สำหรับในช่วงก่อนจบปีแบบนี้ แน่นอนว่าหลายๆวงการ จะต้องมีการปล่อยลิสต์ “ที่สุดแห่งปี” มาฝากกัน และวงการดนตรีเองก็ไม่เว้น โดยวันนี้เราจะมาเจาะรายชื่อ 25 นักดนตรี ที่มีรายได้มากที่สุดจากการประกาศของสื่อชื่อดังอย่าง “ฟอร์บส์” ซึ่งนับรวมตั้งแต่การขายอัลบั้ม ตั๋วคอนเสิร์ต ไปจนถึงรายได้จากธุรกิจอื่นๆ และสปอนเซอร์ตั้งแต่กลางปี 2016 มาจนถึงช่วงเดือนกรกฎาคมปีนี้
แต่ก่อนที่จะได้ทราบกันว่าใครนั้นอยู่ในหนึ่งใน 5 ศิลปินที่รวยที่สุดนั้น Tonkit360 มีบทสรุปสั้น 4 ข้อ ซึ่งจะรวมศิลปินรายอื่นๆ ที่น่าสนใจ ที่ไม่ติดอยู่ในท็อป 5 คนมาฝากกันด้วย มีดังนี้:
- จากทั้งหมด 25 คนที่มีชื่อติดลิสต์นี้ มีเพียงศิลปินเพียงสองรายเท่านั้นที่ไม่ได้มีรายได้จากการออกทัวร์คอนเสิร์ตแบบเป็นทางการ นั่นคือ เจย์-ซี (อันดับที่ 19) เจ้าของสถิติเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ปี 2018 มากที่สุดที่ 8 สาขา และ เทยเลอร์ สวิฟต์ (อันดับที่ 17) ที่เพิ่งเปิดตัวอัลบั้มอย่าง reputation เมื่อช่วงพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยทั้งสองมีตารางจะออกทัวร์คอนเสิร์ตเต็มตัวในปีหน้า
- จากท็อป 5 ของปีนี้นั้น มีศิลปินผิวสีรวมอยู่ถึง 4 รายด้วยกัน แต่จะเป็นใครบ้างนั้น ต้องมาติดตามกัน
- ความต่างของอายุของศิลปินในปีนี้ถือว่าค่อนข้างสูง โดยคนที่มีอายุน้อยที่สุดนั้นคือ จัสติน บีเบอร์ ในวัย 23 ปี (อันดับที่ 7) ส่วนศิลปินที่อายุมากที่สุดในรายชื่อนี้นั้น คือศิลปินรุ่นปู่ วัย 75 ปีอย่าง เซอร์ พอล แม็คคาร์ทนีย
- ศิลปินที่น่าจะติดท็อป 5 หลายๆ คนนั้นกลับพลาดไป ไม่ว่าจะเป็นอย่าง อเดลล์ (อันดับที่ 9) หรือ บรูโน่ มาร์ส (อันดับที่ 22) ส่วนศิลปินคนดังอย่างเช่น เคนดริก ลามาร์, เลดี้ กาก้า ไปจนถึงเอ็ด ชีแรนต่างหลุดจากลิสต์นี้ทั้งหมด แต่ก็คาดกันว่า สองรายหลังน่าจะพอมีโอกาสมีชื่อติดในปีหน้า
- ในลิสต์นี้ มีผู้หญิงอยู่เพียงแค่ 5 คนเท่านั้น ประกอบไปด้วย เทยเลอร์ สวิฟต์, เซลีน ดีออน, บียอนเซ่, อเดลล์ และ เจนนิเฟอร์ โลเปซ (ไม่ได้เรียงตามอันดับนะ ให้ไปลุ้นกันเองดีกว่า)
อันดับ 5 : โคล์ดเพลย์
วงดนตรีจากเกาะอังกฤษยังคงเป็นขวัญใจชาวโลกอยู่ เพราะพวกเขารู้จักที่จะเปลี่ยนสไตล์เพลงให้เข้ากับยุคอีเล็กโทรนิกมากขึ้น
โดยทัวร์ดังอย่าง A Head Full of Dreams Tour ที่มาโชว์ในเมืองไทยนั้นนับได้ว่าเป็นหนึ่งในทัวร์คอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของรอบปีนี้ ซึ่ง 4 หนุ่มชาวผู้ดีขนเพลงฮิตจากอัลบั้มล่าสุดมาแสดง ไม่ว่าจะเป็นเพลง Adventure of a Lifetime, A Head Full of Dreams และ เพลงใหม่ที่ร่วมงานกับสองหนุ่มศิลปิน เดอะ เชนสโมคเกอร์ส อย่าง Something Just Like This ที่ดังกระฉ่อนไปทั่วโลกอยู่ในปีนี้
