Home Work & Living Living รักตัวเองไม่เจ็บเลยสักวัน อยากเริ่มต้น “รักตัวเอง” ทำได้อย่างไร

รักตัวเองไม่เจ็บเลยสักวัน อยากเริ่มต้น “รักตัวเอง” ทำได้อย่างไร

ในช่วง 1-2 ปีมานี้ เทรนด์ “การหันมารักตัวเอง” หรือ “Self-love” นั้น กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนรุ่นใหม่ ซึ่งคนรุ่นใหม่ที่ว่านี้ไม่ได้นิยามจำกัดแค่คน gen เกิดใหม่ อายุน้อย ๆ เท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงคน gen เกิดก่อน เกิดมานานแล้ว แต่มีความคิดแบบคนรุ่นใหม่ มีชุดความคิดที่เปิดกว้าง ยืดหยุ่น ปรับตัวเข้าหาโลกยุคใหม่ และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง เข้าไปด้วย ดังที่เราเห็นได้ในโลกออนไลน์ กับคอนเทนต์รีวิวการเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองของคนหลาย ๆ คนแบบที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน โดยมักจะเริ่มต้นการรีวิวเหล่านั้นว่า “รักตัวเองไม่เจ็บเลยสักวัน”

การที่ใครสักคนเริ่มคิดได้ว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังเป็นอยู่มันเริ่มไม่ใช่ และถึงเวลาที่ควรจะหันกลับมารักตัวเองได้แล้ว เพราะการมอบความรักให้กับตัวเองอย่างแท้จริง มันไม่เจ็บเลยสักวัน ถือเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักรู้และการให้ความสำคัญกับตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพจิตใจและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากแต่ก่อน

อะไรคือ “การรักตัวเอง”

ทุกวันนี้มีคนมากมายที่ต้องเจ็บปวดเพราะรักตัวเองน้อยเกินไป เราหยิบยื่นความรักให้กับใคร ๆ ก็ได้ แต่กลับมองข้ามการมอบความรักดี ๆ ให้ตัวเอง ที่แย่ยิ่งกว่าคือการที่หลาย ๆ คนพยายามจะทำลายตัวตนของตัวเองเพื่อที่จะนำเอาความรักไปมอบให้กับผู้อื่น อย่างไรก็ตาม การรักตัวเองดูจะยากกว่าการรักคนอื่น เพราะกว่าที่เราจะเริ่มรู้สึกได้ว่าถึงเวลาแล้วนะที่ต้องกลับมารักตัวเอง เราต่างก็เคยผ่านช่วงเวลาที่มองข้ามตัวเองเสมอเพื่อที่จะไปรักคนอื่นก่อนมาโดยตลอด

…แล้วการ “รักตัวเอง” คืออะไร?

หลายคนอาจตีความว่า การรักตัวเอง คือความเห็นแก่ตัว คือการที่ทำอะไรก็ตามเพื่อประโยชน์ของตนเองโดยไม่เห็นหัวคนอื่น แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่เลย การรักตัวเองนั้น คือการสร้างรากฐานทางอารมณ์และจิตใจที่แข็งแกร่งให้กับตัวเอง มันคือการให้คุณค่า เคารพ และยอมรับในสิ่งที่ตัวเราเป็น ไม่ว่าจะข้อดีหรือข้อเสีย และพยายามไม่ให้ปัจจัยภายนอกหรือความคิดเห็นของผู้อื่นมามีอิทธิพลต่อความรู้สึกและการกระทำใด ๆ ของเรา จนทำให้เรารู้สึกไม่ดีกับตัวเอง ดูแลรักษาตัวตนของตัวเอง เพื่อให้เรามีพลังไปทำสิ่งดี ๆ ให้กับตัวเองและคนรอบข้าง

