ในโลกของฟุตบอล แมนฯ ซิตี้ ในยุค เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หรือลิเวอร์พูล ในยุค เจอร์เก้น คล็อปป์ กลายเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม จนหลายคนอาจจะคิดไปว่า ความลงตัวที่เห็นมาจากความสามารถของนักเตะเป็นสำคัญ แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากไม่มีกุนซือคุมทีม คุณคิดว่าผลงานของทีมจะยังยอดเยี่ยมต่อไปได้หรือไม่
มอเตอร์สปอร์ตก็เช่นกันครับ รถแข่งที่แรง นักแข่งที่เก่ง ยากที่จะประสบความสำเร็จ หากปราศจากการวางแผน และการทำงานร่วมกันเป็นทีมเวิร์ก ซึ่งผลงานที่ออกมามันคือสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่า “กลยุทธ์” ในมอเตอร์สปอร์ตนั้นสำคัญเพียงใด ผมกำลังจะพูดถึงผลงานของ “ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม” ในศึกเอเชีย โรด เรซซิ่ง 2026 สนามแรก
จริงอยู่ครับหากคุณมีรถแรง มีสมรรถนะเหนือคู่แข่ง ย่อมเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการนำไปสู่ชัยชนะ แต่ในกีฬาแข่งรถมันไม่ใช่แค่นั้น ก่อนการแข่งขันที่ ARRC 2026 ที่เซปัง ประเทศ มาเลเซีย ผมเองได้มีโอกาสสัมภาษณ์ “พี่ป็อป” วีรพงษ์ ธนากิจจานนท์ ในฐานะทีมบอสของทีมบิดโรงงานยามาฮ่าจากประเทศไทย
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายกีฬายานยนต์ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด บอกกับผม คือการที่สามารถยกระดับ Mindset ของทีมงานคนไทยที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ร่วมกันมาจากการแข่งขันเวิลด์ซูเปอร์ไบค์ชิงแชมป์โลก รุ่นเวิลด์ซูเปอร์สปอร์ต คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ทีมกลับมาเป็นทีมแถวหน้าของเอเชียอีกครั้ง
โดยเบื้องหลังที่ทำให้ทีมคว้าดับเบิลรองแชมป์เอเชียในปี 2025 และเปิดหัวปี 2026 ได้อย่างยอดเยี่ยมจาก 2 วินเนอร์ ในรุ่น AP250 และ 1 โพเดียมอันดับ 2 ในรุ่น SS600 คือการทำงานร่วมกันโดยใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ (data จากตัวรถ) บวกกับการวิเคราะห์ของทีมงาน และฟีดแบ็กจากนักแข่ง
ไฮไลต์ที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมในการออกสตาร์ตปี 2026 ที่เซปัง คือการแข่งขันเรซที่ 2 ของรุ่น AP250 สภาพอากาศหลังฝนตกทิ้งโจทย์สุดหินไว้บนพื้นแทร็กที่ “กึ่งเปียกกึ่งแห้ง” มันคือสถานการณ์ที่นักแข่งหวั่นใจที่สุด เพราะการเลือกยางผิดเพียงครั้งเดียวหมายถึงการจบเห่ทันที
“ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ นักบิดไทยในรถ Yamaha R3 เบอร์ 39 ต้องเผชิญสถานการณ์ที่ทีมงานตัดสินใจใส่ยางสลิก (ยางแห้ง) ที่กริดสตาร์ต แววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลและประโยคสั้น ๆ ที่หลุดออกมาว่า “กลัวลื่น” คือเสียงในหัวของไอเดียที่พูดกับทีมงานแบบไม่อ้อมค้อม
อย่างไรก็ดี ด้วยกลยุทธ์ของทีมยามาฮ่านั้นชัดเจนว่าพวกเขา “เชื่อ” ในสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้ คือเชื่อในข้อมูล เชื่อในยางสลิก และที่สำคัญที่สุดคือ เชื่อในตัวนักแข่ง! คำตอบเรียบง่ายไปยังไอเดียที่ว่า “ไม่ลื่น ไอเดียทำได้ ลุยไปเลย” มันคือพลังที่ส่งผ่านจากทีมงานก่อนที่รถจะออกสตาร์ตไม่กี่อึดใจ
ผลลัพธ์ที่ได้คือภาพการทะยานจากกริดที่ 10 ขึ้นมานำตั้งแต่โค้งแรก และฉีกหนีคู่แข่งออกไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นชัยชนะแบบ “ม้วนเดียวจบ” ด้วยระยะห่างถึง 5 วินาที ชัยชนะ “2 เรซรวด” ทำให้เขาขึ้นเป็นผู้นำคะแนนสะสมในรุ่น AP250 ก่อนเข้าสู่สนามโฮมเรซที่บุรีรัมย์
ขณะที่ “ตี” อนุภาพ ซามูล ในรุ่น 600 ซีซี ที่ในเรซสอง แม้จะพลาดล้มแต่ยังลุกขึ้นมาสู้จนเก็บแต้มสำคัญรั้งท็อปโฟร์ได้นั้น คืออีกหนึ่งเหตุผลว่า ทีมเวิร์ก บวกกับหัวใจนักสู้ของนักแข่ง คือแรงขับเคลื่อนให้รถคันนั้นผ่านสู่เส้นชัย
สนามต่อไปที่บุรีรัมย์บ้านเรา โจทย์ใหม่ ๆ จะดาหน้าเข้ามาท้าทายอีกครั้ง ในฐานะแฟนมอเตอร์สปอร์ตไทย คงต้องส่งแรงใจเชียร์ทีมบิดไทย และนักบิดไทยทุกคน จากทุก ๆ ค่าย ที่จะลงแข่งเพื่อนำธงไตรรงค์ขึ้นไปโบกสะบัดบนโพเดียมสูงสุดอีกครั้ง






