อันดับที่ 4: เดอะ วีคเอนด์
ถือว่าไม่พลิกโผมากสำหรับ “เดอะ วีคเอนด์” ที่สามารถทำอันดับขึ้นมาอยู่ที่ 4 ได้ในปีนี้ เพราะอัลบั้มใหม่ของเขาอย่าง StarBoy นั้นก็ถือเป็นอัลบั้มระดับคุณภาพ (แม้ว่าแกรมมี่จะไม่เห็นด้วยก็ตาม)
ซึ่งมีเพลงดังอย่าง I Feel It Coming และ StarBoy ที่ขึ้นไปติดอันดับ 1 ของชาร์ตบิลบอร์ดของทางสหรัฐอเมริกาด้วย และบวกกับการออกทัวร์ในช่วงนี้ ทำให้เขาสามารถทำอันดับเข้ามาอยู่ที่ 4 ได้สำเร็จ
นักร้องเสียงดีรายนี้ได้พูดทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า “ศิลปินสมัยนี้ไม่ได้ทำเงินจากการขายแผ่นเสียงอีกแล้วเหมือนในสมัยก่อน แต่รายได้จะมาเมื่อคุณขึ้นแสดงบนเวที” เพราะฉะนั้น ถ้าศิลปินรายไหนอยากจะมีรายได้เยอะๆ ก็คงต้องฟังนักร้องหนุ่มจากแคนนาดาวัย 27 ปี กันหน่อยนะ
อันดับ 3: เดรก
แร็ปเปอร์ชาวแคนนาเดียนยังกอบโกยรายได้อย่างต่อเนื่องหลังจากที่เขาได้ปล่อยอัลบั้มมาถึงสองตัว ประกอบไปด้วยอัลบั้ม View และอัลบั้มย่อย หรือที่นิตยาสารดนตรีเรียกกันว่า “Mixtape” ชื่อ More Life ออกมา จึงทำให้เขายังคงเป็นหนึ่งในแร็ปเปอร์แถวหน้าของโลกได้ด้วยบทเพลงดังๆอย่าง Hotline Bling หรือ Passionfruit เป็นต้น
โดยนอกจากจะเป็นหนึ่งในศิลปินที่มีคนฟังเพลงมากที่สุดด้วยแล้ว นักร้องหนุ่มวัย 31 ยังมีรายได้มาจากทั้งทัวร์คอนเสิร์ตอย่าง Boy Meets World Tour และยังได้รับเงินจากงานสปอนเซอร์กับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างแอปเปิล และไนกี้เป็นต้น
อันดับ 2: บียอนเซ่
“ควีนบี” ยังคงครองความยิ่งใหญ่ในวงการดนตรีไว้ได้ นอกจากเธอจะได้ลูกแฝดในปีนี้แล้ว บียอนเซ่ยังทำรายได้มหาศาลจากการทัวร์คอนเสิร์ต Formation World Tour ของอัลบั้มล่าสุดอย่าง Lemonade ที่ปิดฉากไปเมื่อปลายปี 2016 และล่าสุดเธอก็ได้ไปร้องเพลงคู่กับศิลปินหนุ่มอย่าง เอ็ด ชีแรน ในเพลง Perfect ที่ดังถึงขั้นไปติดอันดับ 1 ในบิลบอร์ดชาร์ตด้วย นับว่าบียอนเซ่ “ลัคกี้อินเกม ลัคกี้อินเลิฟ” จริงๆ
อันดับ 1: ดิ๊ดดี้
อาจจะเป็นชื่อที่ไม่ค่อยคุ้นหูของชาวไทยนัก แต่ “ฌอน โคมบ์ส” หรือ พี ดิ๊ดดี้ถือว่าหนึ่งในนักร้อง และนักแสดงหัวแถวของฮอลลีวูด ซึ่งรายได้หลักๆของดิ๊ดดี้นั้น มาจากทั้งการขายบริษัทแฟชั่นของเขาอย่าง Sean John ไปจนถึงการขายวอดก้ายี่ห้อ Ciroc และทัวร์คอนเสิร์ตอย่าง Bad Boy Family Reunion World Tour ที่มีศิลปินแร็ปเปอร์คนอื่นๆอย่าง เฟร้นช์ มอนทาน่า มาร่วมแสดงด้วย






























