Home Inspiration รถเราไม่เก่าเลย เปิดหัว “โมโตจีพี 2026” ปีที่ไร้นักบิดไทย

เปิดหัว “โมโตจีพี 2026” ปีที่ไร้นักบิดไทย

หากเราชื่นชอบและติดตามเรื่องอะไรเป็นพิเศษ บนหน้าฟีด FB ก็จะมีแต่เรื่องราวที่เราติดตามเด้งขึ้นมาไม่หยุด หน้าฟีดของผมเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวของโมโตจีพี ซึ่งจะเปิดหัวซีซัน 2026 ที่บุรีรัมย์ในสุดสัปดาห์นี้ แต่เมื่อเอานิ้วกดออกมาจากโลกโซเชียล ผมรู้สึกว่า ThaiGP รอบนี้ดูเงียบเชียบพิกลครับ

จริงอยู่ครับ ไฮไลต์ของโมโตจีพีทุกยุคคือการขับเคี่ยวของเหล่านักบิดซูเปอร์สตาร์ระดับโลก แต่ในฐานะอดีตนักข่าวกีฬา บอกได้เลยครับว่าการที่ไม่มี “นักบิดไทย” ลงแข่ง มีผลทำให้ความฟีเวอร์ลดลงไม่น้อย เพราะในฤดูกาล 2026 นี้ จะเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี ที่ไม่มีนักบิดไทยลงแข่งแบบฟูลไทม์ ทั้งโมโตทรี โมโตทู และโมโตจีพี

ปี 2007 คือปีที่ “ฟิล์ม-รัฐภาคย์ วิไลโรจน์” สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักบิดไทยคนแรกที่ได้ลงแข่ง World GP แบบฟูลไทม์ในรุ่น 250 cc (ปัจจุบันรุ่นนี้ปรับกติกาเป็น Moto2) ภายใต้สังกัด Thai Honda PTT-SAG หลังจากก่อนหน้าที่เรามีนักบิดไทยเข้าร่วมการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกด้วยสิทธิ์ไวด์การ์ดเท่านั้น

นับจากปี 2007 มาจนถึงปี 2025 เรามีนักบิดไทยอยู่ใน entry list นักบิดฟูลไทม์ อย่างน้อย 1 รุ่นเสมอ โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมา มีนักบิดไทยคนแรกในโมโตจีพีอย่าง “ก้อง-สมเกียรติ จันทรา” ยิ่งทำให้กระแสฟีเวอร์ของ “โฮม ฮีโร่” คึกคักมากเป็นพิเศษ น่าเสียดายที่ “ก้อง” ได้รับโอกาสบนเวทีพรีเมียร์คลาสเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น

หากไม่นับซัปพอร์ตเรซของโมโตจีพีอย่าง Idemitsu Moto4 Asia Cup หรือ Idemitsu Asia Talent Cup เดิม ที่มี 4 ดาวรุ่งไทย นพรุธพงษ์ บุญประเวศ, พชรกร ทองเกิดหลวง, ธนัชชานนท์ ศรีเพชรสุวรรณ และ Teerin Fleming ร่วมแข่งขัน ไฮไลต์ของ ThaiGP ครั้งนี้ก็น่าจะอยู่ที่รุ่นโมโตจีพีและกิจกรรมจากฝ่ายจัดการแข่งขัน

จากผลการเทสต์รถช่วงพรีซีซัน แนวโน้มคงหนีไม่พ้นการชิงอันดับหัวแถวของทีมแข่งค่ายยุโรป อย่าง ดูคาติและเอพริเลีย รวมถึงศึกสายเลือดของ “พี่-น้องมาร์เกซ” โดยมี “มาร์โก เบซเซคคี” เป็นตัวสอดแทรก ส่วนค่ายญี่ปุ่นอย่างฮอนด้า ก็ต้องดูว่า “ดิโอโก โมเรรา” รุกกี้ที่มาขี่แทน “ก้อง-สมเกียรติ” จะทำได้ดีแค่ไหน

ขณะที่ค่ายญี่ปุ่นสีน้ำเงินอย่างยามาฮ่า ก็ต้องจับตาดูว่าการเดิมพันด้วยการใช้รถใหม่-เครื่องยนต์ใหม่ ภายใต้ M1V4 ทั้ง 4 คันจะพอเอาตัวรอดในสนามแรกได้หรือไม่ รวมไปถึงการประเดิมโมโตจีพีของ “โทปรัค ราซกัตลิโอกลู” นักบิดเติร์กจากพรีม่า พรามัค ยามาฮ่า ผู้เป็นเทพจาก WSBK ว่าจะทำได้ดีแค่ไหนเมื่อมาขี่รถโปรโตไทป์ลงแข่งเป็นครั้งแรก

ส่วนไฮไลต์จากกิจกรรมต่าง ๆ ที่โมโตจีพี ในยุคของ Liberty Media พยายามเพิ่มขึ้นมา ก็ถือว่าเอาใจเหล่าแฟนพันธุ์แท้และแฟนคลับพอสมควรครับ การขายบัตร PADDOCK PASS ในราคา 15,000 บาท ทำให้แฟน ๆ ได้ใกล้ชิดและถ่ายรูปนักแข่งที่เดินไปเดินมาหลังพิตได้ง่ายขึ้น เช่นเดียวกับกิจกรรม Hero Walk ก็สร้างสีสันได้ไม่น้อย

ปีนี้ หนึ่งในกิจกรรมที่ทางโมโตจีพีประกาศออกมาและน่าสนใจว่าจะออกมาแบบไหน คือ Tuk Tuk Challenge ที่ลงในโปรแกรมวันแข่งเมนเรซ 1 มี.ค. เวลา 11.00 น. ซึ่งเป็นสล็อตเวลาของ Rider Parade ที่ปกติในปีก่อน ๆ จะให้นักบิดขึ้นรถบัสเปิดประทุนแล้วขับไป 1 รอบสนาม ทำกิจกรรมทักทาย และพูดคุยกับแฟน ๆ จากบนรถบัส

เอาเป็นว่าแม้กระแสโมโตจีพีปีนี้จะเบาบางลงไป รวมถึงไม่มีนักบิดไทยลงแข่งใน 3 รุ่นหลัก แต่ในฐานะที่ไทยเราเป็นเจ้าภาพ ก็ขอให้ ThaiGP ผ่านพ้นไปด้วยดีครับ ใครมีบัตรก็เตรียมตัวรับอากาศร้อนและมีโอกาสเจอฝนตกในสุดสัปดาห์นี้ ส่วนใครที่เฝ้าหน้าจอ ก็ติดตามทาง SPOTV และ TrueVisions NOW เท่านั้นครับ เพราะฟรีทีวีไม่มีถ่ายจ้า