เห็นข่าว “เจ้าหมูเด้ง” ฮิปโปโปเตมัสแคระจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ที่กลายเป็นไวรัลดังไปทั่วโลกชนิดที่สื่อหลักในต่างประเทศพากันเล่นข่าวทุกสำนัก และลามไปจนถึงวงการรถสูตรหนึ่งที่มีบัตรให้ “เจ้าหมูเด้ง” ได้เข้าร่วมชมการแข่งขันแล้ว ก็ให้นึกชมความตั้งใจของคุณอรรถพล หนุนดี ผู้เป็นคีพเปอร์ หรือพี่เลี้ยงผู้ดูแลลูกฮิปโปโปเตมัสแคระอายุ 5 เดือน
จะว่าไปคีพเปอร์ผู้ดูแลลูกฮิปโปแคระ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าหน้าที่เล็ก ๆ สามารถสร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ หากคุณมีความตั้งใจมากพอ
ตามที่ได้ตามข่าว “เจ้าหมูเด้ง” นั้น ทราบว่าคีพเปอร์หรือพี่เลี้ยง อย่างคุณอรรถพลนั้น มีความตั้งใจในการทำให้หมูเด้งดังในโซเชียลให้ได้ เขาตั้งใจด้วยการหาจังหวะถ่ายคลิปลูกฮิปโปโปเตมัสที่กำลังอยู่ในวัยน่ารัก มีเวลาตื่นนอนในช่วงเช้า และมีเวลาในช่วงเย็นอีกครั้งที่จะได้เห็นอาการดีดของหมูเด้ง ภายในส่วนจัดแสดงของฮิปโปโปเตมัสแคระ
ความเพียรพยายามบวกกับความสม่ำเสมอของคีพเปอร์อย่างคุณอรรถพล ทำให้คลิปเจ้าหมูเด้งถูกแชร์กันต่อ ผนวกกับกระแสความชื่นชอบ “หมูเด้ง” ในหมู่ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในศรีราชา ซึ่งใกล้กับสวนสัตว์เปิดเขาเขียว สุดท้ายหมูเด้งกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก ทำให้เราได้เห็นคลิป มีม หรือแฟนอาร์ตหมูเด้งในรูปแบบที่แตกต่างกันไป
ไวรัลลูกฮิปโปโปเตมัสแคระนั้นไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่เป็นความเพียรพยายามที่ไม่ย่อท้อ จนกระทั่งได้จังหวะและเวลาที่เหมาะสม จึงกลายเป็นความสำเร็จอย่างที่เห็น ถ้าวัดค่าทางการตลาดออนไลน์ ต้องบอกเลยว่าคีพเปอร์อย่างคุณอรรถพลนั้นมีความสามารถไม่แพ้แอดมินเพจดัง ๆ เลยทีเดียว แถมไวรัลที่เกิดขึ้นนั้นเป็นออร์แกนิกล้วน ๆ ไม่ต้องบูส หรือใช้ IO ให้เปลืองเงิน
เห็นแบบนี้แล้วให้นึกถึงเพลงนายไข่เจียวของวงเฉลียง เนื้อเพลงที่เล่าถึงผู้ชายคนหนึ่งทำอาหารอร่อยอยู่อย่างเดียวคือไข่เจียว เขาเปิดร้านอาหารขายแต่เพียงไข่เจียวอย่างเดียวและกลายเป็นร้านดัง หนึ่งท่อนในเนื้อเพลงที่ร้องว่า “ขอถามเขาเขาเติมอะไรลงใส่ ขอตอบใส่ความตั้งใจนั้นและแสนสำคัญจริงใจกับไข่”
การทำงานของคุณคีพเปอร์ของหมูเด้งและเพลงนายไข่เจียว ได้ทำให้เราได้เห็นว่าการใส่ความตั้งใจกับสิ่งที่มี สิ่งที่อยู่ตรงหน้า จะสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้จริง
ทุกวันนี้เราอยู่ในสังคมโซเชียลมีเดียทำให้ผู้คนชอบเปรียบเทียบความสำเร็จของตนเองกับความสำเร็จของคนอื่น คนที่ไม่เคยลงมือทำมักมองว่าความสำเร็จที่เห็นผ่านไทม์ไลน์นั้นเป็นของง่าย และมักนึกฝันว่าจะทำบ้าง ส่งผลให้หลายคนมองข้ามสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ใช้เวลาอยู่กับความฝันที่ไม่เคยลงมือทำ สุดท้ายก็ได้แต่นั่งสร้างวิมานในอากาศที่ไม่มีวันเป็นจริง
ไม่ว่าความฝันของคุณจะเล็กหรือใหญ่ ไม่ได้วัดกันที่ผลลัพธ์ว่าคุณประสบความสำเร็จมากหรือน้อยแค่ไหน แต่วัดกันว่า คุณเริ่มต้นลงมือทำเมื่อไร และใส่ความตั้งใจลงไปขนาดไหน…ลองถามตัวเองกันดูค่ะ
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า