ทีม “เรือใบสีฟ้า” ปฏิบัติการกระชากถ้วยแรกของฤดูกาล “คาราบาวคัพ” มาครองได้แบบง่ายดายเกินคาด กับการโชว์ฟอร์มบุกกระหน่ำแบบพับสนามใส่ “ไอ้ปืนโต” ในครึ่งหลังจนชนะไปสบาย ๆ 2-0
ประเด็นที่น่าสนใจในเกมนี้มีอะไรบ้างไปติดตามกันครับ
1. เป๊ป จะดีใจอะไรขนาดนั้น?
ใครที่ได้เห็นอาการกระหน่ำดีใจแบบสุดเหวี่ยงของยอดผู้จัดการทีมชาวสเปน กับทั้งสองประตูที่ทำได้และหลังได้รับชัยชนะแล้วคงอดคิดไม่ได้ว่า
เพ่จะดีใจอะไรขนาดนั้นครับ?
ที่จริงแล้วภาษากายที่ เป๊ป แสดงออกมา มันบ่งบอกชัดเจนถึงความกดดันที่เขาแบกรับอยู่ แม้ใครจะบอกว่านี่เป็นเพียงชัยชนะในถ้วย “มิกกี้ เมาส์ คัพ” เท่านั้น
การที่แมนฯ ซิตี้วืดถ้วยรางวัลไปหมดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว จนหลายคนอดวิจารณ์ไม่ได้ว่า เป๊ป ท่าจะเอาต์หรือหมดน้ำยาแล้วแหง ๆ
นี่คือการกลับมาพิสูจน์ตัวเองได้อีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคู่ปรับสำคัญอย่างอาร์เซนอล ซึ่งมีอดีตผู้ช่วยของเขา มิเกล อาร์เตต้า เป็นคนคุมทัพ
ลงถ้าปล่อยให้อดีตลูกน้องเก่ามาลูบคมแล้ว สง่าราศีของเขาคงจะต้องมัวหมองลงไป ราชสีห์เช่น เป๊ป กวาดิโอล่า มิอาจยอมได้
2. “ต้า” วางแผนผิด
นัดชิงถ้วยแรกอันสุดสำคัญของฤดูกาล มิเกล อาร์เตต้า เฮดโค้ชของอาร์เซนอล กลับจัดตัวแบบกั๊ก ๆ แอบเก็บตัวจริงไว้บางส่วน ทั้ง ๆ ที่หลังจากนี้จะเป็นฟีฟ่าเดย์แท้ ๆ
โดย พี่ต้า เลือกที่จะส่งนายทวารมือสองอย่างเกป้า ลงเฝ้าเสา แล้วผิดพลาดง่าย ๆ จนเสียประตูแรก เลือกที่จะพัก ยูเรียน ทิมเบอร์ แบ็กขวาตัวจริง และเก็บ โนนี่ อาดูเอเก้ ที่กำลังฟอร์มสดเอาไว้ข้างสนาม
แถมในครึ่งหลังเจอลูกพี่เก่าอย่างเป๊ป โชว์การแก้เกมแบบกระดูกคนละเบอร์ เกมมันก็เลยออกมาห่างอย่างที่เห็นล่ะครับ
3. ชิงคว้าถ้วยก่อน
สถานการณ์ของ “เรือใบสีฟ้า” นั้นเพิ่งจะร่วงตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ขณะเดียวกันในพรีเมียร์ลีกก็ตามหลัง “ปืนใหญ่” ถึง 9 คะแนน (แข่งน้อยกว่าหนึ่งนัด) ส่วนเอฟ.เอ.คัพ นั้นเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายก็จริง แต่ต้องเจอกระดูกขัดมันอย่าง ลิเวอร์พูล ดังนั้น ไม่มีอะไรดีไปกว่าการชิงลงมือก่อน คว้าถ้วยแรกไปครองให้มันรู้แล้วรู้รอด สร้างความหวังการคว้าทั้ง 3 ถ้วยในอังกฤษเอาไว้
อีกทางหนึ่งย่อมเป็นการโยนความกดดันให้กับคู่แข่งแย่งแชมป์ลีกอย่างอาร์เซนอลไปด้วย ว่าพวกพี่ไม่ยอมง่าย ๆ นะไอ้น้อง ด้วยประสบการณ์ ด้วยขุมกำลังที่หนาแน่นกว่า แถมภาระในบอลถ้วยยุโรปหมดไปแล้ว จากนี้คือการเน้นในพรีเมียร์ลีกเต็ม ๆ ขณะที่ทีมจากกรุงลอนดอนยังต้องห่วงเส้นทางในถ้วยหูใหญ่อยู่
ที่สำคัญทั้งสองทีมมีคิวฟัดกันเองอีกครั้งในศึกพรีเมียร์ลีกวันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน ซึ่งแมนฯ ซิตี้ จะมีโอกาสบีบช่องว่างให้แคบเข้ามาอีก
ฤดูกาลนี้เหมือนเพิ่งจะเริ่มต้นครับ!