อยากจะเริ่มหันมารักตัวเอง ลองเริ่มต้นแบบ step-by-step

หากจะบอกว่า “การหันมารักตัวเอง” คือการเปลี่ยนแปลงตัวเองก็คงไม่ผิด เพราะมันก็คือการเปลี่ยนตัวเองเป็นเวอร์ชันใหม่ เป็นเวอร์ชันที่ดีขึ้น แต่วัตถุประสงค์ก็คือไม่ใช่เพื่อใครอื่น นอกจากตัวเราเองเท่านั้น

ขั้นที่ 1 เริ่มต้นที่ “การสำรวจและยอมรับ”

ก่อนจะเปลี่ยนแปลง เราต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้เราเป็นใคร เรายืนอยู่ตรงไหน และเราสามารถยอมรับในทุก ๆ ด้านที่เป็นตัวเราได้หรือไม่ คนที่รักตัวเองจะ เข้าใจและยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น ทั้งรูปร่างหน้าตา อารมณ์ ความคิด ความสามารถ ข้อผิดพลาด และแม้กระทั่งความไม่สมบูรณ์แบบของตัวเอง เพราะทุกคนมีจุดอ่อนและจุดแข็ง การจะรักตัวเองให้ได้ คือต้องมองเห็นและยอมรับสิ่งเหล่านี้โดยไม่ตำหนิหรือตัดสินตัวเองอย่างรุนแรง ที่สำคัญต้อง ไม่เปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น เพราะทุกคนมีเส้นทางและประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน การเปรียบเทียบมักนำไปสู่ความรู้สึกด้อยค่าหรือไม่พึงพอใจในตัวเอง การโหยหาไม่มีที่สิ้นสุด จะทำให้เราไม่มีความสุข อาจลองทำง่าย ๆ ดังนี้

  • ให้เวลาตัวเอง ได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองและพิจารณาตัวเองเงียบ ๆ ลองหาเวลาแค่วันละ 5-10 นาที นั่งนิ่ง ๆ อยู่กับตัวเอง ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ลองสังเกตความคิดและความรู้สึกที่เกิดขึ้น โดยไม่ต้องตัดสินว่าดีหรือไม่ดี แค่ “รับรู้” มันเฉย ๆ ก็พอ
  • เขียนบันทึก มันเป็นวิธีที่เราจะได้สนทนาโต้ตอบกับตัวเอง การเขียนจะช่วยให้เราเห็นรูปแบบความคิดและความต้องการของตัวเองชัดขึ้น ดังนั้น ไม่ต้องเขียนให้สวยหรู เพราะมันคือบันทึกที่มีแค่เราเท่านั้นที่รู้ แค่รีวิวสิ่งที่ตัวเองคิดหรือรู้สึก หรือเขียนตอบคำถามง่าย ๆ กับตัวเอง หรือคุยกับเองทุกวัน เช่น
    • วันนี้มีเรื่องอะไรที่ทำให้เรายิ้มได้บ้าง?
    • วันนี้มีอะไรที่ทำให้เรารู้สึกแย่หรือหมดพลัง?
    • เราภูมิใจกับอะไรในตัวเองในวันนี้?
    • ถ้าจะทำให้พรุ่งนี้ดีขึ้น 1% เราจะทำอะไร?
    • วันนี้มีเรื่องอะไรที่อยากจะขอบคุณตัวเอง?
  • ยอมรับตัวเองในทุกด้านให้ได้ มันธรรมชาติของมนุษย์นะที่ทุกคนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย การรักตัวเองคือการยอมรับว่าเราไม่สมบูรณ์แบบ และนั่นเป็นเรื่องธรรมดามาก ๆ เพราะฉะนั้น เลิกกดดันตัวเองให้ต้อง “สมบูรณ์แบบ” ตลอดเวลา

ขั้นที่ 2 ปฏิบัติกับตัวเองด้วย “ความเมตตา”

