Home Uncategorized 101 แมนฯยูไนเต็ด (76): โอลด์ แทรฟฟอร์ด หรือ “เขาวงกต”

101 แมนฯยูไนเต็ด (76): โอลด์ แทรฟฟอร์ด หรือ “เขาวงกต”

โอลด์ แทรฟฟอร์ดคือเป็นสนามที่ใหญ่มากครับ แต่ผมคงโกหกแหละถ้าบอกว่าผมไม่เคยเดินหลงในสนามแห่งนี้ เพราะไกด์บางคนก็ต้องใช้เวลาเป็นปี (คือนานมาก) กว่าจะจำทางหนีทีไล่ในสนามได้ทุกทาง คือจำทางหนีไฟ หรือบันไตที่ต้องใช้ทุกวันน่ะได้ครับ แต่จะจำทุกซอก ทุกมุมว่าประตูนี้จะพาออกไปตรงไหน ชั้นนี้มีอะไรเนี่ย มันก็ต้องใช้เวลานะ วันนี้ผมเลยจะเอาประสบการณ์ส่วนตัวของผมมาเล่าให้ฟังกัน

โดนล็อกประตูระหว่างทำทัวร์

อันนี้เป้นเรื่องขำ (แต่ก็โดนล้อจนไม่ขำละ) เพราะเป็นตอนที่ผมต้องพาลูกทัวร์ออกไปนอกสนาม เพื่อส่งเขากลับออกไป เนื่องจากว่าการจะออกจากสนาม ไกด์ต้องแจ้งกับทางหน่วยรักษาความปลอดภัยในสนาม ก่อนจะเปิดประตูพาลูกทัวร์ออกไปได้ แต่บังเอิญว่าผมดันจับประตูไม่อยู่! ที่นี้ประตูก็ล็อกสิ! แล้วมันเกิดขึ้นระหว่างทำทัวร์ และตอนนั้นคือผมก็เพิ่งเริ่มทำทัวร์ได้ไม่นานมาก ก็ตกใจ ไม่รู้จะทำอย่างไร เลยวิทยุไปบอกไกด์ที่ทำทัวร์ด้วยว่าให้มาเปิดประตู เขาก็ไม่ยอมมา (คือเขามาไม่ได้อยู่แล้วล่ะ เพราะติดทัวร์อยู่) แต่ก็มีความโชคดี คือมีคนเดินผ่านมาพอดี เขาก็เลยมาเปิดให้ แหม่อันนี้ก็เข็ดไปจนตายเลยล่ะ เพราะโดนทั้งเตือน โดนทั้งแซวจนเป็นเรื่องฮากันเลย ตอนนั้นก็มีทั้งเจ้านาย ทั้งเพื่อนแอบฟังกันนะ แต่ก็ไม่มีใครมาช่วยเลย

อีกส่วนที่จะพลาดล็อกกันได้ คือห้องแต่งตัว เพราะตรงนี้กุญแจจะต้องคาอยู่ในรูตลอดเวลาจะเปิดประตู ถ้าดึงกุญแจไปแล้ว ประตูจะล็อกเอง ทำไว้เป็นเพื่อความปลอดภัยของนักเตะ แต่บางทีเวลาทำทัวร์ ลูกทัวร์ก็จะมีลืม และเผลอไปดึงประตูปิดจนลูกทัวร์ที่เดินตามมาเข้าห้องไม่ได้ก็มีครับ อันนี้เลยต้องเป็นหน้าที่ของไกด์ที่เดินตามมา ต้องมาเปิด และเนื่องจากพื้นที่บันไตจะค่อนข้างเล็ก และต้องยืนเรียงเป็นแถวเดียว เวลาแถวหยุดเดิน ผมที่บางทีต้องทำหน้าที่ไกด์ด้านหลัง ก็จะรู้เลยว่า “มีคนปิดประตูสินะ”

อัฒจันทร์ฝั่งเหนือมีตั้ง 7 ชั้นแหน่ะ

ห้องวีไอพีของชั้น 3 (ภาพจาก tonkit360.com)

