Home Inspiration ชีวิตติดลูกหนัง ปีของผู้รอคอย

ปีของผู้รอคอย

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปจอยน์กับงานเลี้ยงฉลองแชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 20 ของแฟนหงส์เมืองไทยที่ร้าน Beer Republic ย่านเพลินจิต จึงได้เห็นความดีใจจากการรอคอยบัลลังก์พรีเมียร์ลีกแบบสมศักดิ์ศรีมายาวนานถึง 35 ปี เที่ยวที่แล้วเมื่อ 5 ปีนั้นได้ตอนโควิด ทําให้แห่กันได้ไม่เต็มที่ลักปิดลักเปิด เพราะต้องลุ้นว่าจะแข่งจบฤดูกาลหรือไม่

สํารวจความมั่นใจแล้ว เดอะ ค็อป หลาย ๆ คนเชื่อว่า ลิเวอร์พูล ของพวกเขาจะเดินหน้าต่อไปสู่บัลลังก์แชมป์สมัยที่ 21 ได้อย่างต่อเนื่อง จากข่าวการเสริมทัพที่น่าตื่นเต้นนั่นเอง

หลังจากนั้นในคืนวันเสาร์ สโมสรเจ้าบุญทุ่มจากแดนนํ้หอม อย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมงต์ ก็สร้างเกียรติประวัติด้วยการทุบหัวงูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน แดดิ้นถึง 5-0

กลายเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร สร้างความสมหวังให้กับนาสเซอร์ เอล คาไลฟี่ เจ้าของทีม ซึ่งตั้งความหวังในถ้วยนี้มาอย่างยาวนาน

1. ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสําเร็จอยู่ที่นั่น

คิดดูแล้วมันก็น่าตลกโชคชะตานะครับ เพราะเปแอสเช นั้นพยายามแล้วพยายามเล่ามาหลายปีดีดัก กว้านซื้อซูเปอร์สตาร์อย่าง เนย์มาร์ เมสซี่ เข้ามา และพยายามเก็บ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ เอาไว้กับสโมสรให้ได้ยาวนานที่สุดแต่ก็ทําไม่ได้ แต่พอวันที่ดาราพวกนี้สาวเท้าก้าวออกจากทีมไปหมดทุกคน เปแอสเชกลับบรรลุความฝันได้สําเร็จทันที

2. ไร้ดาราก็เป็นแชมป์ได้

ทีมใหญ่ของมหาเศรษฐีชุดปัจจุบัน ไม่ได้มีซูเปอร์สตาร์ขวัญใจแฟนบอลอะไรมากมายนัก แค่ อุสมาน เด็มเบเล่ กับ ควิช่า ควารัตสเคเลีย และ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า บางรายเป็นดาวรุ่งที่แทบไม่มีใครรู้จักซะด้วยซํ้อย่าง เดซิเย่ ดูเอ้, เชา เนเวส, นูโน่ เมนเดส, วิลเลี่ยน ปาโช่ แต่ดันโชว์ฟอร์มได้แบบเลอเลิศอย่างไม่มีใครคาดคิด ดังนั้น คํากล่าวที่ว่า ฟุตบอลเล่นกันเป็นทีม ยังได้ผลเสมอ

3. เจาะตาข่ายทีมอิตาเลียนได้ถึง 5 ประตู!

เป็นนัดชิงที่สกอร์หลุดลุ่ยสุดกู่จากแทคติคการเพรสซิ่ง รวมทั้งการสวนกลับเร็วอันทรงประสิทธิภาพของ หลุยส์ เอ็นริเก้ ประกอบกับอินเตอร์นั้น ขาดมิดฟิลด์เกมรับที่เชี่ยวชาญ แถมแผงหลังช้าบวกนัดกันรั่วเข้าเสียอีก ก็เลยโดนสอนเชิงเสียหลุดลุ่ยแบบไม่น่าเชื่อเอาเสียเลยในนัดชิงชนะเลิศ

4. ยอดคนยอดโค้ช หลุยส์ เอ็นริเก้

เคยเป็นอดีตนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ของสเปน แต่ นาทีนี้ ไม่มีใครกล้าปฏิเสธแล้ว ว่าเขาคือยอดกุนซืออย่างแท้จริง เอ็นริเก้ กลายเป็นโค้ชคนที่สองในโลก ที่สามารถกวาดหมดทุกถ้วยในฤดูกาลเดียวให้กับสองสโมสร นั่นก็คือบาร์เซโลนา เมื่อปี 2015 และเปแอสเช ในปี 2025 นี้ เช่นเดียวกับเป๊ป กวาดิโอล่า ซึ่งเคยทําได้เช่นเดียวกันกับบาร์เซโลนา และแมนฯ ซิตี้

ดูบอลสไตล์ของเอ็นริเก้แล้ว ก็ให้นึกถึงผลงานการถอดลีลามาจากทีมชาติสเปนในศึกฟุตบอลยูโร 2024 ที่ผ่านมา โดยการคุมทัพของ หลุยส์ เดอลา ฟูเอนเต้ พาทีมกระทิงดุไปถึงแชมป์ไม่มีผิดเพี้ยน

5. เด็มเบเล่ ฟอร์มกระฉูด

ผมว่าเขาเป็นคนที่ได้รับเครดิตน้อยกว่าผลงานไปเยอะเลยนะครับ จากการที่เคยรับบทตัวเปิดป้อนทางริมเส้น ฤดูกาลนี้ เด็มเบเล่ ขยับเข้ามาเล่นเป็นศูนย์หน้า จากการให้โอกาสของ เอ็นริเก้ ปรากฏว่าทุกอย่างไปโลด เด็มเบเล่ ปรับตัวได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งเรื่องการพักและจ่ายบอล รวมทั้งการจบสกอร์เขายังเล่นได้พริ้วเหมือนตอนอยู่ริมเส้นยังไงยังงั้น แต่ดูมีอิสระและอันตรายมากกว่า

จนทําให้สถิติของ เดมเบเล่ ในซีซันนี้ ลงเล่นให้เปแอสเชไป 48 นัด ยิง 33 ประตู 13 แอสซิสต์บ้าไปแล้วครับ ถ้าจะมีลุ้นบัลลงดอร์ก็คงไม่มีใครว่า!

เมื่อนัดชิงยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ผ่านพ้นไป ก็เหมือนสัญญาณการปิดฤดูกาล ขอส่งท้ายด้วยการแสดงความยินดีกับทีมที่รอคอยมายาวนานอย่าง นิวคาสเซิล (คาราบาวคัพ), คริสตัล พาเลซ (เอฟเอคัพ), ลีดส์ ยูไนเต็ด (เดอะ แชมเปียนชิพ), ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (ยูโรป้าลีก) และปารีส แซงต์ แชร์กแมงต์ (ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก) ซึ่งปีนี้พวกเขาสมหวังหลังจากรอคอยมานานราวกับนัดกันไว้

ส่วนทีมที่ผิดหวัง ก็ขอเอาใจช่วยให้พยายามใหม่ ฤดูกาลหน้าจะได้กลับมีลุ้นอีกครั้งครับ.