ลองเปลี่ยนวิธีที่เราปฏิบัติต่อตัวเอง ให้เหมือนกับที่เราปฏิบัติต่อเพื่อนสนิท มองตัวเองด้วยความรักและเอ็นดู และปรารถนาจะให้ตัวเองได้เป็นสุข หรือถ้ามันยังยากอยู่ ลองสงสารตัวเองดูก็ได้ จะได้พอเข้าใจว่าความรู้สึกที่ปรารถนาจะให้ตัวเองได้พ้นทุกข์มันเป็นยังไง ลองเริ่มจาก

  • เปลี่ยนเสียงในหัว เมื่อทำผิดพลาด สังเกตว่าเรามักจะด่าทอตัวเองหรือไม่ (ทำไมโง่แบบนี้, ไม่น่าเลย, ตัวเองทำตัวเอง) ถ้าใช่ ให้ลองเปลี่ยนเสียงในหัวให้เป็นคำพูดที่อ่อนโยนขึ้น เหมือนที่เพื่อนจะปลอบเรา (ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร เริ่มใหม่ได้, มันเป็นบทเรียนที่ดี, อย่างน้อยก็ยังได้ลองทำ ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย)
  • ให้อภัยตัวเองให้เป็น เพราะใคร ๆ ก็ทำผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น การรักตัวเองคือการให้อภัยตัวเองเมื่อทำผิดพลาด พยายามเรียนรู้จากมัน แล้วปล่อยวาง เพื่อให้ตัวเองก้าวต่อไปข้างหน้าได้โดยไม่จมปลักอยู่กับความรู้สึกผิด ให้ความผิดพลาดในอดีตเป็นบทเรียน ไม่ใช่โซ่ตรวนที่ต้องแบกไว้ให้หนักอึ้งตลอดไป
  • ฉลองชัยชนะเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ว่าเป้าหมายจะเล็กแค่ไหน แต่ถ้าทำสำเร็จก็ให้ชมตัวเองเสมอ เช่น วันนี้ตั้งใจจะทำความสะอาดห้อง ก็ทำได้สำเร็จนี่ แกเก่งมาก! การทำแบบนี้จะช่วยสร้างกำลังใจและความรู้สึกดี ๆ ให้ตัวเอง
  • เชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง รับรู้ให้ได้ว่าตัวเรามีคุณค่า มีศักยภาพที่จะทำสิ่งต่าง ๆ และสมควรได้รับสิ่งดี ๆ ในชีวิต เพราะฉะนั้น หากรู้ตัวว่ากำลังฝังกลบตัวเองอยู่กับสิ่งที่ไม่ดี ก็พยายามเดินออกมา พาตัวเองไปหาสิ่งดี ๆ
  • ให้เกียรติตัวเองเสมอ อย่ายอมให้ผู้อื่นละเมิดขอบเขตส่วนตัวหรือทำให้เรารู้สึกไร้ค่า อย่าให้การกระทำหรือคำพูดของคนอื่นมามีอิทธิพลเหนือเกียรติของตัวเราได้เด็ดขาด กล้าที่จะถูกคนอื่นเกลียด แต่อย่าเกลียดตัวเอง

ขั้นที่ 3 ลงมือ “ดูแลตัวเอง” ทั้งกายและใจ 

เพราะการกระทำสำคัญกว่าคำพูด การลงมือดูแลตัวเอง เพราะอยากเห็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีกว่าเมื่อวาน คือการแสดงความรักต่อตัวเองที่ชัดเจนที่สุด ลองพิจารณาดูว่าอยากเห็นตัวเองเป็นแบบไหน เอาที่ตัวเองพอใจ แล้วพาตัวเองไปสู่จุดนั้น

