จับโป๊ะเพจเฟซบุ๊กปลอม สังเกตให้ดีจะได้ไม่โดนหลอก

ในยุคดิจิทัลที่องค์กรต่าง ๆ ทั้งรัฐและเอกชน รวมถึงแบรนด์สินค้าและคนดัง มักจะมีช่องทางออนไลน์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง “เฟซบุ๊ก” เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกับผู้คนมากมายบนโลกออนไลน์ เพราะสะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย และทันสมัย

ถึงอย่างนั้น เราอาจพบว่าเพจดัง ๆ ใหญ่ ๆ หลายเพจ มีกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีปลอมแปลงบัญชีโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของเพจเหล่านั้นขึ้นมา มีการคัดลอกภาพ เนื้อหา วิดีโอ มาจัดแต่งในบัญชีปลอมที่สร้างขึ้นให้ใกล้เคียงกับเพจจริงมากที่สุด เพื่อที่จะสวมรอยเป็นเพจจริงหลอกลวงให้ผู้คนบนโลกออนไลน์หลงเชื่อทำตามข้อเรียกร้องต่าง ๆ จนสร้างความเสียหายให้แก่เราได้

ซึ่งความเสียหายจากการหลอกลวงบนสื่อสังคมออนไลน์ กลายเป็นการหลอกลวงรูปแบบหนึ่งที่พบมากที่สุดและมีจำนวนผู้ได้รับความเสียหายมากที่สุดในปัจจุบัน เพจปลอมเหล่านี้จะแอบอ้างและสวมรอยว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง (หรือบุคคลธรรมดา) ปลอมเพจเป็นเพจหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชน ปลอมเป็นเพจบริษัท ตลาดหลักทรัพย์ กองทุนรวม หุ้น ปลอมเป็นเพจสถาบันการเงินหรือธนาคาร ปลอมเป็นเพจโรงแรมหรือที่พัก รวมถึงปลอมเป็นเพจห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าออนไลน์ปลอม โดยมุ่งประสงค์ต่อทรัพย์ของเราเป็นสำคัญ

นั่นหมายความว่าการใช้งานโซเชียลมีเดียในทุกวันนี้ เราต้องระมัดระวังเพจปลอมให้มาก และควรรู้จุดสังเกตเพจปลอมต่าง ๆ เพื่อเป็นประโยชน์ในการใช้งานออนไลน์ แยกให้ออกว่าไหนของจริงไหนของปลอม จะได้ไม่หลงเชื่อไปทำตามข้อเรียกร้องจนเกิดความเสียหาย ซึ่งหลัก ๆ แล้ว แฟนเพจเฟซบุ๊กของจริงหรือไม่จริง จะมีจุดสังเกตให้ตรวจสอบได้ประมาณ 4 จุด ถ้าเราลองตรวจสอบเพจเฟซบุ๊กนั้น ๆ ตามวิธีดังนี้แล้ว ก็จะสามารถวางใจได้ในระดับหนึ่งว่าเพจที่เราติดต่ออยู่นี้น่าจะเป็นจริง และจะไม่ตกเป็นเหยื่อข้อเรียกร้องใด ๆ ที่เพจปลอมรับสมอ้าง

1. สังเกตจากเครื่องหมาย Verified Badge เพราะเพจจริงต้องได้รับการยืนยันตัวตน และมีเครื่องหมายรับรองตัวตน

เครื่องหมาย Verified Badge หรือเครื่องหมายเครื่องหมายติ๊กถูกสีน้ำเงิน ที่อยู่ด้านหลังชื่อของเพจ เป็นเครื่องหมายที่ระบุว่าเพจดังกล่าวได้รับการตรวจสอบจากเฟซบุ๊กแล้วว่าเป็นเพจจริง แม้ว่าเวลานี้บัญชีผู้ใช้งานทั่วไปใน เฟซบุ๊กจะสามารถจ่ายเงินเพื่อซื้อเครื่องหมาย Verified Badge ได้แล้ว แต่พวกเฟซบุ๊กแฟนเพจจะยังไม่สามารถซื้อได้ ต้องผ่านขั้นตอนยืนยันตัวตนปกติ ดังนั้น เพจที่ได้รับการยืนยันตัวตนแล้ว ก็สามารถเชื่อถือได้ในระดับหนึ่งเลยว่าเป็นเพจจริง เชื่อถือได้ หากไม่มีให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นเพจปลอม และอย่าเพิ่งไปกดอะไร หรือเชื่อข้อความใด ๆ ที่พบได้ในเพจนั้น ๆ ต้องดูองค์ประกอบอื่น ๆ ร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าเพจที่ไม่มีเครื่องหมาย Verified ทุกเพจจะเป็นเพจปลอมนะ หากเพจไหนที่ยังไม่มีเครื่องหมาย Verified ต้องพิจารณาจากองค์ประกอบอื่น ๆ ร่วมด้วย ในกรณีนี้แนะนำว่าให้เข้าไปดูรายละเอียดและการเคลื่อนไหวของเพจจะดีที่สุด ลองดูว่ามีการโพสต์สม่ำเสมอหรือไม่ ดูที่ยอดไลก์ ยอดกดติดตาม ลองสังเกตการตอบโต้ของลูกเพจว่าเป็นอย่างไร เพราะบางเพจอาจจะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการจ้างหน้าม้ามาอวย โดยใช้คำอวยคล้าย ๆ กัน

