อีกไม่นานแล้วนะครับที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เวลาเปิดตัวกุนซือคนใหม่วัย 39 ปีอย่าง รูเบน อโมริม ถ้าการขอเวิร์กเพอร์มิต หรือใบอนุญาตทำงานไม่มีอะไรผิดพลาดแล้วล่ะก็ เขาจะได้ลงคุมทีมบุกไปเยือนพอร์ตเมนโร้ด ถิ่นของไอ้ม้าขาว อิปสวิช ทาวน์ ในวันที่ 24 พ.ย. นี้เลยทันที น่าตื่นเต้นแทนพวกน้อง ๆ เสียจริง
นอกจากผู้จัดการทีมและทีมสตาฟโค้ชใหม่ยกชุดแล้ว สิ่งที่เราน่าจะได้เห็นก็คือ การปรับระบบการเล่นใหม่ให้กับทีม “ปีศาจแดง” เป็นการยืนแบบกองหลัง 3 คนตามที่ อโมริม ชื่นชอบ โดยมีวิงแบ็กทั้งสองข้างคอยทำเกมรุกอยู่ด้านข้าง คล้าย ๆ กับแผนของ ชาบี้ อลอนโซ่ ทำให้กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น นั่นล่ะครับ
ถึงวันนั้นจริงคงดูแปลกตาไม่ใช่น้อยสำหรับแฟน ๆ ผีแดง เนื่องจากตั้งแต่จำความได้ หลายยุคหลายสมัย ผมแทบไม่เคยเห็นพวกเขาเล่นหลัง 3 จะมีแว่บ ๆ มาบ้างก็ตอนอาจารย์หลุยส์ ฟาน กัล คุมทีมกระมัง
แต่ถ้าจะมาใช้แผนนี้ ค.ศ. นี้ ก็คงไม่มีใครขัดหรอกครับ เพราะฟอร์มช่วงท้ายของยุค เทน ฮาก มันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว
อีกประการ แมนฯ ยูไนเต็ด เองก็มีผู้เล่นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟอยู่เต็มหน้าตัก ไล่มาตั้งแต่ เลนี่ โยโร่, วิคเตอร์ ลินเดอร์ลอฟ, มัทไธจ์ เดอ ลิกต์, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, จอนนี่ อีแวนส์, ลิซานโดร มาร์ติเนซ และ ลุค ชอว์ โดยเฉพาะสองรายหลังนี่เป็นกองหลังเท้าซ้ายที่น่าจะเหมาะกับระบบทริโอ เซ็นเตอร์ นี้ยิ่งนัก
มาร์ติเนซ นั้นเป็นปราการหลังที่ตัวเล็ก พอจับคู่เล่นเป็นปราการหลังตัวกลางคู่แบบเดิมแล้ว รับมือกับลูกโด่งในพรีเมียร์ลีกไม่ค่อยอยู่ ส่วน ชอว์ ถ้าฟิตสมบูรณ์น่าจะมีลุ้นลงเล่นได้ทั้งสองตำแหน่งแนวรับด้านซ้ายในระบบของ อโมริม อย่างแน่นอน ความน่าจะเป็นมากกว่าอยู่ที่ตำแหน่งวิงแบ็กด้านซ้าย โดยมี ไทเรลล์ มาลาเซีย (ไม่ทราบว่ายังอยู่ในสโมสรหรือไม่ หายตัวลึกลับจริง ๆ 555) คอยเป็นตัวแสตนด์บาย
ส่วนวิงแบ็กด้านขวานั้น คงต้องเป็นหน้าที่ของ ดิโอโก้ ดาโลต์ ซึ่งเคยเล่นบทบาทนี้มาแล้วให้กับทีมชาติโปรตุเกส น่าจะเติมเกมรุกได้อย่างร้อนแรง โดยมี นุสซาร์ มาสราอุย คอยสลับสับเปลี่ยน
