เมื่อเอ่ยถึง soft power ของประเทศไทย หนึ่งในนั้นมักจะมี “สินค้าแบรนด์ไทย” รวมอยู่ด้วยเสมอ ซึ่งสินค้าหลายอย่างของไทยเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และสำหรับคนไทยเองก็ถือเป็นสินค้าคุณภาพดีที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน นั่นทำให้นึกสงสัยว่าแบรนด์เจ้าของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นี้ แต่ละแบรนด์เริ่มต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร และถ้านำมาจัดอันดับ แบรนด์ไหนจะเป็นแบรนด์เก่าแก่ที่อยู่คู่กับสังคมไทยมานานแล้วบ้าง Tonkit360 จึงลองรวบรวมแบรนด์ไทยที่คนไทยอาจจะคุ้นหูกับชื่อแบรนด์กันดี รวมถึงน่าจะคุ้นตากับผลิตภัณฑ์จากการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน มาดูกันว่ามีแบรนด์อะไรบ้าง
อันดับ 10 แม่ประนอม (บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด)

ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2502 (ค.ศ. 1959) อายุประมาณ 67 ปี โดยคุณศิริชัย และคุณประนอม แดงสุภา โดยในระยะแรกบริษัทฯ เริ่มจากผลิตสินค้าเพียงชนิดเดียว คือ น้ำพริกเผาไทยบรรจุขวดแก้ว ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ตราแม่ประนอม” ต่อมาได้พัฒนาธุรกิจเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำพริก น้ำจิ้ม น้ำพริกแกง เครื่องปรุงรสสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์พร้อมปรุง และผลิตภัณฑ์อีกหลากหลายชนิด ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ตราแม่ประนอม” และ “ตราครัวสยาม” ทุกวันนี้ แม่ประนอมเป็นสินค้าที่เข้าถึงคนทุกบ้านได้ง่ายขึ้น โดยยังคงคุณภาพและความจริงใจในรสชาติ “เหมือนแม่ทำให้กิน”
อันดับ 9 ห่านคู่ (บริษัท โรงงานไทยแลนด์นิตติ้ง จำกัด)
ก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ. 2496 (ค.ศ. 1953) อายุประมาณ 73 ปี โดยคุณเจือ ธนสารสมบัติ หรือเจือ แซ่ฉั่ว เริ่มต้นจากการค้าสินค้านำเข้าก่อนร่วมกับเพื่อนตั้งโรงงานผลิตเสื้อยืดและเสื้อกล้ามในประเทศไทย ในตรอกโกดังเล็ก ๆ แถว ทรงวาด กรุงเทพฯ ด้วยความตั้งใจที่อยากสร้างเสื้อผ้าที่เหมาะกับอากาศเมืองร้อน ใส่แล้วสบายตัว สินค้ายุคแรก เป็นเสื้อยืดและเสื้อกล้าม โดยเน้นเสื้อสีขาวซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ทุกขั้นตอนการผลิตถูกใส่ใจด้วยมือ ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบจากฝ้ายคุณภาพสูง การทออย่างพิถีพิถัน จนถึงการตัดเย็บด้วยช่างฝีมือ การตรวจคุณภาพ และการส่งมอบ
อันดับ 8 นันยาง (บริษัท นันยางอุตสาหกรรม จํากัด)
ก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ. 2496 (ค.ศ. 1953) อายุประมาณ 73 ปี โดยคุณวิชัย และคุณบุญสม ซอโสตถิกุล ตำนานรองเท้าผ้าใบนันยาง และรองเท้าแตะช้างดาว คือหนึ่งในตำนานรองเท้าของไทยที่อยู่เคียงคู่ผู้คนมายาวนาน ภาพจำของรองเท้านันยางคือแบรนด์รองเท้านักเรียนชาย แต่ความจริงแล้วจุดเริ่มต้นของแบรนด์ คือรองเท้าแตะตราช้างดาว รองเท้าสำหรับคนที่ต้องเดินเยอะหรือสมบุกสมบัน เช่น คนทำงานในไร่ในสวนหรือต้องเดินในที่ขรุขระ ก่อนที่จะทำรองเท้าผ้าใบในตำนาน ปัจจุบัน นันยางช้างดาวอยู่เคียงคู่ผู้คนมายาวนาน กว่า 300 ล้านคู่ ได้ถูกผลิตออกมาและผ่านร้อนผ่านหนาวไปพร้อมกับทั้งคนไทยและผู้ใช้ทั่วโลก
อันดับ 7 เด็กสมบูรณ์ (บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จํากัด)
เริ่มต้นขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2490 (ค.ศ. 1947) อายุประมาณ 79 ปี โดยคุณถ่ง แซ่ตั้ง ที่เริ่มทำซีอิ๊วจากสูตรของครอบครัวในบ้านไม้หลังเล็กในซอยวัดไผ่เงิน ใช้พื้นที่ชั้นล่างของบ้านเป็นฐานการผลิตเล็ก ๆ สมาชิกครอบครัวช่วยกันหมักถั่วเหลือง บ่มในโอ่งมังกร และบรรจุขวดขายด้วยมือ ทุกขั้นตอนเต็มไปด้วยความพิถีพิถันและความตั้งใจ จากนั้นก็นำไปขายตามร้านค้า ต่อมาสินค้าเริ่มเป็นที่รู้จักในชุมชน จึงได้มีการจดทะเบียนการค้าและใช้ชื่อแบรนด์ “ตราเด็กสมบูรณ์” ขึ้นมาในปีพ.ศ. 2493 กระทั่ง นายถ่งเสียชีวิตลง จึงได้ส่งไม้ต่อให้กับลูกชาย ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ “วิเชียร ตั้งสมบัติวิสิทธิ์”
อันดับ 6 ชาตรามือ (บริษัท ชาไทย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด)

