Home Inspiration รถเราไม่เก่าเลย ในวันที่ “เฟอร์รารี” ต้องผลิตรถ EV 

ในวันที่ “เฟอร์รารี” ต้องผลิตรถ EV 

ใครจะไปคิดครับว่าค่ายรถซูเปอร์คาร์อย่าง “เฟอร์รารี” ที่ก่อนหน้านี้ยืนยันเสียงแข็งจากผู้บริหาร ว่าไม่มีวันที่จะผลิตรถไฟฟ้าแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ออกสู่ตลาด มาถึงวันนี้ “ม้าลำพอง” กำลังที่จะเตรียมเปิดตัวโปรเจกต์เฟอร์รารีเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนรุ่นแรกในประวัติศาสตร์ภายในปี 2025 นี้ น่าสนใจว่าระดับเฟอร์รารีขยับตัวแบบนี้ เทรนด์รถไฟฟ้ากำลังจะครองโลกจริง ๆ หรือ

ก่อนหน้านี้ กว่าที่สายพานการผลิตรถซูเปอร์คาร์ของเฟอร์รารีจะผลิตรถไฮบริดคันแรกออกสู่ตลาด ก็ต้องรอถึงปี 2013 กับ LaFerrari และมาถึงปี 2019 ถึงเพิ่งจะมี SF90 Stradale ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ผลิตออกมารุ่นแรก เพราะยี่ห้อนี้ขึ้นชื่อเรื่องขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินสูบวีมาอย่างยาวนาน คนที่ซื้อซูเปอร์คาร์ค่ายม้าแดงมาขับ ใคร ๆ ก็อยากสัมผัสสรรถนะของเครื่องยนต์

ล่าสุดครับ Benedetto Vigna ซีอีโอของเฟอร์รารี ออกมาเปิดเผยโปรเจกต์เฟอร์รารีไฟฟ้า หรือ Ferrari Elettrica ว่า ในวันที่ 9 ตุลาคมปีนี้ จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการและแสดงให้ทุกคนได้เห็นถึง “หัวใจของเทคโนโลยี” ที่เฟอร์รารีใส่ลงไปในรถไฟฟ้ารุ่นนี้ และมีกำหนดส่งมอบรถไฟฟ้าล้วนคันแรกของค่ายถึงมือลูกค้าภายในเดือนตุลาคม 2026

มีการเปิดเผยครับว่า ณ ปัจจุบัน ยอดขายทั้งหมดของเฟอร์รารีปี 2024 เกินกว่าครึ่ง (51 เปอร์เซ็นต์) เป็นรถที่ใช้เครื่องยนต์ไฮบริด ขณะเดียวกัน จากข่าวยอดขายรถไฟฟ้าทั่วโลกที่พุ่งพรวดขึ้นมา 29 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสแรกของปี 2025 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ก็ยิ่งทำให้คิดกันไปได้ว่าเทรนด์รถ EV กำลังจะครองโลก ทั้งกลุ่มลูกค้าทั่วไป และกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์

อย่างไรก็ดี หากมองกันให้ดี ผมคิดว่ากลุ่มลูกค้าของเฟอร์รารี่ การที่เขาเลือกซื้อเครื่องยนต์ลูกผสม ไม่ได้หมายความว่าลูกค้ากลุ่มนี้เขาจะก้าวไปสู่การใช้รถไฟฟ้าล้วนในอนาคตแต่อย่างใดครับ การที่เขาใช้ไฮบริด เพราะต้องการที่จะสัมผัสเสน่ห์ของเครื่องยนต์ และต้องการได้รับความแรงที่เพิ่มขึ้นจากพลังไฟฟ้า รวมถึงช่วยประหยัดน้ำมันได้ด้วยนั่นเอง

คงจะมี “สาวกม้าลำพอง” ส่วนน้อยที่จะเดินเข้าไปซื้อรถพลังไฟฟ้าล้วนออกมาขับแบบจริงจัง แม้ว่าจะมีการยืนยันจากซีอีโอว่าจะใส่ “หัวใจของเทคโนโลยี” ลงไปในรถรุ่นประวัติศาสตร์ของค่ายก็ตาม แต่เชื่อได้ครับว่า ฟิลลิ่งการขับขี่ อารมณ์ความรู้สึก อาจจะทำได้ใกล้เคียง ทว่าคงไม่เหมือนกับการขับรถที่มีเครื่องยนต์ขุมพลังสูบวีแบบเป๊ะ ๆ ได้แน่นอน

ขณะที่อีกหนึ่งคำเปิดเผยของ Benedetto Vigna ที่น่าสนใจคือ เฟอร์รารีวางแผนที่จะผลิตรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ไฮบริดต่อไปในอนาคต ควบคู่ไปกับรถพลังไฟฟ้าล้วน นั่นก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้วครับว่า “เฟอร์รารี” ไม่ได้มองว่ารถไฟฟ้าจะครองโลก แถมยังจะเดินหน้าบนเส้นทางเครื่องยนต์สันดาปต่อไปอีกต่างหาก

ถือเป็นแนวทางเดียวกับ “โตโยต้า” ที่ประธานใหญ่ อากิโอะ โทโยดะ ยืนยันว่า EV ไม่ใช่ทั้งหมดของวงการยานยนต์โลก ซึ่งเวลานี้ โตโยต้าผลิตรถเครื่องยนต์สันดาปและเครื่องยนต์ไฮบริดเป็นหลัก ขณะที่รถไฟฟ้าล้วนก็มีผลิตออกมาแล้ว รวมถึงกำลังมุ่งหน้าไปที่พลังงานทางเลือกทั้งไฮโดรเจน และ Sustainable Fuel หรือนํ้ามันเชื้อเพลิงชีวภาพ

พูดง่าย ๆ คือ ไม่ว่าจะไฟฟ้าหรือสันดาปก็ผลิตได้หมด แต่ทั้งเฟอร์รารีและโตโยต้า กำลังทำให้เห็นว่า EV ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เสน่ห์ของเครื่องยนต์ยังขายได้ และหากทำให้เชื้อเพลิงแบบยั่งยืนที่เผาไหม้ออกมาปล่อยมลพิษเป็นศูนย์มีราคาลดลงมาได้ รถเครื่องยนต์สันดาป ก็จะเดินเคียงข้างรถไฟฟ้าไปเรื่อย ๆ หรืออาจจะตลอดไปเลยก็เป็นได้ครับ