงและแมลงได้

ประโยชน์ของทุเรียน

  1. ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง สามารถช่วยลดระดับไขมันหรือคอเลสเตอรอลได้ เพราะทุเรียนสายพันธุ์นี้มีสารโพลีฟีนอล และมีเส้นใยที่ช่วยลดไขมันได้ แต่ว่าต้องรับประทานแค่ 1 พูต่อวัน
  2. เนื่องจากทุเรียนมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ (โดยเฉพาะพันธุ์หมอนทอง) การบริโภคทุเรียนในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันการเกิดโรคในมนุษย์ได้ เช่น โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง เป็นต้น
  3. แม้ทุเรียนจะมีไขมันมาก แต่ก็เป็นไขมันชนิดดีที่ไม่เป็นโทษต่อร่างกาย
  4. เส้นใยของทุเรียนมีส่วนช่วยในการขับถ่ายให้สะดวกยิ่งขึ้น
  5. ทุเรียนสามารถนำมาแปรรูปหรือทำเป็นขนมหวานได้หลายชนิด
  6. ประโยชน์ของเมล็ดทุเรียน สามารถรับประทานได้ โดยนำมาทำให้สุกด้วยวิธีการคั่ว
  7. ใบอ่อนหรือหน่อของทุเรียน สามารถนำมาใช้ทำอาหารบางอย่างคล้ายกับผักใบเขียวได้เช่นกัน
  8. เปลือกทุเรียน สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการรมควันได้ และสามารถนำมาผลิตทำเป็นกระดาษได้ ซึ่งจะมีเส้นใยเหนียวนุ่มและเหนียวกว่าเนื้อกระดาษสา
  9. ในประเทศอินโดนีเซียมีการนำดอกทุเรียนมารับประทานด้วย
  10. สำหรับความเชื่อในบ้านเรานั้น การปลูกต้นทุเรียนไว้ในบริเวณบ้าน (ปลูกทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ) เชื่อว่าผู้อยู่อาศัยจะเป็นผู้มีความรู้ แก่วิชาการเรียน หรือเป็นผู้รู้มาก เพราะคำว่าทุเรียนมีเสียงพ้องกับเกี่ยวกับการเรียนนั่นเอง

โทษของทุเรียน

เนื่องจากทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงและยังอุดมไปด้วยไปด้วยไขมันและกำมะถัน ผลไม้ชนิดนี้จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน เพราะหากรับประทานเข้าไปอาจจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว ทำให้เกิดร้อนในอีกด้วย และสำหรับบุคคลทั่วไปควรจะบริโภคแต่น้อย และยังมีความเชื่อโบราณที่ห้ามให้หญิงตั้งครรภ์หรือผู้ที่มีดันโลหิตสูงรับประทานทุเรียน และไม่ควรรับประทานทุเรียนร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกาแฟ เพราะเป็นของร้อนทั้งคู่ จะก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตได้

ข้อมูลประกอบจาก : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)