  • ดูแลร่างกาย
    • การนอน พยายามนอนให้มีคุณภาพ 7-8 ชั่วโมง ร่างกายที่ได้พักผ่อนเต็มที่จะส่งผลดีต่ออารมณ์และความคิด ส่งผลดีต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตในระยะยาว
    • อาหาร เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ พยายามเพิ่มผักผลไม้และดื่มน้ำให้มากขึ้น เพื่อให้ตัวเองสุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง แต่ไม่จำเป็นต้องเลิกกินอาหาร (ไม่มีประโยชน์) ที่ตัวเองชอบ เพราะนั่นคือความสุข แค่พยายามลด และควบคุมปริมาณโดยไม่ตามใจปาก
    • การขยับเขยื้อนร่างกาย ไม่ต้องถึงกับสมัครฟิตเนสให้เสียเงิน แค่หาการเคลื่อนไหวที่ชอบและทำได้เรื่อย ๆ เช่น เดินเล่นในสวนตอนเช้า เปิดเพลงเต้นในห้อง หรือเล่นโยคะตามคลิป 15 นาที
    • รักษาสุขอนามัย อย่าทำอะไรที่จะทำให้เรารู้สึกไม่ชอบตัวเอง
  • ดูแลจิตใจ
    • ทำงานอดิเรก กลับไปทำสิ่งที่เคยชอบทำ แค่วันละนิดวันละหน่อยก็พอ หรือลองหาสิ่งใหม่ ๆ ที่ทำให้เราจดจ่ออยู่ได้นาน ๆ จนลืมเวลา
    • ควบคุมอารมณ์และจิตใจ อย่าปล่อยให้ตัวเองเครียด เพราะร่างกายจะตอบสนอง หาสิ่งที่ทำให้เราได้พักผ่อนจากความเครียด ฝึกสติ ทำสมาธิ หรือทำอะไรที่ทำให้จิตใจสงบและมีความสุข
    • พักจากโซเชียลมีเดีย กำหนดเวลาที่จะ “ปลอดหน้าจอ” เพื่อให้สมองได้พักจากการเปรียบเทียบและข้อมูลที่ถาโถมเข้ามา ไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องคนอื่นที่เราไม่จำเป็นต้องรู้ตลอดเวลา
    • เรียนรู้สิ่งใหม่ เพื่อพัฒนาตัวเองในทุกวัน การเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ จะช่วยให้สมองตื่นตัว ตื่นเต้น และเพิ่มความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นการเรียนภาษาใหม่ การทำขนม หรือการฟังพอดแคสต์ดี ๆ

ขั้นที่ 4 สร้าง “ขอบเขต” ที่รู้สึกดีต่อใจ

การรักตัวเอง คือการปกป้องพลังงานและเวลาอันมีค่าของเรา อย่าฝืนทำอะไรในสิ่งที่เราไม่เต็มใจ และรู้สึกว่ามันไม่จำเป็นที่จะต้องทำ ฟังเสียงตัวเองว่าตัวเองต้องการอะไร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าใช้คำว่า “รักตัวเอง” เพื่อเป็นข้ออ้างในการเห็นแก่ตัว เพราะการรักตัวเองควรจะมาพร้อมกับการเคารพผู้อื่น ไม่ใช่การเห็นแก่ตัวและไม่รับผิดชอบต่อสังคม

  • เรียนรู้ที่จะปฏิเสธให้เป็น เราไม่จำเป็นต้องตอบตกลงในทุกเรื่องที่คนอื่นร้องขอ การปฏิเสธในสิ่งที่เกินกำลังหรือไม่ใช่หน้าที่ของเรา ไม่ใช่ความผิดอะไรเลย ดีกว่ารับมาแล้วเราต้องทุกข์ทรมาน
  • จำกัดเวลาอยู่กับพลังงานลบ ถ้าการคุยกับคนบางคนหรือการเสพข่าวบางเรื่องทำให้เรารู้สึกแย่ ให้จำกัดเวลาหรือถอยห่างออกมา
  • ปกป้องตัวเอง หลีกเลี่ยงสถานการณ์หรือผู้คนที่บั่นทอนกำลังใจ หรือสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกแย่กับตัวเอง

