
ที่มาของการวิ่งมาราธอน หรือ ตำนานของการวิ่งระยะไกลบนถนนจริงนั้นเป็นเรื่องที่ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ บนระยะทาง 42.159 กิโลเมตรที่ถูกกำหนดขึ้นนั้นไม่ได้ถูกกำหนดขึ้นตามรูปแบบของวิทยาศาสตร์การกีฬา หากแต่เป็นระยะทางที่ถูกกำหนดขึ้น บนระยะทางจากเมืองมาราธอน ในประเทศกรีซ มายังกรุงเอเธนส์ เป็นระยะทางที่ทหารผู้นำสารที่มีชื่อว่า “ฟิดิปปิดิส” ใช้ทุกลมหายใจของตนเองในการนำสารที่เป็นข่าวดีมาบอกแก่ชาวเมือง
การวิ่งแบบไม่หยุดพักบนระยะทาง 42.159 กิโลเมตรของ “ฟิดิปปิดิส” เป็นการวิ่งที่ทำให้ชาวเอเธนส์ได้เฉลิมฉลองต่อชัยชนะที่กองทัพกรีกนั้นมีชัยเหนือกองทัพเปอร์เซีย ประโยคสุดท้ายก่อนที่ “ฟิดิปปิดิส” จะหมดลมหายใจคือการตะโกนว่า “พวกท่านจงเฉลิมฉลอง กรีกมีชัยชนะอีกครั้ง” เป็นความตายที่เขาได้ทำหน้าสุดท้ายของคนส่งสาร และเรื่องราวของ ฟิดิปปิดิส ก็เป็นที่มาของการวิ่งมาราธอนที่ถูกบรรจุไว้ในการแข่งขันโอลิมปิกเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1896
เอาเรื่องตำนานการวิ่งมาราธอน มาคุยกับคุณผู้อ่านก็เพราะ เห็นโครงการก้าวคนละก้าวของ “ตูน” อาทิวราห์ คงมาลัย ที่เริ่มออกวิ่ง เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็ให้นึกถึง “ฟิดิปปิดิส” เพราะตูน ต้องวิ่งบนเส้นทางกว่า 2,000 กิโลเมตร จากอำเภอเบตง จังหวัดยะลาสิ้นสุดที่ อำเภอ แม่สาย จังหวัดเชียงรายในวันที่ 25 ธันวาคม 2560 รวมระยะเวลา 55 วัน โดยมีเป้าหมายเพื่อระดมเงินบริจาคจำนวน 700,000,000 บาทเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลศูนย์จำนวน 11 แห่งตั้งแต่ภาคใต้ไปยังภาคเหนือ
สิ่งที่นักร้องคนหนึ่งทำเพื่อให้คนทั้งประเทศหันมาสนใจกับระบบสาธารณสุขในประเทศ มันเหมือนเสียงตะโกนของคนตัวเล็กๆ ที่ก้องอยู่ในหัวใจของคนทุกคนที่ได้รับทราบข่าวสาร และเป็นยิ่งกว่า เสียงร้องของ “ฟิดิปปิดิส” ที่บอกถึงชัยชนะ เพราะสิ่งที่ ตูน ทำคือการเสียสละ เพื่อให้ส่วนรวม ในสังคมที่ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ ต่างชอบที่จะให้โลกหมุนรอบตัวเอง
ถ้ายังคิดไม่ออกว่า “ตูน” เสียสละอย่างไรบ้างลองนึกกันง่ายๆกับชีวิตคนปกติทั่วไป ที่ไม่ชอบนอนตื่นเช้า แค่เดินไปหน้าปากซอยก็บ่นกันเป็นวัน อากาศร้อนก็หงุดหงิด ฝนตกก็บอกเฉอะแฉะ แล้วลองนึกถึงการวิ่งของ “ตูน” ที่ตื่นมาตลอด 55 วันต้องเริ่มต้นด้วยการวิ่งระยะทางอย่างน้อย 42.159 กิโลเมตร ถ้ายังคิดไม่ออกว่า 42.159 กิโลเมตรว่าไกลขนาดไหน ลองนึกถึงระยะทางจาก ถนนพัฒนาการ ไปวัดหลวงพ่อโสธร จังหวัดฉะเชิงเทรา เส้นทางจะประมาณนั้น
นอกเหนือจากการที่ต้องตื่นขึ้นเพื่อวิ่งแล้ว ระหว่างทาง “ตูน” ยังต้องเชิดหน้าอย่างกล้าหาญเพื่อแบกรับความกดดันทั้งจากสภาพถนน สภาพอากาศ ไม่รวมถึงบางพื้นที่ที่ถนนอาจไม่อำนวยให้วิ่งได้สะดวกนัก และ ท้ายที่สุดคือการต่อสู้กับร่างกายตัวเอง แน่นอนว่าทีมงานของ “ตูน” นั้นต้องเพียบพร้อมไปด้วยแพทย์ นักกายภาพ หรือเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัย แต่นั่นก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะวิ่งได้สะดวก 100 เปอร์เซ็นต์
เรื่องของการเสียสละนั้นเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยความกล้าหาญส่วนตัวเป็นอย่างยิ่ง เพราะนั่นหมายถึงคนคนนั้นต้องยอมทิ้งความสุขสบายส่วนตัว ยอมอยู่ท่ามกลางสปอตไลท์ให้คนในสังคมได้วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสนุกปาก ยอมแม้กระทั่งแบกรับความกดดันว่าจะทำได้อย่างที่วางเป้าหมายไว้ได้หรือไม่ และทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ ผู้ชายที่มีชื่อว่า อาทิวราห์ คงมาลัย พิสูจน์ให้หลายคนเห็น
ในพระคัมภีร์ไบเบิลนั้นมีวลี “จงอย่าได้กลัว” เขียนไว้ถึง 365 ครั้ง ซึ่งเปรียบเสมือนคำเตือนจากพระเจ้าที่บอกกับเราทุกคนว่าจงใช้ชีวิตโดยปราศจากความกลัว และวันนี้ “ตูน” ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาได้สยบความกลัวภายในตัวเอง กลายเป็นมาเป็นความกล้าที่จะลุกขึ้นมาเสียสละเพื่อสังคม
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ






