ไล่ขึ้นมาแดนกลางตัวรับสองคนตามระบบ 3-4-3 นั้น อโมริม ก็มีตัวให้เลือกเพียบเช่นเดียวกัน ตั้งแต่ คาเซมิโร่, มานูเอล อูการ์เต้, ค็อบบี้ ไมนู, คริสเตียน เอริคเซ่น ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกับจุดนี้หรอกครับ เพราะชื่อชั้นดูใช้ได้ทีเดียว
ปัญหามันอยู่ที่ตำแหน่งกองหน้าทั้ง 3 รายนี่สิ ว่าจะจัดได้เข้าท่าเข้าทางขนาดไหน เริ่มจากทางขวาที่กัปตัน บรูโน่ น่าจะถูกดันขึ้นมารับสัมปทาน แอนโธนี่ย์ อยู่ข้างสนามไปก่อน โดยมี อาหมัด ดิยัลโล่ คอยลงมาป่วนเป็นซูเปอร์ซับ เดือดร้อน อเลฮานโดร กานาโช่ ปีกดาวรุ่งที่จะต้องถูกโยกไปเล่นฝั่งซ้ายทับที่ทางของ มาร์คัส แรชฟอร์ด อย่างช่วยไม่ได้
ใครคนใดคนหนึ่งจะได้ลงสนาม และใครอีกคนต้องไปเป็นตัวสำรอง ต้องไปเล่นตำแหน่งอื่น
นาทีนี้ถ้าเทียบฟอร์มและความห้าวแล้ว คงต้องยกหน้าที่นี้ให้กับ กานาโช่ ไปอย่างไม่ลังเล เพราะ แรชฟอร์ด นั้นตั้งแต่หลุดจากตัวจริงทีมชาติอังกฤษแล้วผลงานยังกู่ไม่กลับ เรียกความเชื่อมั่นกลับมาไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองเคยเป็นถึงระดับซูเปอร์สตาร์ในทีมทรีไลออนส์ พรสวรรค์อันเปี่ยมล้นถูกโยนทิ้งไปเสียดื้อ ๆ ด้วยสมาธิและจิตใจที่ไม่แข็งแกร่งพอ
เหลือตำแหน่งสุดท้ายอันสุดสำคัญ นั่นคือศูนย์หน้า อโมริม จะมีนักเตะให้เลือกใช้งานอย่าง ราสมุส ฮอยลุนด์ และ โจชัว เซิร์กซี หรืออาจจะมี แรชฟอร์ด โยกกลับมาเล่นในตำแหน่งเดิม ในกรณีที่กุนซือโปรตุกิส อยากจะลอง
แต่ไม่ว่าจะเป็นทางเลือกไหนในสามคนนี้ ให้ตายเถอะอย่าโกรธกันแฟนผีแดง เพราะคุณภาพมันยังไม่ใช่สักราย!!!
ทนใช้ไปก็เปล่าประโยชน์ หลายครั้งที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ชวดผลการแข่งขันที่ต้องการเพราะจบสกอร์ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่โอกาสเปิดแล้วเปิดอีก จนสุดท้ายทำให้เสียคะแนนที่ล้ำค่าไปให้กับคู่ต่อสู้
มาถึงวันนี้ กุนซือคนใหม่ต้องตัดสินใจให้เด็ดขาด เดือนมกราตลาดเปิดเมื่อไร เดินสาวเท้าเข้าไปเลย ล่าศูนย์หน้าเจ๋ง ๆ มาประดับทีมให้ได้สักคน จะได้แก้ปัญหาปืนฝืดในแดนหน้าเสียที
ไม่ว่าจะเป็น วิคเตอร์ เกียวเคเรส ลูกน้องเก่าวัย 26 ที่ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ซึ่งเคยมีประสบการณ์เล่นในอังกฤษกับโคเวนทรี ซิตี้ มาแล้ว หรือ วิคเตอร์ โอซิมเฮน ดาวยิงวัย 25 ปี ซึ่งตอนนี้อยู่กับ กาลาตาซาราย ในลีกตุรกี
สองรายนี้ รายใดรายหนึ่ง น่าจะเพิ่มประสิทธิภาพและความหวังให้กับแฟน ๆ ผีแดงได้อย่างอึกทึกคึกโครมครับ.






