รวมลิสต์ไอเทมแนะนำสำหรับการเริ่มต้นรักตัวเอง

เส้นทางแห่งการรักตัวเอง ไม่ได้หมายถึงการซื้อของแพง ๆ หรือต้องทำอะไรที่มันยิ่งใหญ่เสมอไป แต่มันอยู่ที่การให้ความสำคัญกับความต้องการของตัวเอง ทั้งกายและใจ ไอเทมเหล่านี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่จะช่วยสนับสนุนให้เราดูแลตัวเองได้อย่างมีความสุขและยั่งยืนยิ่งขึ้น

ไอเทมที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพใจและการผ่อนคลาย

  • สมุดบันทึกและปากกาสวย ๆ การเขียนระบายความรู้สึก ความคิด ความฝัน หรือแม้แต่บันทึกสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เป็นวิธีที่ดีในการทำความเข้าใจตัวเองและจัดการกับอารมณ์
  • หนังสือดี ๆ สักเล่ม อาจเป็นหนังสือประเภทสร้างแรงบันดาลใจ พัฒนาตัวเอง How to หรือนวนิยายที่พาเราหลีกหนีจากความเป็นจริงสู่โลกแห่งจินตนาการที่น่าสนใจ หรือหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพจิต การอ่านหนังสือเป็นวิธีที่ดีในการพักผ่อนและเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น
  • เทียนหอม/เครื่องพ่นอโรมาพร้อมน้ำมันหอมระเหย กลิ่นหอมบำบัดสามารถช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ลดความเครียด และทำให้รู้สึกสงบมากขึ้น
  • หูฟัง สำหรับฟังเพลงโปรด พอดแคสต์สร้างแรงบันดาลใจ เสียงธรรมชาติ หรือแม้แต่การทำสมาธิแบบมีเสียงนำทาง
  • อุปกรณ์สำหรับงานอดิเรกที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์วาดรูป ไหมพรมสำหรับถักนิตติ้ง อุปกรณ์ทำขนม หรือเครื่องดนตรี การได้ทำในสิ่งที่รักเป็นสิ่งสำคัญในการเติมพลังใจ
  • ชุดอุปกรณ์สำหรับทำสปาที่บ้าน (มาสก์หน้า แช่เท้า เกลือขัดผิว) การปรนเปรอตัวเองเล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและได้มีเวลาอยู่กับตัวเองอย่างเต็มที่ และมันช่วยให้มีความสุขได้จริง ๆ นะ แม้จะเล็กน้อยก็ตาม

ไอเทมที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพกาย

  • ขวดน้ำส่วนตัว การดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานที่สุดสำหรับการดูแลร่างกาย การมีขวดน้ำส่วนตัวที่พกพาง่ายจะช่วยเตือนให้คุณดื่มน้ำได้ตลอดวัน ลองหาขวดน้ำที่มีปริมาตรระบุ จะช่วยให้เราร้ว่าวันนี้เราดื่มน้ำเพียงพอต่อความต้องการแล้ว
  • อุปกรณ์ออกกำลังกายง่าย ๆ (เช่น เสื่อโยคะ ดัมเบลขนาดเล็ก ยางยืด) ไม่จำเป็นต้องเข้ายิมเสมอไป คุณสามารถออกกำลังกายเบาๆ ที่บ้านได้ การมีอุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยให้การเริ่มต้นง่ายขึ้น
  • ชุดนอนที่ใส่สบาย/ชุดเครื่องนอนที่นอนสบายและเหมาะกับการนอนอย่างมีคุณภาพ การนอนหลับพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ และการได้ใส่เสื้อผ้าที่ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายเมื่ออยู่ที่บ้าน เป็นส่วนสำคัญของการดูแลตัวเอง
  • สกินแคร์หรือผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายที่ชอบ การดูแลผิวพรรณ เส้นผม หรือร่างกายให้สะอาดและสดชื่น ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยความงาม แต่ยังช่วยให้คุณรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น
  • อาหารหรือขนมเพื่อสุขภาพที่ชอบ การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์แต่ยังคงถูกปาก จะช่วยให้เรามีความสุขกับการดูแลตัวเองในระยะยาว ไม่รู้สึกว่าฝืนใจตัวเองมากเกินไป