เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ระหว่างที่ผู้เขียนนั่งดูข่าวของ NHK World มีข่าวหนึ่งที่ทำให้ผู้เขียนรู้สึกสะท้อนใจไม่น้อย เป็นข่าวเกี่ยวกับด่านเก็บเงินค่าทางด่วนอัตโนมัติในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่นที่เกิดขัดข้องในเช้าวันอาทิตย์ ทำให้การจราจรติดขัด ซึ่งภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ มีรายงานว่าส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานทางด่วนในหลายเส้นทาง เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการแก้ไขโดยให้ผู้ใช้ทางด่วนที่ต้องการจ่ายค่าทางด่วนแบบอิเล็กทรอนิกส์ สามารถจ่ายเงินผ่าน QR Code หรือจ่ายเงินค่าทางด่วนผ่านเว็บไซต์ได้ ในการแถลงถึงปัญหา
แต่ไฮไลต์ของข่าวนี้ไม่ได้อยู่ที่การแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วอย่างเดียว หากแต่เป็นภาพในข่าวที่ถูกเผยแพร่ผ่าน NHK World ซึ่งผู้บริหารระดับสูงของ Central Nippon Expressway Company ออกมาโค้งคำนับยอมรับความผิดพลาดและขอโทษผู้ใช้งานต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น… แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้เห็นการทำงานแบบญี่ปุ่นสไตล์ ทันทีที่เกิดความผิดพลาด พวกเขาจะรีบแก้ไขและออกมาขอโทษทันที
และที่ผู้เขียนบอกว่า “สะท้อนใจ” เพราะคำ “ขอโทษ” ที่แสดงความรับผิดชอบเช่นนี้ คนไทยไม่เคยได้ยิน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน เมื่อเกิดความผิดพลาด สิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือการ “ตามล่าหาแพะมารับบาป” จากนั้น กลุ่มคนที่รู้อยู่แก่ใจตัวเองดีว่า “ทำอะไรลงไปบ้าง” จะรีบไปหลบหลังเงา “แพะ” และชี้เป้าให้คนในสังคมไปร่วมกันรุมประณาม แต่เราไม่เคยได้ยิน “คำขอโทษ” ที่พวกเขาร่วมมือกันจนทำให้เกิดความเสียหาย
จะว่าไป จากประสบการณ์การทำงานของผู้เขียนเอง การออกมายอมรับผิดและขอโทษอย่างจริงใจนั้นไม่ใช่เรื่องที่คนไทยจะทำกัน เพราะเท่าที่ได้ประสบมาด้วยตนเอง จะมีการปลูกฝังความเชื่อที่ว่า “ถ้าขอโทษเท่ากับยอมรับว่าตนเองผิดคนเดียว” และความเชื่อดังกล่าวเติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก จนทำให้เราได้เห็นเรื่องที่ไม่ปกติกลายเป็นเรื่องปกติ
เมื่อสังคมไม่ปลูกฝังให้คนรู้จักรับผิดชอบ และขอโทษต่อความผิดพลาดของตนเอง แต่หัดให้คนเป็น “ศรีธนญชัย” คอยหาข้ออ้างเพื่อให้ตนเองพ้นผิด สุดท้ายเราเลยได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดจากความผิดพลาดจากสาเหตุเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก
พื้นฐานของการขอโทษและยอมรับผิดนั้น ไม่ได้เพียงแค่แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบแต่เพียงอย่างเดียวนะคะ แต่ การขอโทษ คือการยอมรับว่าตนเองได้ทำผิดพลาดไป เป็นวิธีคิดที่จะทำให้สมองได้เรียนรู้และจดจำว่าครั้งต่อไปจะไม่ทำผิดพลาดแบบนี้อีก เพราะการเรียนรู้ที่จะ “ขอโทษให้เป็น” นั้น แม้จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไปแล้วได้ แต่คำสำคัญนี้จะส่งผลต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างแน่นอน
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