Home Trending Story Trend ในประเทศ คิดแบบ “ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ”

คิดแบบ “ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ”

การจากไปของดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ไม่เพียงแต่ทำให้หลายคนรู้สึกได้ถึงการสูญเสียของบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและอุดมการณ์ในระดับแถวหน้าของประเทศ หากแต่เมื่อมองย้อนกลับไปบนเส้นทางชีวิตของ ดร.สุรินทร์ เราจะเห็นว่า เด็กชายที่กล้าเปิดโลกของตนเองจาก โรงเรียนวัดบ้านตาล สู่นักเรียนแลกเปลี่ยนเอเอฟเอส จนกระทั่งจบปริญญาเอกด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการศึกษาสามารถทำให้เกิดความเสมอภาคเท่าเทียมกันได้ในสังคม

ขณะเดียวกันจากประสบการณ์การทำงานที่ดร.สุรินทร์เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองหลายตำแหน่งรวมไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ อดีตเลขาธิการอาเซียน ทำให้มุมมองของ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ นั้นไม่เคยตกยุคหากแต่ยังคงทันสมัยและเป็นแนวคิดที่ดีสำหรับคนรุ่นใหม่ ดังเช่นวาทะจากงานปาฐกถา และ บทสัมภาษณ์ที่ ดร.สุรินทร์ ได้เคยแสดงเอาไว้ และเพื่อเป็นการแสดงความไว้อาลัย บรรทัดต่อจากนี้ Tonkit360 ขอรวบรวมเอาส่วนหนึ่งของแนวคิด ของดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ที่เชื่อว่าจะทำให้หลายคนได้หยุดคิดกับโลกปัจจุบันที่กำลังหมุนไปอย่างรวดเร็ว

คุณไม่สามารถที่จะมีชีวิตที่ดีได้หากไม่ใส่ใจ

“คุณคือคนรุ่นใหม่ของสังคมไทยและจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในระบบการเมืองที่กำลังอยู่ในช่วงของการออกแบบอยู่ในขณะนี้ พวกคุณล้วนเป็นเจ้าของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของเราและจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในระบบใหม่นี้ต่อไปอีกนาน!คุณอาจจะรังเกียจนักการเมืองบางคน หรือไม่พอใจพรรคการเมืองบางพรรค แต่คุณไม่สามารถที่จะมีชีวิตที่ดีได้หากไม่ใส่ใจ ไม่ลุกขึ้นมามีส่วนร่วมทางการเมือง”

ที่มา: จดหมายจากดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ: อรุณสวัสดิ์ ถึงหนุ่ม สาว คนรุ่นใหม่ชาวไทยทุกคน

เราเชื่อมโยงกันมากกว่าที่เราคิดว่าเราเชื่อมโยงกัน

“บทเรียนที่เราเรียนรู้คือเราเชื่อมโยงกันมากกว่าที่เราคิดว่าเราเชื่อมโยงกัน โลกาภิวัตน์นำเรามารวมตัวกัน เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศนำเรามารวมตัวกัน การขนส่งโลจิสติกส์และการค้าได้รวมเราเข้าไว้ด้วยกัน ญี่ปุ่นมองพวกเราในภูมิภาคอาเซียนเป็นเหมือนโครงข่ายการผลิต เขามองว่าเราเป็นฐานการผลิตที่สามารถแบ่งกันผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ของสินค้าขั้นสุดท้ายของเขา อย่างรถยนต์หรือสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ มันเป็นโครงข่ายของการผลิตที่กระจายไปทั่วอาเซียน แต่เรากลับไม่ได้คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในระดับนั้นจะเกิดขึ้นในประเทศใดประเทศหนึ่งของอาเซียน”

ที่มา : เวทีการประชุมระดับภูมิภาคว่าด้วยการค้าและการพัฒนาประจำปี 2560

มีขันติธรรมสูงพอที่จะยอมรับความแตกต่าง

“ผมอยากให้น้องๆ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ รวมถึงพ่อแม่ ครู อาจารย์ ได้ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะให้ลูกหลาน และลูกศิษย์ มีโอกาสออกไปสัมผัสกับสิ่งใหม่ๆในบริบทของสังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่างออกไป ได้เรียนรู้ เข้าใจ และเคารพในความแตกต่างนั้น รวมถึงมีขันติธรรมสูงพอที่จะยอมรับว่าความแตกต่างหลากหลายเหล่านี้เป็นสิทธิและธรรมชาติของมนุษย์แต่ละกลุ่มแต่ละคน เราต้องอยู่รวมกันให้ได้ ต้องสร้างความสุข ความสันติ และความปรองดองให้เกิดขึ้น นี่คือสิ่งท้าทายของโลกสมัยใหม่ ของประชาคมในโลกยุคโลกาภิวัฒน์

ซึ่งคนไทยก็จะประสบสิ่งเหล่านี้มากขึ้น เช่น เรื่องของความแตกต่างหลากหลาย สังคมไทยคือสังคมพหุภาค ไม่ใช่สังคมที่เหมือนๆกัน คือมีเชื้อชาติเดียวกัน เพราะเป็นคนไทยเหมือนกัน แต่ภูมิหลังไม่เหมือนกัน มีวัฒนธรรม มีค่านิยม ที่ติดมากับครอบครัวและเผ่าพันธุ์ที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งความแตกต่างหลากหลายนี้ถือเป็นทรัพย์สินของสังคม ไม่ใช่สิ่งที่จะนำไปสู่ความแตกแยก หรือที่เรียกว่า Liability”

ที่มา: เว็บไซต์ เอเอฟเอส คอลัมน์ AFS & I คอลัมน์ที่นำเสนอเรื่องราว หรือเปิดเวทีให้นักเรียนเก่าเอเอฟเอสผลัดกันมาแบ่งปันประสบการณ์ทั้งในด้านการทำงาน ครอบครัว โลกทัศน์ การใช้ชีวิต รวมถึงสปิริตเอเอฟเอสที่สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อตัวเองและสังคม

No man is an Island

“เชื่อผมเถอะ ว่าบทกวีของ จอห์น ดอนน์ ยิ่งนับวันก็ยิ่งเป็นจริง ในยุคสมัยที่โลกรวมตัวกัน คนรุ่นคุณจะต้องกล้าเปิดตัวเองออกไป ต้องสามารถอยู่ร่วมกับคนอื่น คุณจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม”

ที่มา : บทสัมภาษณ์ นิตยสารจีเอ็ม

ภาษาอังกฤษในมุมมองของดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ

“ภาษาอังกฤษมีความสำคัญและความจำเป็น เมื่อ 40-50 ปีก่อน เราสามารถอ้างได้ว่า เพราะเราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร ภาษาอังกฤษของเราเลยไม่เก่ง ปัจจุบันนี้ข้ออ้างแบบนี้ใช้ไม่ได้ มันจะต้องเป็นว่า ยิ่งเราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาต่างประเทศของเราควรจะยิ่งดีกว่าคนอื่น”

ที่มา: ปาฐกถาพิเศษเรื่อง AEC:โอกาสทองทางเศรษฐกิจของไทย งานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 27