Home Uncategorized ความจำสั้น แต่ “รัก” ฉันยาว (มาก)…6 นักเตะที่อยู่กับทีมไม่นาน แต่ก็เป็นที่รักของแฟนบอล

ความจำสั้น แต่ “รัก” ฉันยาว (มาก)…6 นักเตะที่อยู่กับทีมไม่นาน แต่ก็เป็นที่รักของแฟนบอล

ฟุตบอลนั้น บางทีก็เป็นอะไรที่ตลกสิ้นดี นักเตะบางคนที่ผลงานดีเหลือเชื่อ หรือโชว์ฟอร์มถล่มประตูจนเป็นที่รักของใครหลายๆคน แต่กลับต้องอำลาสโมสรไปด้วยเวลาที่สั้นเกินไป แต่สิ่งที่พวกเขาทิ้งเอาไว้นั้น ก็มีแต่ความทรงจำดีๆที่แฟนบอลของแต่ละทีมคงจะไม่มีวันลืม วันนี้เราจะมาย้อนดู 6 นักเตะที่แม้จะอยู่กับทีมได้ไม่นาน แต่ก็ทิ้งความทรงจำดีๆไว้มากมายในพรีเมียร์ลีก จะมีใครกันบ้าง ลองมาดูกันเลย

มิชู (สวอนซี)

ถ้าคุณเป็นแฟนสวอนซี และบอกว่าคุณไม่ “รัก” มิชูนั้น…มันอาจจะเหมือนเป็นการโกหกเลยก็ได้ เพราะนักเตะสแปนิชคนนี้น่าจะเป็นหนึ่งในนักเตะแห่งความทรงจำของพวกเขาเลยก็ว่าได้ เพราะเขาทำสถิติยิงถึง 18 ประตูในฤดูกาลแรกที่เขาย้ายมาสู่ถิ่นลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม แถมยังมีวีรกรรมเด็ดๆ คือการพา “เดอะ สวอนส์” คว้าแชมป์ลีก คัพ ในปี 2012 ได้อีกด้วย จนทีมชาติสเปนก็อดไม่ได้ ต้องเรียกตัวมิชูไปติดธงเลย โดยเขาลงสนามไป 1 เกมในเกมที่คัดบอลโลกที่สเปนชนะเบลารุส

แต่น่าเสียดายที่เจ้าตัวกลับมีปัญหากับสโมสร จนต้องย้ายออก และตัดสินใจเลิกเล่นไปในปี 2017 ด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บรุมเร้า

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (แมนฯยูไนเต็ด)

View this post on Instagram

I came. I said. I conquered.

A post shared by Zlatan Ibrahimović (@iamzlatanibrahimovic) on

เรียกได้ว่าเป็น “นักเตะในฝัน” ของแฟนผีแดงจำนวนมากสำหรับ “เจ้าสิงโต” อย่างซลาตัน อิบราฮิโมวิช แม้ว่าจะมีคำสบประมาทมากมายว่า ซลาตันนั้นทั้ง “ช้า” “เทอะทะ” “เอาแต่ใจ” “อีโก้สูง” และอื่นๆอีกมาก แต่เขาก็แทบจะสยบคำด่าเกือบทั้งหมดด้วยผลงานยิง 29 ประตู ในทุกรายการให้กับสโมสร รวมถึงการพาพลพรรคปีศาจแดงคว้าแชมป์โล่การกุศล คอมมิวนิตี้ ชิลด์, ลีก คัพ และถ้วยยูโรป้า ลีก โดยในเกมทั้งคอมมิวนิตี้ ชิลด์ และ ลีก คัพ ถือว่าซลาตันมีส่วนสำคัญมากในการช่วยทีมคว้าแชมป์ ถือเป็นการดึงตัวระยะสั้น ที่คุ้มค่าสุดๆของแมนฯยูไนเต็ดในปีนั้นเลย

อย่างไรก็ตาม ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ทางสโมสรได้ประกาศยกเลิกสัญญากับอิบราฮิโมวิชเป็นที่เรียบร้อย เพื่อปล่อยให้ซลาตันได้ไปเล่นฟุตบอลในสหรัฐอเมริกาต่อกับทางแอลเอ กาแล็กซี่ แต่ความทรงจำเรื่องการยิงประตู และวาทะเด็ดๆอย่าง “(ผมเป็น) สิงโต สิงโตเขาพักฟื้นร่างกายคนละแบบกับมนุษย์นะ” นั้น เชื่อว่าแฟนผีแดงคงจะไม่มีวันลืมเลือนอย่างแน่นอน

