Home Work & Living ไม่ดู ไม่ได้แล้ว! 10 ซีรีส์สุด “ปัง” ของ Netflix ที่คุณต้องชม!

ไม่ดู ไม่ได้แล้ว! 10 ซีรีส์สุด “ปัง” ของ Netflix ที่คุณต้องชม!

ในช่วงหลังๆที่ผ่านมา ต้องบอกว่า Netflix ค่ายสตรีมมิ่งชื่อก้องโลกนั้น พยายามที่จะเจาะตลาดในประเทศไทยอย่างมาก ด้วยการโปรโมทหนัง และซีรีส์คุณภาพหลายๆเรื่อง รวมถึงการนำดาราดังมาถึงกรุงเทพกันเลย แต่จะมีซีรีส์เรื่องไหนที่ Tonkit360 อยากจะแนะนำให้ไปลองชมกัน หาคำตอบได้ที่นี่เลย และคุณ..จะไม่อยากลุกจากโซฟาไปไหนแน่นอน!

House of Cards

เรียกได้ว่าน่าจะเป็นหนึ่งในซีรีส์เรื่องแรกๆ ของค่าย Netflix เลยก็ว่าได้ โดยเนื้อเรื่องจะเป็นการตามดูชีวิตของแฟรงค์ อันเดอร์วูด (Frank Underwood) ที่เป็นประธานธิบดีของสหรัฐอเมริกา ทั้งเรื่องความลับ เล่ห์เหลี่ยมทางการเมือง จะสนุกขนาดไหน ก็ต้องมาชมกัน

Stranger Things

ในหลายๆเดือนที่ผ่านมาในเมืองไทย ต้องบอกเลยว่า Netflix พยายามจะรุกตลาดเมืองไทยอย่างมาก และพยายามจะโปรโมทซีรีส์เรื่องนี้ ที่ใช้นักแสดงเด็กนำถึง 4-6 คนด้วยกัน และต้องชมว่า ซีรีส์นั้นมีพล็อตเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับชีวิตของเด็กเหล่านี้ ที่ต้องมาเจอกับเรื่องแปลกๆ เกี่ยวกับโลกอีกโลกหนึ่งและพบกับสัตว์ร้ายหลายอย่างเลย

เรื่องนี้เป็นซีรีส์ที่ตั้งเรื่องกันในยุค 80 เพราะฉะนั้นถ้าใครเป็นแฟนหนังในสไตล์เร็ตโทรก็น่าจะชื่นชอบซีรีส์เรื่องนี้นะ

Riverdale

ถ้าใครชอบซีรีส์ดราม่า วัยทีน ที่มีทั้งเรื่องของการตามล่าคนร้าย มีเรื่องฆาตกรรม และเรื่องรักๆ เลิกๆ ในแนวที่อาจจะไม่ใสนัก บอกเลยว่า Riverdale น่าจะตอบโจทย์นี้ได้อย่างสบายๆ เพราะเป็นซีรีส์สไตล์วัยทีน ที่นำตัวละครจากหนังสือการ์ตูนเรื่อง The Archie Show และเรื่อง Josie and The Pussycats มาเพิ่มสีสัน ให้ดูทันสมัย สวยหล่อ และยังเท่ห์ในแบบของพวกเขาอยู่ แนะนำเลยว่าถ้าใครชอบซีรีส์ดราม่าอเมริกัน เรื่องนี้ต้องดูกันเลย

เคยมีคนตั้งข้อสังเกตว่า Netflix สามารถนำหนังสือการ์ตูนแบบขำๆ เบาสมอง มาปรับเป็นซีรีส์ ที่ทั้งสนุกเผ็ดร้อนและน่าดูจนลุกจากที่นั่งไปไม่ได้ ได้อย่างสุดยอดจริงๆ

The Crown

หลายๆคนอาจจะไม่ค่อยชอบเรื่องประวัติศาสตร์มากนัก แต่การมานั่งดูซีรีส์เรื่อง The Crown นั้น จะพาคุณไปรู้จักกับประวัติความเป็นมา ของราชวงศ์อังกฤษ ในแบบที่คุณจะเพลิดเพลินจนหยุดดูไม่ได้เลยทีเดียว โดยซีรีส์ตัวนี้ ล่าสุดได้ต่อสัญญาออกไปจนถึง 6 ซีซั่นแล้วนะ และตอนนี้ก็ยังอยู่แค่ซีซั่น 2 เอง

