Home Inspiration ชีวิตติดลูกหนัง “พี่ตูน” ต้องวิ่งอีกกี่รอบ?

“พี่ตูน” ต้องวิ่งอีกกี่รอบ?

ภาพจาก FB : ก้าว

ปรากฏการณ์ “พี่ตูน” ในโครงการ “ก้าวคนละก้าว” เพื่อสนับสนุนซื้อเครื่องมือแพทย์ให้แก่โรงพยาบาล 11 แห่งทั่วประเทศ นอกจากจะสร้างความคึกคักให้กับวงการข่าว วงการแพทย์แล้ว ยังเป็นการกระตุ้นวงการ “วิ่งมาราธอน” ที่ตอนนี้มีกระแสคนนิยมวิ่งระยะไกลเป็นงานอดิเรก และออกกำลังเพิ่มมากขึ้นจนน่ายินดี

ลองคิดง่ายๆว่าหากเราช่วยกันรักษาสุขภาพ เผื่อแผ่ความรู้ ความคิด และเจตจำนงนี้ไปยังญาติ และมิตรทั้งหลาย นอกจากจะทำให้คนที่เรารักแข็งแรงแล้ว ยังช่วยประหยัดเรื่องค่ารักษาพยาบาล ที่สำคัญไปกว่านั้นคือการลดภาระของรัฐบาลและชาติในการดูแลประชาชนอีกด้วย

ทุกวันนี้โรงพยาบาลรัฐนอกจากจะขาดเครื่องไม่เครื่องมือแล้ว หมอแต่ละท่านต้องรับภาระตรวจคนไข้วันละกว่า 50 ราย สถานที่ก็ไม่เพียงพอ ต้องไปนั่งรอกันตั้งแต่เช้ากว่าจะได้ตรวจบ่าย เสียเวลาไปเกือบทั้งวัน

สาเหตุถ้าให้พูดแบบกำปั้นทุบดินคือคนไข้มากกว่าหมอ เพราะฉะนั้นหากจะให้แก้ปัญหาแบบเอาดินทุบกำปั้นบ้างก็คือ ต้องลดปริมาณคนไข้และเพิ่มปริมาณหมอ

การจะเพิ่มปริมาณหมอและบุคลากรทางการแพทย์อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากต้องใช้เวลาร่ำเรียน ยังต้องให้เวลาในการเก็บเกี่ยวประสบการณ์

ทางที่ดีคือแก้เสียตั้งแต่ต้นลม คือลดปริมาณคนป่วย ปัจจุบันคนสุขภาพแย่ เพราะรูปแบบการใช้ชีวิตและการ “กิน” แบบผิดๆ

เนื่องจากอาหารและเครื่องดื่มปัจจุบันนั้น ถูกพัฒนาให้มีความยั่วยวนผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งรูปแบบบุฟเฟต์ ฟาสต์ฟู้ด หวานมันเค็มครบ ใครที่ไม่เท่าทัน ไม่ห่วงตัวเอง หรือตามใจปากก็เสร็จเข้าสักวัน หลายๆครั้งที่ผมเห็นคนกินฟาสต์ฟู้ดกันมื้อละเป็นถาดๆแทนอาหารหลัก เห็นแล้วน่ากลัวมาก

กินเยอะขึ้น ออกกำลังน้อยลง อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมันมีเพิ่มมากขึ้นเสียด้วย คนเลยไม่ค่อยจะได้ขยับ ถ้าช่วยกันมีวินัยและรักษาสุขภาพจะได้ผ่อนหนักเป็นเบาให้หน่วยงานรัฐบาลที่มีภาระอยู่แล้วในการหางบประมาณมาอุดหนุนให้กับสาธารณสุข

นอกจากนี้เราอาจจะช่วยกันได้ด้วยการบริจาค หรือรัฐเองจะเพิ่มมาตรการเรื่องการนำยอดเงินตรงนี้ไปเพิ่มสัดส่วนการลดหย่อนภาษีอีกทั้งในรูปแบบบุคคลและบริษัทก็ว่ากันไป เพื่อให้คนรวยหันมาบริจาคให้โรงพยาบาลดีกว่าเอาไปถมให้พระกับวัดเสียมาก

จะให้ “พี่ตูน” เป็นซูเปอร์ฮีโร่ลุกขึ้นมาวิ่งอยู่คนเดียว คนอื่นๆในสังคมไม่มาร่วมด้วยช่วยกันเสียที อย่างนี้ “พี่ตูน” ต้องวิ่งอีกกี่รอบกันเล่า?