ฟาบริซิโอ ราวาเนลลี่ (มิดเดิลส์โบร)

กองหน้าจอมโหดคนนี้ ถือเป็นหนึ่งในนักเตะระดับเก่งกาจ ที่เจ้าของทีม มิดเดิลส์โบร อย่าง สตีฟ กิ๊บสัน ตัดสินใจดึงเข้ามาร่วมทีม ด้วยราคา 7 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าแพงพอสมควรในช่วงปี 1996 ซึ่งกองหน้าอิตาลีคนนี้ ได้เข้ามามาผนึกกำลังกับกองกลางจอมทัพอย่าง จูนินโญ่ เปาลิสต้า อีกหนึ่งตำนานของโบโร่

ราวาเนลลี่มาอยู่ “ทีไซด์” ด้วยดีกรีอดีตนักเตะยูเวนตุส และเพิ่งจะยิงประตูในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดชิงมาก่อน และเป็นขุนพลทัพ “อัซซูรี่” ในศึกยูโร 1996 ด้วยดีกรีระดับนี้ ก็ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไม “เจ้าขนนกขาว” คนนี้ถึงเป็นที่รักของแฟน “โบโร่” มาก เพราะเขาฝากผลงานดีๆ เช่นการยิงแฮ็ตทริกใส่ลิเวอร์พูลในเกมนัดแรกที่เขาลงสนาม และยังช่วยพาโบโร่เข้าชิงบอลถ้วยถึง 2 รายการ ทั้งเอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ แต่น่าเสียดายที่ “โบโร่” ต้องตกชั้นไปในปีนั้น ราวาเนลลี่ที่ยิงไปถึง 31 ประตูในทุกรายการ จึงตัดสินใจย้ายออกจากทีมไป

แม้จะอยู่กับทีมเพียงแค่ 1 ฤดูกาล แต่ปี 1996/97 ของแฟนโบโร่ (ยกเว้นเรื่องการตกชั้น เพราะโดนหักแต้มไป 3 คะแนน) ก็ถือเป็นซีซั่นที่มีสีสัน และแฟนหลายๆคนก็คงต้องขอบคุณ “เจ้าขนนกขาว” ที่เข้ามาสร้างสีสันให้กับแฟนๆได้ น่าสนใจว่า เราจะได้เห็นราวาเนลลี่ ในมาดกุนซือของมิดเดิลส์โบรในอนาคตหรือไม่ด้วย

เจอร์เกน คลินส์มันน์ (สเปอร์ส)

สุดยอดนักเตะทีมชาติเยอรมนีคนนี้ ถือเป็นหนึ่งในตำนาน ที่แฟนสเปอร์สมักจะกล่าวถึงหากไปถามเรื่องราวในวันวานต่างๆ คลินส์มันน์ย้ายมาร่วมทัพ “ไก่เดือยทอง” ในปี 1994 และแม้ว่าเขาจะถูกตราหน้าโดยสื่อเมืองผู้ดี ทั้งเรื่องการเป็นขุนพลทัพ “อินทรีเหล็ก” ที่สอยอังกฤษตกรอบฟุตบอลโลกปี 1990 และเรื่องที่ว่าเขาเป็น “จอมพุ่ง” แล้ว คลินส์มันน์ก็ก้าวข้ามข้อครหาทั้งหมด ด้วยผลงานอันน่าประทับใจให้กับสเปอร์ส พร้อมกับคว้ารางวัลจากนักเตะยอดเยี่ยมจากสมาคมผู้สื่อข่าวฟุตบอลของอังกฤษอีกด้วย

แม้ว่าเขาจะอยู่กับทีมเพียงแค่ 1 ฤดูกาล แต่ช่วงเวลาที่คลินส์มันน์อยู่กับสเปอร์สนั้นถือเป็นช่วงเวลาที่พิเศษสำหรับเจ้าตัวมาก และแน่นอนว่า เขาก็ถือเป็นหนึ่งในตำนานคนสำคัญของทีมสเปอร์สอย่างไม่ต้องสงสัย