คอนเซ็ปต์ของซีรีส์คือ ในแต่ละซีซั่น จะเป็นการเล่าเรื่องของราชวงศ์อังกฤษในทุก 10 ปี นั่นหมายความว่า เราจะต้องมาลุ้นกัน ว่า Netflix จะเลือกนักแสดงคนไหนให้เป็นเจ้าชายวิลเลี่ยมตอนโต รวมถึงเจ้าหญิงเคต ดัตเชสแห่งเคมบริตจ์ และแน่นอนว่า จะต้องมาลุ้นกันว่าใครจะได้รับบทเป็นเจ้าหญิง ไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์อีกด้วย เพราะฉะนั้น ก็ควรจะเริ่มดูกันเลย จะได้ตามเรื่องทันนะ และจะบอกเลยว่า การแสดงของสองนักแสดงในซีรีส์อย่างแคลร์ ฟอย และ แม็ตต์ สมิธ ที่เป็นตัวเอกของเรื่อง ไปจนถึงจอห์น ลิธโกว์ ที่แสดงเป็นวินสตัน เชอร์ชิลล์ ก็แสดงได้อย่างไร้ที่ติจริงๆ (แต่อาจจะสู้แกร์รี่ โอล์ดแมน ที่ได้รางวัลออสการ์ จากบทบาทเดียวกันไม่ได้นะ)

Orange is The New Black

เป็นซีรีส์ที่แหวกแนวดีนะเรื่องนี้ เพราะ Orange is The New Black เป็นการเล่าเรื่องของผู้หญิงสาวคนหนึ่ง ที่ถูกจับกุม และต้องใช้ชีวิตอยู่ในคุก ในสิ่งที่ตัวเองจริงๆแล้วก็ไม่ได้มีส่วนอะไรมาก แต่เราจะได้เห็นการใช้ชีวิตในรูปแบบ และมุมมองต่างๆ ของเรือนจำหญิงล้วน ไล่ไปตั้งแต่มุมมองของนักโทษ จนถึงผู้คุมสถานที่ ครอบครัว และเจ้าหน้าที่ในเรือนจำด้วย

Black Mirror

ก่อนหน้านี้ ซีรีส์เรื่อง Black Mirror นั้นมีเจ้าของเป็น Channel 4 ของทางอังกฤษ โดยมีลักษณะเป็นซีรีส์แยกตอน หรือ Anthology ที่เรื่องในแต่ละตอนนั้นจะไม่เกี่ยวกัน โดยแต่ละตอน Black Mirror จะนำเรื่องเทคโนโลยีต่างๆ ทั้งที่อาจจจะเกิดขึ้นมา หรือที่มีมาให้ใช้กันแล้ว นำมาสะท้อนว่า เทคโนโลยีนั้น มีทั้งข้อดี และข้อเสีย และจะขึ้นอยู่กับการใช้ของมนุษย์ทุกคน หากเทคโนโลยีตกไปอยู่ในมือคนไม่ดี ก็อาจจะเกิดหายนะได้ ซึ่งในซีรีส์นั้น มีการแนะนำเทคโนโลยีทั้งเรื่องการเก็บ และย้อนดูความจำทั้งหมดได้ และเรื่องโลกเสมือนจริงอีกด้วย

เป็นซีรีส์ที่สะท้อนโลกของเราได้อย่างดีเยี่ยม ดูแล้วทั้งสนุก และได้ข้อคิดดีๆ กลับไปด้วยนะ

13 Reasons Why

เรื่องการถูกรังแกของเด็กวัยรุ่นนั้น เป็นเรื่องที่ซับซ้อน และเป็นปัญหาในสังคมทุกยุค แต่การเอาหนังสือเรื่องนี้ มาทำเป็นซีรีส์ โดยได้นักแสดงนักร้องสาวมากความสามารถอย่างเซเลน่า โกเมซมานั่งเก้าอี้เป็นโปรดิวเซอร์ในซีรีส์ยอดฮิตเรื่องนี้ด้วย

