Home Inspiration รถเราไม่เก่าเลย EV ในวันที่ราคาน้ำมันผันผวน

EV ในวันที่ราคาน้ำมันผันผวน

ภาพจาก mercedes-benz

ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน ใครยังจำจุดพีคแห่ง “สงครามราคา” ของรถไฟฟ้าจีนกันได้บ้างครับ กับการที่ค่ายรถประกาศหั่นราคาลงมาดื้อ ๆ ระดับ 1-3 แสนบาท จนทำเอาตลาดปั่นป่วนไปช่วงหนึ่ง รวมถึงสร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้าเดิมที่ซื้อไปแล้ว แต่รถรุ่นนั้นกลับราคาถูกลงเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไปได้ไม่นาน

มาถึงวันนี้วันที่สถานการณ์ “ราคาน้ำมัน” ผันผวนหนักจากเหตุการณ์สงครามอิหร่าน ภาพของผู้ใช้รถยนต์ที่ขับรถต่อคิวยาวเหยียดเพื่อเติมน้ำมันจนน้ำมันหมดปั๊ม สร้างความไม่เชื่อมั่นให้กับผู้ใช้รถยนต์อีกต่อไป เพราะไม่มีความชัดเจนจากรัฐบาลว่าน้ำมันพอจริงหรือไม่ แล้วถ้าพอ ราคาจะพุ่งสูงขึ้นไประดับไหนกันแน่

นั่นทำให้รถไฟฟ้า หรือ EV ที่เมื่อปี 2025 กระแสดูเบาลงไปเล็กน้อย กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงที่งานมอเตอร์โชว์ 2026 (ครั้งที่ 47) ที่กำลังจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 มี.ค. – 5 เม.ย. นี้ เสียด้วย เชื่อว่างานครั้งนี้จะเป็นการปลุกกระแส EV ใหม่ป้ายแดงกลับมาอีกครั้ง

ภาพของการหั่นราคาแบบบ้าระห่ำเหมือนเมื่อ 2 ปีก่อนคงไม่น่าจะเกิดขึ้น เพียงแต่ว่าจะมีผู้เล่นที่เข้ามาร่วมวงกันมากขึ้น แน่นอนว่าผู้เล่นจากจีนคือตัวหลักอยู่แล้วในตลาดบ้านเรา แต่ที่น่าสนใจคือ ผู้เล่นจากสหรัฐฯ ผู้เล่นจากยุโรป ขอเข้ามาร่วมวงด้วยแบบเต็มตัว จนอาจจะทำให้ผู้เล่นจากญี่ปุ่นมีหนาว ๆ ร้อน ๆ

จริงอยู่ครับที่ค่ายรถญี่ปุ่นหลายค่ายมีรถ EV เปิดตัวทำตลาดในบ้านเราแล้ว แต่ราคาที่เกิน 1 ล้านบาทไปจนถึงระดับ 1 ล้านกลาง ๆ อาจทำให้พวกเขาตกที่นั่งลำบาก เพราะนอกจากจะเป็นราคาที่แพงกว่ารถจีนทั้งหมดแล้ว ยังเป็นราคาเดียวกับเทสล่า รวมไปถึง EV ค่ายยุโรปก็เปิดราคาออกมาอย่างเร้าใจ

ตอนนี้เทสล่า จากที่เป็นรถไฟฟ้าราคาแพงจากสหรัฐฯ ต้องซื้อผ่านเกรย์มาร์เก็ต วันนี้เทสล่าเข้ามาทำตลาดเองในเมืองไทย แล้วก็ลดราคารุ่นเริ่มต้นลงมาเรื่อย ๆ ล่าสุดปีนี้ เคาะราคา Model 3 Standard RWD ที่วิ่งได้ราว 500 กม. เริ่มต้น 1.149 ล้านบาท ซึ่งก็เชื่อว่าจะได้ลูกค้าจากคนที่ลังเลรถจีนอยู่ไม่น้อย

เช่นเดียวกับ 2 ค่ายจากเยอรมนี อย่างบีเอ็มดับเบิลยูและเมอร์เซเดส โดยค่ายใบพัดสีฟ้า มี BMW iX1 ซึ่งใช้แพลตฟอร์มจากรถเครื่องยนต์สันดาป X1 มาทำเป็นรถไฟฟ้า เปิดราคาไปเมื่อปีที่แล้ว ที่ราคา 2.499 ล้านบาท (รวม BSI Standard Package) ซึ่งถูกกว่า X1 เวอร์ชันเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 เทอร์โบเสียอีก

ขณะที่เมอร์เซเดส ในงานมอเตอร์โชว์รอบนี้คาดว่าจะเคาะราคา CLA 250+ EV ที่สามารถวิ่งระยะทางสูงสุดแตะ 800 กม. ในระดับ 2 ล้านต้น ๆ นั่นหมายความว่า “Gap ราคา” ระหว่างรถไฟฟ้าจีนกับยุโรป ลูกลดช่องห่างลงมาเรื่อย ๆ แล้ว หลังไม่กี่ปีก่อนหน้า รถไฟฟ้ายุโรปราคาสูงชนิดที่เอื้อมถึงลำบาก

ส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ปี 2569 ที่กำหนดภาษี EV ไว้ที่ 2% ส่วนรถสันดาป 25% ทำให้เราได้เห็นรถไฟฟ้าค่ายยุโรปทำราคาออกมาได้เร้าใจอย่างที่เห็น น่าสนใจว่าในสถานการณ์ราคาน้ำมันแบบนี้ งานมอเตอร์โชว์ 2026 EV ยุโรป รวมถึง EV อเมริกัน จะชิงส่วนแบ่งมาจากค่ายรถจีนได้มากน้อยแค่ไหนครับ