เอสเตบัน กัมบิอาสโซ่ (เลสเตอร์)

ในยุคที่เลสเตอร์เพิ่งจะเลื่อนชั้นขึ้นมาในพรีเมียร์ลีกนั้น พวกเขาก็คงอยากจะได้นักเตะ “คีย์แมน” มาสักคน และก็เลือกจะดึงกองกลางหัวโล้น อย่าง เอสเตบัน กัมบิอาสโซ่ ผู้ซึ่งมีประสบการณ์การเล่นกับทีมใหญ่ๆ อย่างเรอัล มาดริด และอินเตอร์ มิลาน มาก่อน ประสบการณ์ของกัมบิอาสโซ่นั้นถือว่ามีส่วนพอตัวในการช่วยให้ทีมของไนเจล เพียร์สัน รอดหนีการตกชั้นแบบหืดขึ้นคอในปี 2014/15 และยังไม่พอ ผลงานของกองกลางอาร์เจนไตน์นั้นถือว่าดีมาก ดีจนกัมบิอาสโซ่ผงาดคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของเลสเตอร์ไปได้แบบน่าชื่นชม จากการโหวตของแฟนบอล

กัมบิอาสโซ่อยู่กับเลสเตอร์ เพียงแค่ฤดูกาลเดียว แต่ผลงานประตูที่เขายิงแมนฯยูไนเต็ด ในเกมที่เลสเตอร์พลิกกลับมาชนะ 5-3 ในเกมสุดคลาสสิก บวกกับการช่วยให้ทีมรอดตกชั้นนั้น คงจะอยู่ในความทรงจำของแฟนเลสเตอร์ไปอีกนานเลย…แต่เรื่องราวคงจะเจ๋งกว่านี้ ถ้ากัมบิอาสโซ่ต่อสัญญา อยู่กับทีมอีกปี และคว้าแชมป์ลีกไปด้วยนะ

เฮ็นริค ลาร์สสัน (แมนฯยูไนเต็ด)

กองหน้าตัวเก๋าทีมชาติสวีเดนนั้น มีประสบการณ์การค้าแข้งกับทีมอย่างบาร์เซโลน่ามาแล้ว และในช่วงบั้นปลายอาชีพของเขานั้น เขาก็ได้ตัดสินใจย้ายมาร่วมทัพ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2007 ด้วยสัญญายืมตัว 3 เดือนจากทีม “เฮลซิงบอร์ก” ในลีกสวีเดนหลังจากที่ลีกแดน “ไวกิ้ง” ปิดซีซั่นไป

ถึงจะมาอยู่ในระยะเวลาสั้นๆ ลาร์สสันก็ทำผลงานให้กับตันสังกัดชั่วคราวของเขาได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการยิงประตูได้ตั้งแต่เกมแรกที่เขาลงสนามในถ้วยเอฟเอ คัพ กับ แอสตัน วิลล่า และยังยิงประตูสำคัญในถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่แมนฯยูไนเต็ดเจอกับลีลล์ จนส่งแมนฯยูไนเต็ดเข้ารอบก่องรองชนะเลิศไปในปีนั้น ผลงานของกองหน้าชาวสวีดิชนั้นถือว่ายอดเยี่ยม จนเขากลายเป็นขวัญใจของแฟน “ผีแดง” ในระยะเวลาสั้นๆ และเป็นส่วนสำคัญที่ทีมคว้าแชมป์ลีกได้ ผีแดงเลยใจดี ยื่นเรื่องให้ทางพรีเมียร์ลีกส่งเหรียญรางวัลแชมป์ไปให้อีกด้วย (จริงๆต้องเล่นอย่างน้อย 10 เกม)

จริงๆถ้าลองมานึกดูแล้ว ซลาตันกับลาร์สสันเอง ก็มีเส้นทางอาชีพที่คล้ายๆกันนะ เพราะทั้งสองเคยไปเล่นในเนเธอร์แลนด์ (ลาร์สสันเล่นกับเฟเยร์นูร์ด ส่วนซลาตันอยู่กับอาแจ็กซ์) เคยเล่นที่บาร์เซโลน่าเหมือนกัน และในบั้นปลายอาชีพ ก็มาอยู่กับแมนฯยูไนเต็ดเหมือนกัน และมีอิทธิพลที่ดีกับทีมอีกด้วย