ก่อนอื่นนะ…จะเยอะไปไหนเนี่ย! คือชั้น 1 จะเป็นทางเข้าที่เราจะไปซื้อตั๋วเข้าทัวร์ ชั้น 2 จะมีห้องรับรองต่างๆ และพื้นที่จัดสัมมนา ส่วนชั้น 3 จะมีทั้งร้านอาหารของสโมสรอย่าง Red Cafe (ขอแนะนำให้ไปลองนะ พอใช้ได้เลย) มีพิพิธภัณฑ์ที่รักของผม (รักมาก) มีทางเข้าห้องพวกบ็อกซ์วีไอพีอีก และทางไปห้องอาหารของสโมสร เอาง่ายๆว่าเวลาทำงาน ผมก็จะอยู่แต่ชั้นส่วนตรงนี้ ในพิพิธภัณฑ์ก็จะมีชั้นแยกอีก 3 ชั้น (ใช้ลิฟต์คนละตัวกัน) เอาให้งงกันเข้าไปนะ

ภาพที่ถ่ายกับอเล็กซ์ สเต็ปนีย์ ก็ถ่ายกันที่ห้องรับรองชั้น 4 (ภาพจาก tonkit360)

พอมาเป็นชั้น 4 ก็จะมีห้องรับรองอีก สำหรับการจัดงานสัมมนาและแขกวีไอพี ซึ่งส่วนนี้จะใช้เวลาพิพิธภัณฑ์จัดงานทัวร์สนามกับอดีตนักเตะ ให้คนที่ซื้อแพ็คเกจทัวร์มานั่งกินข้าวด้วยกันในห้องนี้ และเป็นที่ที่สโมสรจะจัดเทรนนิ่งเรื่องการรักษาความปลอดภัยในสนาม

ส่วนชั้น 7 จะเป็นส่วนของห้องวีไอพีอีกครับ แต่จะสูงขึ้นมาหน่อยเท่านั้นเอง

สำนักงาน และสตูดิโออีกล่ะ

สำนักงานในตัวสนามก็แยกส่วนออกไปอีก อย่างที่บอกไปว่าสำนักงานนั้นจะอยู่ตรงส่วนของอัฒจันทร์ฝั่งตะวันออก แต่พวกห้องของฝ่ายบุคคล ก็จะแยกออกไปอีก ส่วนที่เป็นที่ใหญ่นั้นจะเน้นเป็นส่วนการทำงานของสปอนเซอร์ครับ เยอะมาก

ภาพที่ถ่ายกับอาเธอร์ อัลบิสตัน ที่ห้อง Treble Suite (ภาพจาก tonkit360.com)

และพกวกห้องรับร้อง ห้อง suite ทั้งหลายเองก็เยอะมากเหมือนกัน จนบางทีเราก็นับกันไม่ไหวเลยนะ แต่ว่าแต่ละห้องก็จะมีเรื่องราวแตกต่าง และจุดประสงค์แตกต่างกันออกไป เช่นว่า Treble Suite ก็คือห้องฉลองแชมป์ 3 แชมป์เมื่อปี 1999 และจะเน้นรับแขกสปอนเซอร์จากทั่วโลก ร่วมกับ Warwick Suite ในขณะที่ Number 7 Suite ก็เป็นการตั้งชื่อให้เข้ากับตำนานเบอร์ 7 ของผีแดงทั้งหลาย

“101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ด คือ เรื่องที่เจาะลึกของสโมสร “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” จากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนที่เคยร่วมงานกับสโมสรแห่งนี้เป็นเวลากว่าปีครึ่ง โดยนำเสนอเป็นประจำทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ไปจนกว่าจะครบ 101 เรื่อง

ส่วนใครที่พลาดตอนอื่นๆของ “101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ดไป สามารถเข้าไปย้อนอ่านกันได้ที่ https://tonkit360.com/tag/101-เรื่องลึกไม่ลับ