2. ดูรายละเอียดของเพจ

เครื่องหมาย Verified Badge ใช้กรองเพจปลอมได้ส่วนหนึ่งก็จริง แต่ก็อย่างที่บอกว่าไม่ใช่ว่าเพจที่ไม่มีเครื่องหมาย Verified จะเป็นเพจปลอมทั้งหมด เราจึงต้องเข้าไปดูรายละเอียดของเพจประกอบ โดยเฉพาะชื่อของเพจ ที่ถ้าอ่านผ่าน ๆ ก็ดูไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ถ้าลองสังเกตดี ๆ ดูทีละตัวอักษร จะพบว่าเพจปลอมหลายเพจมักจะพยายามตั้งชื่อเลียนแบบให้ใกล้เคียงกับเพจจริง แต่มักจะสะกดผิด หรือมีอักษรเพิ่มขึ้นมา มีตัวอักษรบางตัวหายไป หรืออาจมีเครื่องหมายพิเศษ ตัวอักขระพิเศษโผล่ขึ้นมา หากไม่สังเกตให้ดี จะคิดว่าเป็นเพจจริงได้

นอกจากนี้ ให้ลองกดเข้าไปตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานอื่น ๆ ของเพจ เช่น วันที่สร้างเพจ หากเป็นเพจเพิ่งเปิดใหม่ ให้เริ่มสงสัยไว้ก่อนว่าเพจปลอม ดูชื่อของเพจว่าเคยมีการเปลี่ยนชื่อหรือไม่ ถ้ามี ชื่อเก่าคืออะไร ดู URL ของเพจ มีตัวสะกดที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ หรือมีโดเมนแปลก ๆ สังเกตข้อมูลการติดต่อเพจ รวมไปถึงการโพสต์เนื้อหาและการโต้ตอบในเพจ จำนวนคนกดไลก์ และคอมเมนต์ แต่ละโพสต์อาจจะมีผู้คนสนใจและโต้ตอบน้อย หรืออาจจะมีคอมเมนต์ที่ตำหนิ การกดรีแอ็กชันต่าง ๆ บางทีอาจมีคนพยายามบอกเราว่านี่เป็นเพจปลอม ด้วยการกดโกรธทิ้งไว้ รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ต้องสังเกตให้หมด และสังเกตดี ๆ เสียเวลาสักนิดในการตรวจสอบเพจ ใจเย็น ๆ อย่าวู่วาม

สำหรับการเคลื่อนไหวของเพจ ให้ลองสังเกตวิธีการโพสต์เนื้อหาในเพจ และจำนวนไลก์ต่อโพสต์ ส่วนใหญ่เพจจริงหรือเพจที่เป็นทางการ จะโพสต์เนื้อหา 3-4 ครั้งต่อวัน (หรือมากกว่านั้น) โดยจะไม่ทิ้งระยะห่างในการโพสต์แต่ละครั้งนานหลายวันเกินไป และแต่ละโพสต์จะมียอดคนกดไลก์ คนคอมเมนต์จำนวนหนึ่ง แต่ถ้าเจอเพจไหนที่ทิ้งระยะห่างในการโพสต์นานหลายวัน หรือโพสต์เนื้อหารัว ๆ ถี่ยิบ ทว่าแทบจะไม่มียอดไลก์ยอดคอมเมนต์จากผู้ติดตามเลย ให้สังสัยไว้ก่อนว่าเพจนั้นเป็นเพจปลอมที่มิจฉาชีพกำลังพยายามทำเลียนแบบเพจจริง และยิ่งพบโพสต์ที่มีเนื้อหาในโพสต์แปลก ๆ บวกกับมีการจ่ายค่าโฆษณา (ได้รับการสนับสนุน) ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นเพจปลอมเช่นกัน

