ท่านผู้อ่านที่ติดตามคอลัมน์นี้อย่างต่อเนื่อง คงเคยได้อ่านเรื่องเล่าในยุคที่ผู้เขียนทำงานร่วมกับทาง beIN Sports Thailand ในการผลิตรายการสดพรีวิวก่อนเกมการแข่งขันพรีเมียร์ลีก รวมไปถึงรายการกลางสัปดาห์ และรายการวันศุกร์ก่อนถึงเกมการแข่งขัน
เบื้องหน้าที่คุณผู้ชมเห็นนั้น ต้องบอกว่ามีเบื้องหลังการทำงานของผู้คนอีกหลายสิบชีวิตที่ช่วยกันประกอบให้ขึ้นมาเป็นรายการหนึ่งรายการได้ และในช่วงเวลาสามฤดูกาลที่ได้ผลิตรายการให้กับทาง beIN Sports Thailand นั้น ทำให้ผู้เขียนเองมีโอกาสได้ร่วมงานกับผู้คนหลากหลายเชื้อชาติและหลากหลายวิธีการทำงาน แต่มีเรื่องหนึ่งที่มักจะถูกยกขึ้นมาพูดถึงเสมอเวลาเห็นกองโปรดักชันที่อุปกรณ์ชนะเลิศ แต่ Output ที่ออกมาไม่ต่างอะไรจากการใช้อุปกรณ์การถ่ายทำระดับมาตรฐานทั่วไป
“กล้องหนึ่งตัว” ที่ว่านี้ เป็นเรื่องของโปรดิวเซอร์ชาวสิงคโปร์ที่ถูกส่งมาจาก beIN Sports Asia Pacific เพื่อมาถ่ายทำโปรโมตออนแอร์ ใน beIN Sports ซึ่งผู้เขียนได้รับข้อความก่อนที่เขาจะมาถึง ให้ช่วยเตรียมกรีนสกรีน สตูดิโอ พร้อมแปลสคริปต์เป็นภาษาไทยไว้ให้หน่อย
วันที่โปรดิวเซอร์คนดังกล่าวเดินทางมาถึงเมืองไทย ผู้เขียนได้รับแจ้งว่า เขาเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ เรียบร้อย และจะเดินทางมาที่สตูดิโอด้วยตนเอง เวลานั้นสตูดิโอที่ beIN Sports ยังอยู่ในซอยอุดมสุขหรือสุขุมวิท 103 ที่อาจจะเดินทางมาไม่ได้ง่ายนักหากคุณมาจากต่างถิ่น แต่โปรดิวเซอร์ท่านนี้เดินทางมาสตูดิโอด้วยความเรียบร้อย ผู้เขียนมองจากอาคารลงไป จึงได้เห็นชายหนุ่มอายุไม่เกิน 35 ปี สะพายกล้อง DSLR พร้อมกับเลนส์ 70-200 เข้ามาในสตูดิโอ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
เมื่อทักทายกันเป็นที่เรียบร้อย ผู้เขียนพาโปรดิวเซอร์ชาวสิงคโปร์ไปยังสตูดิโอที่จัดเตรียมไว้ มีการจัดไฟเพิ่มเติมเล็กน้อย เมื่อถามว่าต้องการกล้องเพิ่มเพื่อช่วยในการทำงานไหม โปรดิวเซอร์รายนี้กล่าวขอบคุณและปฏิเสธด้วยความสุภาพ โดยแจ้งว่ากล้องที่เขานำมาด้วยเพียงพอแล้ว
เมื่อเซตอัปกล้องและไฟเรียบร้อย พิธีกรแต่ละคนของ beIN Sports Thailand ในเวลานั้นทยอยเข้ามาถ่ายโปรโมตสำหรับฤดูกาลใหม่ ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเรียบร้อยด้วยกล้องตัวเดียว และใช้เวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโมงตามที่ได้แจ้งกันไว้
หลังเสร็จงาน โปรดิวเซอร์รายดังกล่าวได้ขึ้นมาดูการทำงานในแกลเลอรี (สตูดิโอ) ของ beIN Sports เขากล่าวกับผู้เขียนว่า ที่นี่คนทำงานมากกว่าสตูดิโอที่สิงคโปร์อีกนะ (ในเวลาต่อมา ผู้เขียนถึงได้ทราบว่าที่มาของคำพูดดังกล่าวมีความหมายในทางใด)
หลังเดินทางกลับไปสิงคโปร์ได้ประมาณสามสัปดาห์ โปรโมสำหรับฤดูกาลใหม่จากการถ่ายทำด้วยกล้องตัวเดียว ถูกส่งมาให้ผู้เขียนและทีมงานได้รับชม เป็น Output ที่ทำให้ทุกคนอื้ง เพราะไม่เพียงการลำดับเรื่องจะออกมาน่าสนใจเป็นอย่างมากแล้ว การทำงานแบบกล้องตัวเดียว คือใช้ภาพจากกล้องที่เขาบันทึกอย่างเดียวจริง ๆ ที่เหลือ คือความคิดสร้างสรรค์ที่ใส่ลงไปในโปรโมชิ้นดังกล่าว
เรื่องราวของกล้องตัวเดียว กับ Output ที่สุดจะสร้างสรรค์นี้ มักถูกผู้เขียนหยิบยกมาพูดถึงเมื่อทีมงานเริ่มให้ความสำคัญกับอุปกรณ์มากกว่าไอเดีย เพราะต่อให้อุปกรณ์ของคุณจะดีพร้อมแค่ไหน มีเลนส์หรือเครนชั้นเลิศเพียงใด หากขาดซึ่งความคิดสร้างสรรค์ และมุมมองที่แตกต่าง ภาพที่ออกมาก็ไม่ต่างอะไรไปจากการใช้อุปกรณ์ระดับมาตรฐานทั่วไป
ทุกวันนี้ผู้คนมักให้ความสำคัญกับเปลือกที่ฉาบภายนอกมากกว่าคุณค่าที่อยู่ภายใน สุดท้ายเราเลยเจอคนประเภท “เก่งแต่ปาก แสดงตัวว่าเป็นกูรูแต่รู้ไม่จริง” เดินชนกันเต็มเมือง หากจะหลุดรอดได้ คงต้องหันมาให้ความสำคัญกับแก่นมากกว่ากระพี้ที่ห่อหุ้ม แล้วคุณจะพบว่าคนที่เป็นตัวจริงนั้นไม่พูดเยอะจริง ๆ
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ






