ภาพรวมของซีรีส์เรื่องนี้ถือว่าสอบผ่านฉลุย แต่ก็ยังมีเสียงวิจารณ์บางส่วนว่า ภาพบางอย่างอาจจะไม่เหมาะสำหรับคนดูบางส่วนหรือเด็ก เพราะซีรีส์เรื่องนี้เจาะไปถึงเรื่องการฆ่าตัวตาย ปัญหาการถูกรังแก และยังเรื่องการละเมิดทางเพศ ซึ่งผู้ถ่ายทำเลือกจะถ่ายทุกฉากออกมาให้เห็นกันไปเลย แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ขอแนะนำให้ลองดูซีรีส์เรื่องนี้ เพราะมีเนื้อหาที่น่าติดตาม และเดี๋ยวภายในปีนี้ ซีซั่น 2 ก็จะตามมา

Santa Clarita Diet

เป็นซีรีส์ขำๆ เบาสมองอีกเรื่องที่น่าจะลองชมกัน Santa Clarita Diet ถือเป็นซีรีส์ที่น่าจะพอดูได้เรื่อยๆและยังได้นักแสดงมากความสามารถระดับตัวแม่อย่างดรูว์ แบร์รี่มอร์ มาแสดงนำอีก แถมเธอยังเพิ่งจะเดินทางมาถึงกรุงเทพ เพื่อมาโปรโมทซีซั่น 2 ของซีรีส์เรื่องนี้อีกด้วย

เนื้อเรื่องหลักๆของซีรีส์ คือการปรับตัวของครอบครัว ที่แบร์รี่มอร์เล่นเป็นภรรยา ที่เพิ่งจะเปลี่ยนการใช้ชีวิตไปเป็นเหมือนกับซอมบี้ฟังดูแล้วก็น่าสนุกเหมือนกันนะ

Designated Survivor

อีกหนึ่งซีรีส์การเมือง ที่อาจจะออกมาเป็นคนละแนวกับ House of Cards เพราะมีเรื่องราวที่เข้าใจง่ายกว่า ปมปัญหาไม่เยอะเท่า และแสดงนำโดยนักแสดงคนเก่งอย่างคีเฟอร์ ซะเธอร์แลนด์ (Kiefer Sutherland)

อย่างไรก็ตาม เราต้องบอกเลยว่าถ้าใครเป็นแฟนของซีรีส์ชื่อ 24 แล้ว คุณจะต้องชื่นชอบซีรีส์เรื่องนี้อย่างแน่นอน เพราะหนึ่งใน 2 พล็อตหลักของเรื่องนั้นจะมีลักษณะคล้ายๆ กับซีรีส์ 24 ที่จะติดตามเอฟบีไอหญิงคนหนึ่งในการทำงาน ส่วนอีกด้านคือการติดตามชีวิตของประธานธิบดีของสหรัฐอเมริกาคนนี้ ที่ต้องขึ้นมารับตำแหน่งเพราะคณะรัฐมนตรีทุกคนเสียชีวิตจากเหตุลอบวางระเบิดรัฐสภา ระหว่างที่คณะรัฐมนตรีทุกคนที่เหลือ ต้องเข้าร่วมงานประกาศนโยบายประจำปี ซึ่งซีรีส์จะติดตามการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของรัฐมนตรีคนนี้ ที่ชีวิตของเข้าต้องพลิก เพราะต้องมารับตำแหน่งเป็นประฐานธิบดีของประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดประเทศหนึ่ง

Ozark

ถ้าจะให้เปรียบเทียบซีรีส์เรื่องนี้ ต้องบอกเลยว่าซีรีส์เรื่องนี้มีความคล้ายกลับซีรีส์สุดดังอย่าง Breaking Bad พอสมควรเลย (ถ้าชอบ Breaking Bad เราก็ขอแนะนำ Better Call Saul ไปอีกเรื่องด้วยเลยนะ) โดย Ozark นั้นเป็นเรื่องราวของหนุ่มนักการเงิน ที่ต้องพาครอบครัวย้ายออกจากบ้าน หนีไปอยู่ในเมืองเล็กๆ หลังจากที่เขาแอบไปฟอกเงินจนเกิดปัญหาบานปลาย และไปมีเรื่องพัวพันกับกลุ่มค้ายาของประเทศแม็กซิโก ชีวิตของครอบครัว และชีวิตของตัวเอก (รับบทโดยเจสัน เบทแมน) จะเป็นอย่างไร บอกเลยว่าต้องไปติดตาม เพราะเรื่องนี้น่าตื่นเต้น และสนุกมากๆ