3. จำนวนผู้ติดตามที่แท้จริง

นอกจากการดูที่เครื่องหมาย Verifie และรายละเอียดของเพจแล้ว อีกสิ่งที่สามารถใช้บอกได้ว่าเพจนั้น ๆ เป็นเพจของจริงหรือเป็นเพจปลอมที่มิจฉาชีพทำเลียนแบบขึ้นมาเพื่อแอบอ้างว่าเป็นเพจใดเพจหนึ่ง ก็คือยอดผู้ติดตามเพจ เนื่องจากเฟซบุ๊กที่เป็นทางการของหน่วยงาน แบรนด์สินค้า หรือคนดัง ส่วนใหญ่มักจะเปิดกันมาเป็นระยะเวลานานประมาณหนึ่ง แต่กลับมียอดผู้ติดตามแค่หลักสิบ หลักร้อย หรือเต็มที่แค่หลักพันนิด ๆ มันเป็นไปได้ยาก เพราะฉะนั้นถ้าเจอเพจไหนที่พยายามอ้างตัวว่าเป็นเพจเบอร์ใหญ่ ๆ แต่มียอดผู้ติดตามจำนวนน้อย สามารถสันนิษฐานได้เลยว่าเป็นเพจปลอม

ทั้งนี้ อาจมีเพจปลอมบางเพจที่พยายามจะทำเนียน ก็คือผู้ติดตามที่ติดตามอยู่ก็เป็นผู้ติดตามปลอม ๆ ที่ปั๊มยอดขึ้นมาเพื่อเอาจำนวน แต่ถ้าสังเกตดี ๆ จะพบลักษณะร่วมกันบางอย่าง เช่น เวลาเข้ามาคอมเมนต์ใต้โพสต์แบบอวยเพจ ก็จะไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด ซึ่งถ้าลองกดเข้าไปดูที่เฟซบุ๊กของผู้ติดตามเหล่านั้น ก็จะพบว่าเป็นแอ็กเคานต์อวตาร แอ็กแอ็กเคานต์หลุม มากกว่าที่จะเป็นแอ็กเคานต์ที่ใช้งานจริง หรือไม่ก็จะใช้วิธีการเขียนจำนวนผู้ติดตามขึ้นมาเองให้เท่า ๆ กับเพจจริง

วิธีสังเกตก็ง่าย ๆ หากใช้เฟซบุ๊กผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ เราสามารถตรวจสอบจำนวนผู้ติดตามได้บนหน้าแรกของเพจ ซึ่งจำนวนผู้ติดตามที่แท้จริงจะต้องแสดงเป็นตัวหน้าสีดำเข้มเท่านั้น และอยู่ติดกับชื่อเพจ แต่ถ้าหากใช้เฟซบุ๊กผ่านเว็บเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์ จะสามารถตรวจสอบจำนวนผู้ติดตามได้บนหน้าเพจ โดยจำนวนผู้ติดตามที่แท้จริงจะอยู่ติดกับชื่อเพจเท่านั้น ดังนั้น อย่าเชื่อจำนวนผู้ติดตามที่ปรากฏในหน้าการค้นหา เพราะจะตรวจสอบได้ยากว่าเป็นจำนวนผู้ติดตามจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงคำอธิบายที่มิจฉาชีพพิมพ์ขึ้นมาเองไว้ที่รายละเอียดของเพจ ซึ่งถ้ามองผ่าน ๆ ก็จะคล้ายจำนวนผู้ติดตามจริง

4. เพจจริงจะไม่ทักข้อความหาผู้ติดตามก่อน

จุดสังเกตสุดท้ายคือ เพจจริงจะไม่ทักข้อความหาผู้ติดตามก่อน ส่วนมากจะมีปฏิสัมพันธ์กับลูกเพจผ่านทางคอมเมนต์มากกว่า เว้นเสียแต่ว่าผู้ติดตามมีข้อสงสัยหรือมีเรื่องแจ้ง และไปทิ้งข้อความไว้ในกล่องข้อความ แอดมินเพจถึงจะมาตอบกลับ ที่สำคัญ เพจจริงจะไม่มีการเรียกเก็บค่าบริการใด ๆ หรือส่งข้อความมาด้วยเนื้อหาว่าเรียกเก็บค่าบริการ และจู่ ๆ จะไม่มีการสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลที่เป็นความลับของผู้ติดตามแต่อย่างใด