หากเอ่ยถึงนักกีฬามอเตอร์สเปอร์ตที่ได้รับกระแสความนิยมจากแฟนความเร็วมากที่สุดในโลก ชื่อของ “เดอะ ด็อกเตอร์” วาเลนติโน่ รอสซี่ ยอดนักบิดจากฝั่งโมโตจีพีวัย 39 ปี คือคนที่ป็อปปูล่ามากที่สุด แต่รู้หรือไม่ว่า ค่าเหนื่อยของเขา เทียบไม่ได้เลยกับนักขับฝั่งฟอร์มูล่าวัน ไม่ว่าจะเป็น เซบาสเตียน เวทเทล ลูอิส แฮมิลตัน หรือแแม้แต่ เฟร์นานโด อลอนโซ่

เผยตัวเลข “ค่าเหนื่อย” ต่อปีนักบิดโมโตจีพี
ตัวเลขค่าเหนื่อยที่เป็นเงินว่าจ้างจากต้นสังกัด (ไม่นับรวมเงินจากสปอนเซอร์อื่นๆ) ของนักบิดในฝั่งโมโตจีพีฤดูกาล 2018 ปรากฎว่า นักบิดที่รับค่าจ้างมากที่สุดได้แก่ มาร์ก มาร์เกซ แชมป์โลกจากทีมเรปโซล-ฮอนด้า ปีละ 11.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 360 ล้านบาท ตามด้วย วาเลนติโน รอสซี่ ที่เพิ่งต่อสัญญากับยามาฮ่าออกไปจนถึงปี 2020 รับเงินจากยามาฮ่าปีละ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 320 ล้านบาท
อันดับที่ 3 และ 4 ได้แก่ ฆอร์เก้ ลอเรนโซ่ และ อันเดรีย โดวิซิโอโซ่ คู่หูจากทีมดูคาติ รับค่าเหนื่อยรายปีคนละ 8 และ 7 ล้านเหรียฐสหรัฐตามลำดับ ตามด้วยอันดับที่ 5 มาเวอริค บีญาเลส นักบิดทีมโรงงานยามาฮ่า รับค่าเหนื่อยรายปีอยู่ที่ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ

ส่วนนักบิดที่รับค่าจ้างน้อยที่สุดในโมโตจีพี ตามรายงานระบุว่าเป็น ฆาเบียร์ ซิมิออง นักบิดจากทีม เรียลเล่ อวินเตีย เรซซิ่ง และ ทาคาอากิ นาคากามิ จากแอลซีอาร์ ฮอนด้า รับค่าเหนื่อยที่คนละ 250,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 7.75 ล้านบาทต่อหนึ่งฤดูกาล
เผยตัวเลข “ค่าเหนื่อย” ต่อปีนักขับฟอร์มูล่า วัน
ส่วนนักขับฝั่งฟอร์มูล่า วัน กีฬาที่ได้ชื่อว่าเร็วและแพงที่สุดในโลก นักขับในระดับหัวแถวรับค่าเหนื่อย(ไม่นับรวมเงินจากสปอนเซอร์อื่นๆ)กันในระดับมหาเศรษฐีเลยทีเดียว เริ่มจาก เซบาสเตียน เวทเทล นักขับจากทีมเฟอร์รารารี ที่รับค่าจ้างมากที่สุดในเอฟวัน อยู่ที่ปีละ 60 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1,860 ล้านบาท
อันดับที่ 2 ได้แก่ ลูอิส แฮมิลตัน แชมป์โลกคนล่าสุดจากเมอร์เซเดส จีพี ที่รับค่าเหนื่อยจากต้นสังกัดปีละ 50 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1,550 ล้านบาท และมีรายงานว่า แฮมิลตัน กับลังจะได้รับสัญญาใหม่จากทีมแข่งแชมป์โลกในเร็วๆนี้ ซึ่งจะทำให้เขาได้ค่าจ้างเทียบเท่าเวทเทล คู่ปรับจากเฟอร์รารีเลยทีเดียว