เริ่มต้นขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945) อายุประมาณ 81 ปี จากธุรกิจครอบครัวที่เริ่มจากร้านชาลิมเมงกี ที่เฉลิมบุรี ในเยาวราชเมื่อ พ.ศ. 2468 ก่อนตั้งแบรนด์ชาตรามือใน พ.ศ. 2488 เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเขตร้อน ชาจีนร้อนจึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมในหมู่คนไทย จึงมีการนำเข้าชาแดงมาทำเป็นชาไทยและชาดำ ซึ่งจะเสิร์ฟชาทั้งสองประเภทพร้อมน้ำแข็งเพื่อตอบสนองความต้องการของคนไทย ผู้บุกเบิกกิจการชาในช่วงขยายธุรกิจคือ นายทิง ซึ่งเป็นผู้จัดการร้านในเวลานั้น เปิดโรงงานชาขึ้น ณ ดอยวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย โดยใช้ชื่อโรงงานว่า โรงงานชาหอม หลังจากที่คนไทยเริ่มทำชาเอง
อันดับ 5 ตราถ้วยทอง (บริษัท ถ้วยทองโอสถ จำกัด)

ถูกคิดค้นขึ้นครั้งแรกใรนปีพ.ศ. 2487 (ค.ศ. 1944) หรือก็คือเมื่อประมาณ 82 ปีที่แล้ว ภายในร้านขายของชำลี้เปงเฮง ย่านตลาดพลู กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นยาที่มีสรรพคุณในการบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ แมลงกัดต่อย อาการวิงเวียนศีรษะ และคัดจมูกเนื่องจากหวัด เมื่อผลิตออกมาขายก็มีการปรับปรุงสูตรให้เหมาะสม จนกระทั่งได้สูตรที่มั่นใจ จากนั้นในปี พ.ศ. 2493 ได้จดทะเบียน “บริษัท ถ้วยทองโอสถ จำกัด” ปัจจุบัน ดำเนินการผลิตยาคุณภาพด้วยราคาที่เหมาะสม ตรงตามความต้องการของลูกค้า ด้วยความน่าเชื่อถือที่ผู้บริโภคสามารถไว้วางใจด้วยดีอย่างสม่ำเสมอ
อันดับ 4 ตราตะขาบ 5 ตัว (บริษัท ห้าตะขาบ เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด)

เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2478 (ค.ศ. 1935) อายุประมาณ 91 ปี โดยคุณจุ้ยไซ แซ่ซิ้ม ผู้มีความรู้ด้านการปรุงยาสมุนไพรจากประสบการณ์ในร้านหมอจีน เริ่มทดลองปรุงยาเพื่อใช้ในครอบครัวและคนใกล้ชิดในระแวกนั้นเพื่อใช้รักษาในแบบฉบับของตัวเอง เมื่อเริ่มมีคนชอบ จึงนำไปฝากขายตามร้านขายยาในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะยาอมแก้ไอซิมเทียนฮ้อ ต่อมาพัฒนาเป็นยาอมแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว โดยชื่อและสัญลักษณ์ตะขาบกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ผู้บริโภคจดจำได้ ปัจจุบันมีสินค้าอยู่ 3 ประเภท คือ ยาอมแก้ไอ 4 รสชาติ
คือ รสสมุนไพร, รสบ๊วย, รสมิ้นท์ และรสตะไคร้ สเปรย์แก้ไอ และยาดม ตราตะขาบ 5 ตัว
อันดับ 3 สิงห์ (บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด)
เริ่มต้นขึ้นพ.ศ. 2476 (ค.ศ. 1933) อายุประมาณ 93 ปี โดยพระยาภิรมย์ภักดี หรือบุญรอด เศรษฐบุตร เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด หลังได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงเบียร์ในประเทศไทย จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมการผลิตเบียร์สัญชาติไทยรายแรกของประเทศ ในยุคแรก บริษัทเริ่มผลิตเบียร์หลายตรา ก่อนที่เบียร์สิงห์จะได้รับความนิยมจนกลายเป็นแบรนด์หลักของบริษัท โดยเริ่มจำหน่ายเบียร์ใน พ.ศ. 2477 ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ของบริษัท มีทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำดื่ม โซดา เครื่องดื่ม และขยายธุรกิจสู่อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ อาหาร และอสังหาริมทรัพย์
อันดับ 2 วิเศษนิยม (บริษัท วิเศษ แอนด์ ไอ จำกัด)

เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2464 (ค.ศ. 1921) อายุประมาณ 105 ปี โดยนางแจ่มวิชาสอน (ผิน นิยมเหตุ) ครูโรงเรียนวัดนวลนรดิศ ได้รับถ่ายทอดตำรายาสีฟันโบราณจากจมื่นสิทธิแสนยารักษ์ แพทย์แผนโบราณประจำโรงเรียนบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เมื่อครั้งหลวงแจ่มวิชาสอนป่วยโรคลักปิดลักเปิด มีเลือดออกตามไรฟันและเหงือกบวม เมื่อเห็นว่านางผินเป็นผู้ที่เอาใจใส่ห่วงใยในอาการป่วยของสามี จึงได้มอบตำรายาโบราณต่าง ๆ ให้ ก่อนเริ่มปรุงยาสีฟันแจกจ่ายให้ผู้ปกครองและนักเรียน แล้วจึงผลิตจำหน่ายเมื่อได้รับความนิยม ปัจจุบัน วิเศษนิยมมีแบรนด์น้องอย่างไอวิศน์ (IVISN) โดยทายาทรุ่นที่ 4
อันดับ 1 สมุนไพรตรากิเลน (บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน))

เริ่มต้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2434 (ค.ศ. 1891) อายุประมาณ 135 ปี จุดเริ่มต้นมาจากร้าน “เต๊กเฮงหยู” ขายของเบ็ดเตล็ดย่านสำเพ็ง ก่อตั้งโดย นายแป๊ะ โอสถานุเคราะห์ ที่ได้นำสูตรยาจีนโบราณที่มีชื่อว่า ยากฤษณากลั่น มีสรรพคุณบรรเทาโรคปวดท้องต่าง ๆ เป็นอย่างดีมาวางจำหน่าย ซึ่งนอกจากยากฤษณากลั่นตรากิเลนที่เป็นที่รู้จักแล้ว ยังมีการผลิตยาสามัญประจำบ้านอื่น ๆ อีกหลายชนิดที่ติดตลาด เช่น ยาธาตุ ๔ ตรากิเลน, อุทัยทิพย์ ตรากิเลน, โบตัน ตรากิเลน และทัมใจ ในปัจจุบัน โอสถสภาถือว่าเป็นผู้นำด้านสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย มีกลุ่มผลิตภัณฑ์ในเครือมากมายทั้งเครื่องดื่ม ของใช้ส่วนตัว และสินค้าเพื่อสุขภาพ
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่าง “แบรนด์ไทย” ที่อยู่คู่กับสังคมไทยมานานเกินกว่าครึ่งศตวรรษ และบางแบรนด์มีอายุทะลุ 100 ปีไปแล้ว อย่างไรก็ตาม แบรนด์ที่ยกตัวอย่างมานี้ เลือกมาจากหลาย ๆ แบรนด์ที่เป็นที่รู้จักในตลาด และมีสินค้าวางจำหน่ายทั่วไป ซึ่งสินค้าอุปโภคบริโภคบางอย่างในบ้าน หลายคนอาจไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าเป็นสินค้าจากบริษัทไหน เพราะฉะนั้น หลังจากนี้ ลองสังเกตดูด้านหลังผลิตภัณฑ์ว่า สินค้าที่ใช้อยู่ เป็นของบริษัทอะไร แล้วการเลือกซื้อของใช้เข้าบ้านจะสนุกขึ้นอีกเยอะ





























