Home Inspiration รถเราไม่เก่าเลย เยือนเวียดนาม ถนนแห่งเสียงแตร (รัว ๆ)

เยือนเวียดนาม ถนนแห่งเสียงแตร (รัว ๆ)

การขับรถในหนึ่งวัน คุณบีบแตรไปกี่ครั้ง? ผมเชื่อว่าบางท่านอาจจะไม่ได้ใช้ “แตร” เลยด้วยซ้ำ สำหรับการขับรถในชีวิตประจำวันในเมืองไทย หรือบางคนซื้อรถมาน่าจะบีบแตรนับครั้งได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิงกับการใช้รถใช้ถนนในเวียดนาม ที่ผมเพิ่งมีโอกาสได้ไปสัมผัสมาครับ

เมื่อช่วงวันที่ 7-10 มิ.ย. ที่ผ่านมา ผมและทีมงานรายการ Journey of Dreams ทางช่อง 9 กด 30 มีโอกาสได้ติดสอยห้อยตามคณะตัวแทนจำหน่ายน้ำมันเครื่องอิเดมิตสึ ร่วมทริปเที่ยวประจำปีกับ บริษัท อิเดมิตสึ อพอลโล (ประเทศไทย) จํากัด ไปที่เวียดนามกลาง “ดานัง-เว้-ฮอยอัน”

สัมผัสแรกหลังจากนั่งรถบัสออกมาจากสนามบินดานังเพื่อมุ่งหน้าไปกินมื้อกลางวัน ด้วยความที่รถในเวียดนามเป็นพวงมาลัยซ้าย ถนนไฮเวย์ต้องขับชิดขวา วนวงเวียนต้องวนขวา เวลาจะแซงรถที่เร็วกว่าก็จะต้องแซงเลนซ้าย ซึ่งเมื่อรถบัสที่ผมนั่งออกจากสนามบินมาได้แป๊บเดียว เสียงแตรจากรถที่แซงมาทางฝั่งซ้าย ดังมาเป็นระยะ

แว่บแรกที่ได้ยิน ผมคิดในใจ “โอโห้! พี่จะรีบไปไหน” แต่เมื่อรถบัสขับไปเรื่อย ๆ รถทุกคันที่แซงซ้ายขึ้นไป คันแล้ว คันเล่า ปรากฏว่าบีบแตรทุกคันครับ! ส่วนพี่โชเฟอร์รถบัสที่ผมนั่งก็ขับไปแบบหน้าตาเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จน “น้องมะลิ” ไกด์สาวชาวเวียดนามประจำรถเล่าให้ฟังว่าการบีบแตรถือเป็นเรื่องปกติของการขับรถที่นี่

ซึ่งตรงข้ามกับบ้านเราครับ เพราะถนนในเมืองไทย เวลาจะแซง เราจะไม่มีการบีบแตรถ้าไม่มีเหตุจำเป็นจริง ๆ บางทีไปบีบยาวไปกลายเป็นดูก้าวร้าว จะมีเรื่องมีราวกันไปอีก แต่ที่เวียดนามนี่ต้องบีบทุกครั้ง บีบได้เลยครับ ไม่มีเรื่องกันแน่นอน เพราะเป็นสัญญาณที่บอกว่า “รถของฉันอยู่ตรงนี้ กำลังจะแซงแล้วนะจ๊ะ โปรดระวังด้วยจ้า”

เท่านั้นยังไม่พอครับ ที่เล่าไปเป็นถนนไฮเวย์ระหว่างเมือง เสียงแตรก็จะมาเป็นระยะ แต่เมื่อถึงช่วงเย็นรถบัสพาเรากลับเข้าเมืองเว้ ได้เห็นการจราจรที่ค่อนข้างวุ่นวาย โดยเฉพาะมอเตอร์ไซค์ ที่ตามข้อมูลจาก Seasia Stats บอกว่า เวียดนามเป็นประเทศที่มีมอเตอร์ไซค์มากที่สุดอันดับ 4 ของโลก รองจากอินเดีย, อินโดนีเซีย และจีน

จากที่ได้ยินเสียงแตรเป็นช่วง ๆ บนทางหลวงระหว่างเมือง พอเข้าในเมือง อห. (โอโห้!) ได้ยินตลอดเวลาครับ คือ ทุกคันบีบหมด ผมเองก็ยังงงว่าพอทุกคันบีบ แล้วคันอื่น ๆ เขาจะรู้ได้ยังไง แต่เอาเป็นว่าคนเวียดนามเขาใช้ชีวิตกันแบบนี้เป็นเรื่องปกติโดยที่ไม่ได้ถือเป็นเรื่องหยาบคาย ไม่มีหันมามองหน้า เพราะทุกคนก็ขับไปตามปกติ

หากจะถามว่า “ซอฟต์พาวเวอร์” ของเวียดนามคืออะไร สำหรับผมยกให้เป็นเมืองแห่งเสียงแตรเลยครับ เป็นการบีบแตรที่คนชาติอื่นได้ยินแล้วอยากมีเรื่องแน่ ๆ แต่ที่นี่เวียดนามหากไม่บีบแตรใส่ บางทีอาจอันตรายกว่าก็ได้ นี่คือแนวทางการใช้รถใช้ถนนที่เป็นเอกลักษณ์และน่าทึ่งจริง ๆ (อันนี้ชมจริง ๆ นะครับ)

ยังไม่รวมถึงจังหวะในการข้ามถนนนะครับ ผมเคยมีประสบการณ์หวาดเสียวในการเดินข้ามถนนที่ลาวมาแล้ว (รถขับชิดขวาแบบเวียดนาม) ตอนนั้นยังเด็กน้อย ข้ามถนนมองขวาก่อนด้วยความมั่นใจ ที่ไหนได้รถมาฝั่งซ้ายครับ 55 งานนี้จึงไม่พลาดที่จะมองซ้ายก่อนเพื่อความปลอดภัย แต่ปัญหาคือ รถที่เวียดนามเยอะกว่าที่ลาวหลายเท่า!

ไกด์สาวบอกว่าเวลาเราข้ามถนน เดินหน้าแล้วห้ามถอยกลับ ช่วงถนนที่มีไฟคนข้ามยังพอทน แต่หากเป็นทางม้าลายกลางสี่แยก เมื่อเราข้ามไปแล้ว รถจะมีจากทุกทิศทาง เสียงแตรอื้ออึง แต่ขอให้มั่นใจ มองให้ถูกฝั่งแล้วเดินข้ามไป รถที่บีบแตรใส่เขาก็อาจจะไม่หยุด แต่จะหาจังหวะหลบคุณเอง ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจท้าทายหากคุณได้ไปเวียดนามครับ

ทั้งหมดเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์บนท้องถนนของเวียดนามที่ผมมีโอกาสได้ไปสัมผัสมาด้วยตัวเองแล้วนำมาเล่าสู่กันฟังครับ ขอบคุณน้ำมันเครื่องอิเดมิตสึกับการเดินทางในทริปนี้ แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ

ปล. “แตร” คืออุปกรณ์ที่ต้องมีในรถทุกคัน กฎหมายจราจรบ้านเรา มาตรา 12 บอกว่า เสียงแตรของรถคุณบีบแล้วต้องได้ยินในระยะไม่น้อยกว่า 60 เมตร หากแตรไม่ดังมีโทษปรับนะครับ แต่เราควรใช้แตรในจังหวะที่เหมาะสม เพราะมาตรา 14 บอกว่า ถ้าบีบแตรลากยาวแบบไม่มีเหตุก็มีความผิดเช่นกัน