ส่วนนักขับเอฟวันที่ได้รับค่าเหนื่อยน้อยที่สุด หากไม่นับ ชาร์ล เลอเคิร์ก นักขับซึ่งเป็นรุกกี้ที่ขยับขึ้นมาจากการแข่งขันฟอร์มูล่า ทู ที่ได้ค่าจ้างอยู่ที่ 150,000 เหรียญสหรัฐ นักขับคนอื่นๆถือว่าได้รับเงินค่าเหนื่อยไม่ต่ำกว่า 350,000 เหรียญสหรัฐทั้งสิ้่น
เปรียบเทียบค่าเหนื่อยต่อปี นักแข่งท็อป 5 “โมโตจี VS เอฟวัน”
| มาร์ก มาร์เกซ | 11.5 ล้านเหรียญสหรัฐ | เซบาสเตียน เวทเทล | 60 ล้านเหรียญสหรัฐ |
| วาเลนติโน รอสซี่ | 10 ล้านเหรียญสหรัฐ | ลูอิส แฮมิลตัน | 50 ล้านเหรียญสหรัฐ |
| ฆอร์เก้ ลอเรนโซ่ | 8 ล้านเหรียญสหรัฐ | คิมี่ ไรค์โคเน่น | 40 ล้านเหรียญสหรัฐ |
| อันเดรีย โดวิซิโอโซ่ | 7 ล้านเหรียญสหรัฐ | เฟร์นานโด อลอนโซ่ | 30 ล้านเหรียญสหรัฐ |
| มาเวอริค บีญาเลส | 5 ล้านเหรียญสหรัฐ | วัลตารี บอทตาส | 12 ล้านเหรียญสหรัฐ |
เผยความเร็วสูงสุด โมโตจีพี ไม่ต่างจาก เอฟวันเผยสถิติ “นักบิดโมโตจีพี” เสี่ยงตายมากกว่าเอฟวัน
ได้เห็นตัวค่าเหนื่อยที่ต่างกันแบบสุดขั้วกันไปแล้ว ลองมาย้อนดูสถิติอุบัติเหตุในสนามแข่งในรอบ 8 ปีที่ผ่านมาพบว่า มีอุบัติเหตุที่ทำให้วงการความเร็วสูญเสียนักบิดบนแทร็กการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก นับรวมทุกรุ่นถึง 3 ราย เริ่มจาก โชยะโทมิซาว่า ในปี 2010 มาร์โก้ ซิมอนเชลลี่ ในปี 20211 และล่าสุดหลุยส์ ซาล่อม ในปี 2016
ขณะที่ฝั่งการแข่งขันฟอร์มูล่า วัน นับตั้งแต่สูญเสียไอร์ตัน เซนน่า ตำนานนักขับชาวบราซิล ในปี 1994 วงการเอฟวันมีการพัฒนาเรื่องระบบความปลอดภัยขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนที่ในปี 2015 จูลส์ เบี่ยงคี่ จะเป็นนักขับเอฟวันคนล่าสุด ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในสนามแข่ง
ในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีความเร็วทำให้รถแข่งมีการพัฒนาทั้งเครื่องยนต์ และชุดแอโรไดนามิกไปในทิศทางที่รถแข่งจะเร็วขึ้นเรื่อยๆในแต่ละปี โดยรถจักรยานยนต์ระดับโมโตจีพี เครื่องยนต์ 1,000 ซีซี สามารถทำควรมเร็วทางตรงในสนามความเร็วสูง ทะลุ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้แบบสบายๆ
ขณะที่รถฟอร์มูล่า วัน ที่แม้ปัจจุบัน กติกาจะจำกัดขนาดไว้ที่ 1,600 ซีซี พร้อมเทอร์โบชาร์จ แต่รถเอฟวันก็ยังสามารถทำความเร็วทางตรงได้ทะลุที่สนาม ออโตโดรโม่ เฮอร์มานอส โรดริเกซ ในประเทศเม็กซิโก ได้ทะลุ 360 กิโลเมตรต่อชั่วโมงมาแล้วเช่นเดียววัน
ภาพจาก
https://twitter.com/McLarenF1
https://twitter.com/F1
www.motogp.com

































