Home Inspiration ชีวิตติดลูกหนัง เซาธ์เกต ดีที่สุดแค่พระรอง

เซาธ์เกต ดีที่สุดแค่พระรอง

บทสรุปของทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลยูโร 2024 ทำได้เพียงตำแหน่งรองชนะเลิศเพราะแพ้ทีมที่ดีที่สุดในทัวร์นาเมนต์อย่าง สเปน ไปอย่างฉิวเฉียด 

อดคิดไม่ได้เหมือนกัน ว่าถ้าพวกเขาได้เจอกับทีมที่มีมาตรฐานต่ำกว่านั้นสักเล็กน้อยในนัดชิงชนะเลิศอย่าง ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์ หรือโปรตุเกส ผลจะออกมาเป็นอีกอย่างมั้ย? การรอคอยของแฟนสิงโตคำรามจะสิ้นสุดด้วยตัวเลข 58 ปีหรือไม่?

แต่คงเป็นได้เพียงจินตนาการเท่านั้น ต้องยอมรับว่าอังกฤษทำเต็มที่แล้ว เพราะต้องแบกความกดดันตั้งแต่ก่อนเปิดการแข่งขันลงสนาม ด้วยความที่เป็นทีมขวัญใจมหาชน โดนให้ราคาเกินจริงมาตลอด จนถึงนัดชิงชนะเลิศก็ยังเล่นด้วยความ “เกร็ง” และ “กลัว” หวังเพียงจะจูงคู่ต่อสู้เข้าสู่ช่วงต่อเวลาเท่านั้น ภายหลังตีเสมอได้ แทนที่จะคิดเผด็จศึกให้มันเบ็ดเสร็จเด็ดขาด กลับไปตั้งรับอีกครั้ง

สุดท้ายอังกฤษ ชิงสองสมัยซ้อนต้องกลายเป็นรองแชมป์ไปอีกหนึ่งหน ทิ้งอนาคตไว้ให้คาดเดาว่าจะยอมสร้างทีมใหม่กันหรือไม่ และใครจะขึ้นมาแทนขุนพลที่เริ่มโรยราลงไปอย่าง แฮร์รี่ เคน (31ปี), ไคล์ วอคเกอร์ (34 ปี), จอห์น สโตนส์ (30 ปี), คีแรน ทริปเปียร์ (33 ปี) 

ส่วน แกเร็ธ เซาธ์เกต จะอยู่ต่อหรือถึงทางตันแล้วอันนี้ก็ต้องแล้วแต่เจ้าตัว ซึ่งผลงานถือว่าสอบผ่านในทัวร์นาเมนต์นี้ แต่จะหาทางทำทีมให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้หรือไม่อันนี้น่าคิด หรือจะยอมเดินลงจากตำแหน่งแบบหล่อ ๆ ตอนนี้ ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเขา

เซาธ์เกต นั้นรับงานคุมทีมชาติชุดใหญ่ต่อมาจาก รอย ฮ็อดจ์สัน “ปู่รอย” ที่พาอังกฤษ ล้มเหลวในยูโร 2016 โดยก่อนหน้านั้นทำทีมสโมสร มิดเดิลสโบรช์ อยู่ 3 ปี ต่อด้วยทีมมาโค้ชให้ทีมชาติอังกฤษชุดยู 21 อีก 3 ปี

ตลอดระยะเวลา 8 ปี เขาพาทีมเข้ารอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 2018 และได้อันดับ 4 ที่รัสเซีย ต่อด้วยการเข้าชิงยูโร 2020 ได้รองแชมป์ ต่อมาปี 2022 ในเวิลด์คัพที่กาตาร์ เขาพาทีมไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายพ่ายให้กับฝรั่งเศสตกรอบ และล่าสุดเป็นรองแชมป์ยูโร 2024 ที่ประเทศเยอรมนี

เรียกได้ว่ามาตรฐานไม่ธรรมดาเลยทีเดียวนะครับ ใน 4 ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่เขามีโอกาสเข้าร่วม แม้ลีลาการเล่นจะไม่ได้เร้าใจหรือหวือหวาเท่าที่ควร แต่ได้ผลการแข่งขันตามที่ต้องการ

ก่อนแข่งกับ สเปน นั้น แฟนต่างเอาใจช่วยอังกฤษให้พลิกล็อกสร้างประวัติศาสตร์ให้ได้ เพราะในอดีตนั้นพวกเขาเคยเขี่ยทีม “กระทิงดุ” ตกรอบมาแล้วใน ยูโร 1996 ด้วยการยิงจุดโทษ 4-2 โดยสมัยนั้น แกเร็ธ เซาธ์เกต ยังยืนเซ็นเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ โทนี่ อดัมส์ อยู่เลยนะครับ

น่าเสียดายที่อังกฤษ ยุคนี้ไม่ได้เล่นสวยงามได้เหมือนยุคนั้น ที่มี “เอลเทล” เทอร์รี่ เวนาเบิลส์ คุมทัพ จึงไม่ได้ใจแฟนบอลไปมากเท่าที่ควร

ทันทีทันควันกว่าใคร ก็คืออัตราต่อรองว่าใครจะเป็นตัวแทนของ แกเร็ธ เซาธ์เกต หากว่าที่ท่านเซอร์ตัดสินใจลงจากตำแหน่ง

ปรากฏว่าชื่อของ เกรแฮม พ็อตเตอร์ อดีตกุนซือเชลซี ลอยลำเป็นเต็ง 1 ตามด้วย เอ็ดดี้ ฮาวล์ ผู้จัดการทีม นิวคาสเซิล เป็นอันดับ 2 ต่อด้วย เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่, ลี คาร์สลี่ย์, เป๊ป กวาดิโอล่า, เจอร์เก้น คล็อปป์ และแฟรงค์ แลมพาร์ด เรียงตามลำดับกันลงมา

มีทั้งโค้ชต่างชาติและคนอังกฤษเองให้เลือกแบบจุใจ ท่านผู้อ่านล่ะครับชอบใครเป็นพิเศษ แต่สำหรับผมแล้ว มองว่าถ้าจะให้อังกฤษ ทำลายอาถรรพ์ระดับ 6 ทศวรรษขึ้นไปนั้น มันต้องได้ระดับ เป๊ป หรือ คล็อปป์ เท่านั้นล่ะครับ มันถึงจะมีโอกาสที่ฝันจะเป็นจริง!