พลังของแฟนคลับในยุค Social Trend

ยุคนี้ผู้กุมสื่อไม่ใช่ผู้ที่จะได้เปรียบอีกต่อไป คุณต้องมีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นด้วย ถึงจะทำให้เกิดกระแสในวงกว้าง และทำให้แบรนด์หรือศิลปินในสังกัดสามารถต่อยอดไปสู่ความสำเร็จได้

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เชื่อว่าคุณผู้อ่านคงเห็นและสัมผัสได้ด้วยตนเอง ว่าพลังที่ขับเคลื่อนกระแสสังคมไม่ได้อยู่ที่สื่อกระแสหลักเหมือนดังเช่นในอดีตอีกต่อไป หากแต่ครึ่งหนึ่งของพลังดังกล่าวตกอยู่ในมือของ “แฟนคลับ” กลุ่มคนที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ติดตามศิลปิน แต่เป็นชุมชนที่มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมร่วมสมัยอย่างยิ่ง การจะเข้าใจสื่อยุคนี้ให้ทัน ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจ “แฟนคลับ” ว่าความรักที่พวกเขามีต่อแบรนด์หรือศิลปินนั้น ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง

เพราะโซเชียลมีเดียกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ “แฟนคลับ” คือผู้กำหนดกระแสของศิลปินหรือแบรนด์ว่าจะกลายเป็นไวรัลได้นานแค่ไหน เพราะแฮชแท็กจากกลุ่มแฟนคลับไม่กี่พันคน สามารถกลายเป็นเทรนด์ระดับประเทศภายในเวลาไม่กี่นาที

เวลาที่เราได้เห็นคลิปไวรัลในโซเชียลมีเดียไม่ว่าจะแพลตฟอร์มใด ส่วนใหญ่แล้วเป็นคลิปที่เกิดขึ้นจากแฟนคลับที่ตั้งใจทำให้กับแบรนด์หรือศิลปินที่พวกเขารัก ส่งผลให้คลิปไวรัลส่วนใหญ่ที่ติดเทรนด์ มักเป็นคลิปที่เกิดการบอกต่อของกลุ่มแฟนคลับ และกระจายเข้าสู่ความสนใจของคนทั่วไป เมื่อได้รับผลตอบรับที่ดี กลุ่มแฟนคลับจะยิ่งแสดงความรักด้วยการเผยแพร่เรื่องราวของแบรนด์หรือศิลปินมากขึ้น เพื่อทำให้สังคมออนไลน์ได้เห็นว่าคนที่พวกเขาสนับสนุนนั้นมีคุณค่ามากเพียงใด

พฤติกรรมที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือการดันเทรน์ในโซเชียลมีเดีย การให้ของขวัญมูลค่าสูงแก่ศิลปิน หรือการจัด event อย่างแฟนมีต ที่กลุ่มแฟนคลับยินดีจะจ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อให้ตนเองได้ใกล้ชิดกับศิลปินที่พวกเขารัก  ซึ่งพฤติกรรมทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่ความชอบ แต่เป็น “การประกาศตัวตน” ของแฟนคลับด้วย ว่าพวกเขามีพลังและพร้อมจะใช้พลังนั้นเพื่อผลักดันศิลปิน

และด้วยพลังดังกล่าว จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ศิลปินหรือแบรนด์ที่มีแฟนคลับ มักได้รับการสนับสนุนที่ดีจากสื่อ เพราะเป็นการทำงานที่วินวินทั้งสองฝ่าย เมื่อสื่อได้เผยแพร่เรื่องราวของศิลปินที่มีแฟนคลับจำนวนมาก ทำให้สื่อได้ใช้พลังจากเอ็นเกจในการเรียกความสนับสนุนจากสปอนเซอร์ เช่นเดียวกับศิลปิน เมื่อแฟนคลับมีพลังมหาศาล พวกเขาสามารถเลือกสื่อและแพลตฟอร์มเพื่อใช้ในการเผยแพร่คอนเทนต์ของตนเอง ไปจนถึงต่อยอดการสร้างผลิตภัณฑ์ของตนเอง ที่มั่นใจได้เลยว่ามีกำลังซื้อมหาศาลจากจำนวนแฟนคลับที่มี

ต้องยอมรับว่าพลังของแฟนคลับในยุคโซเชียลมีเดียนั้นมีอิทธิพลมากกว่าในอดีต เพราะพวกเขาสามารถสร้างคุณค่ามหาศาลให้กับแบรนด์หรือศิลปินที่พวกเขาชอบได้ และเอ็นเกจเมนต์ที่เกิดขึ้นไม่จำเป็นต้องปั้นแต่ง หากแต่ใช้คนที่รักจริงมาช่วยทำให้ติดเทรนด์

ในยุคนี้ สถานะของสื่อยังคงอยู่ในพื้นที่ของการเป็นผู้กระจายข่าว แต่แฟนคลับได้รับบทบาทเพิ่มในฐานะผู้สร้างข่าวให้เกิด แพลตฟอร์มอาจเป็นผู้เปิดพื้นที่ แต่แฟนคลับคือผู้ทำให้พื้นที่นั้นมีความหมาย ศิลปินอาจเป็นผู้สร้างผลงาน แต่แฟนคลับคือผู้ทำให้ผลงานถูกพูดถึง และพลังดังกล่าว คือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงบริบทของเนื้อหาที่เราได้เห็นผ่านสื่อในปัจจุบัน