Home Inspiration รถเราไม่เก่าเลย มอเตอร์สปอร์ตยุค “ทุนอเมริกัน” กลางไฟสงคราม

มอเตอร์สปอร์ตยุค “ทุนอเมริกัน” กลางไฟสงคราม

วงการมอเตอร์สปอร์ตโลกเบอร์ 1 ของโลก ปี 2026 เป็นปีที่ “ทุนอเมริกัน” ควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จ Liberty Media ยักษ์ใหญ่ด้านสื่อจากสหรัฐฯ เป็นเจ้าของฟอร์มูล่าวันไปก่อนหน้านี้ และล่าสุดฮุบ “ดอร์น่า สปอร์ต” ของโมโตจีพีแบบเต็มตัว น่าสนใจว่าทิศทางปี 2026 จะเดินหน้าอย่างไรในช่วงไฟสงคราม “สหรัฐฯ-อิหร่าน” ลุกโชนอยู่ตอนนี้

หากไล่ดูทีมแข่งในเอฟวัน จากอดีตที่เป็นทีมแข่งยุโรปเป็นหลัก ปัจจุบันมีทีมอเมริกันอยู่ถึง 2 ทีม ทั้ง TGR Haas F1 Team และน้องใหม่ Cadillac F1 Team ขณะที่ในโมโตจีพี รุ่นพรีเมียร์คลาส ก็มีทีมแข่งสัญชาติอเมริกันอย่าง Trackhouse MotoGP และเป็นปีที่คาดว่าจะทำตลาดให้สหรัฐฯ ได้ดีมากยิ่งขึ้น

ทว่าในวันที่โมโตจีพีเปิดฉากไปแล้วและเอฟวันกำลังจะออกสตาร์ต ปี 2026 ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน กลับปะทุขึ้นจนกลายเป็นสงครามที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยวงการมอเตอร์สปอร์ตโลก โจทย์ใหญ่ที่ Liberty Media ต้องเผชิญ คือการแข่งขันจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร

ต้องยอมรับครับว่าภูมิภาคตะวันออกกลาง คือแหล่งรายได้มหาศาล สนามอย่าง บาห์เรน จีพี หรือกาตาร์ จีพี รวมไปถึงอาบูดาบี จึงถูกจับตามองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหากมองลึกลงไป ก็อาจถูกมองเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มทุนอเมริกันในพื้นที่แห่งความขัดแย้ง อย่างล่าสุด ศึกรถยนต์มาราธอน WEC ก็ประกาศยกเลิกที่กาตาร์ไปแล้ว

ขณะที่เอฟวันและโมโตจีพี กำลังจับตาดูสถานการณ์ในบาห์เรนและซาอุดีอาระเบียอย่างใกล้ชิด ตามรายงานระบุว่า Liberty Media กำลังเตรียมสนามเก่าแก่ในยุโรปอย่างอิโมลาหรือปอร์ติเมาเป็นแผนสำรอง เพื่อรักษาจำนวนสนามในปฏิทินให้ครบตามพันธสัญญาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด

นอกจากนี้ การปิดน่านฟ้าเหนืออิหร่านและพื้นที่ใกล้เคียง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางขนส่งสายหลักที่เชื่อมยุโรปและเอเชีย ล่าสุดทีมงานเอฟวันกว่า 1,000 คน ต้องเผชิญกับความโกลาหลในการเดินทางไปออสเตรเลีย ที่จะออกสตาร์ตเอฟวันสนามแรกในสุดสัปดาห์นี้

หรืออย่างทีมงานโมโตจีพีที่เพิ่งแข่งเสร็จที่เมืองไทย Liberty Media ลงทุนใช้การเช่าเหมาลำเครื่องบินขนส่งอุปกรณ์ลอตใหญ่ ผ่านฮับที่ปลอดภัยอย่างสิงคโปร์และกรุงเทพฯ เพื่อเลี่ยงจุดปะทะ ซึ่งเป็นการบริหารจัดการต้นทุนที่ลำพังทีมแข่งเดี่ยว ๆ อาจทำไม่ได้ในสภาวะสงครามเช่นนี้

ไม่เพียงเท่านั้นครับ Liberty Media ยังต้องรักษาสายสัมพันธ์กับสปอนเซอร์ยักษ์ใหญ่อย่าง Aramco (ซาอุฯ) รวมถึงในทีมแข่งส่วนใหญ่ก็ล้วนมีแบรนด์สินค้าอเมริกันเป็นสปอนเซอร์อยู่ทั้งสิ้น น่าสนใจว่าหากสถานการณ์บานปลาย ผู้จัดกลุ่มทุนอเมริกันจะตัดสินใจอย่างไร ในเมื่อรัฐบาลของพวกเขาจ้องจะบวกอย่างเดียว

ปฏิเสธไม่ได้ครับว่า “ผลประโยชน์มหาศาล” ในมอเตอร์สปอร์ตโลก คือสิ่งที่เจ้าของลิขสิทธิ์ต้องให้ความสำคัญ แต่เมื่อมีเรื่องของความปลอดภัยและความสูญเสียเกิดขึ้น หากฟีดแบ็กจากแฟน ๆ ทั่วโลก และนักแข่งที่เกี่ยวของไม่เอาด้วย พวกเขาจะยังมีกะจิตกะใจจัดแข่งต่อได้หรือไม่ คงต้องวัดใจ Liberty Media กันล่ะครับ