
“QR Code สังคมไร้เงินสด” ถือเป็นของใหม่ในบ้านเรา กับการใช้ระบบชำระเงินด้วย QR Code ให้เป็นมาตรฐานเดียว แทนการใช้เงินสดอย่างที่ทุกคนคุ้นเคยกัน และในอนาคตระบบนี้จะใช้อย่างเต็มรูปแบบทั่วประเทศด้วย หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จับมือกับบริษัทผู้ให้บริการบัตรเครดิต สมาคมสถาบันการเงินไทย และสมาคมโทรคมนาคม เพื่อให้มีการใช้ QR Code แบบครบวงจร
QR Code (Quick Response) คือบาร์โค้ด 2 มิติในรูปแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่ใช้แทนข้อมูลต่างๆ โดยตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่ใช้สมาร์ทโฟนสแกนสัญลักษณ์ QR Code ก็จะได้ข้อมูลต่างๆ ที่อยู่ในบาร์โค้ดนั้นๆ ซึ่งปัจจุบัน ประเทศในแถบเอเชียต่างใช้ระบบ QR Code เพื่อใช้จ่ายเงินแทนการใช้เงินสดกันแล้ว
โดยในประเทศจีน การจ่ายเงินผ่านระบบ อี-เพย์เมนท์ (e-payment) ด้วยการสแกนผ่าน QR Code ที่เชื่อมต่อกับบัญชีธนาคารส่วนตัว ถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากร้านค้าปลีกต่างๆ ไม่เว้นร้านขายของข้างทาง หรือบริการขนส่งอย่างรถแท็กซี่
ส่วนประเทศอินเดีย รัฐบาลก็มีนโยบายยกเลิกการใช้ธนบัตร เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้จ่ายเงินในรูปแบบดิจิตอล และเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างสมบูรณ์แบบ แม้แต่ประชาชนในชนบทที่ยากจนก็จำเป็นต้องปรับตัวเข้ากับระบบดังกล่าวให้ได้
ขณะที่สิงคโปร์ ประเทศที่ได้ชื่อว่าอยู่แถวหน้าในเรื่องเทคโนโลยีต่างๆ ก็ยังต้องขยับตาม เพื่อลดการใช้จ่ายด้วยเงินสดอย่างเร่งด่วน และให้ประชาชนหันไปใช้ระบบการจ่ายเงินแบบอี-เพย์เมนท์แทน เพราะมองว่าเอื้อต่อการการทำธุรกิจ อีกทั้งยังลดค่าใช้จ่ายในการผลิตธนบัตรลงได้ด้วย
สำหรับประเทศไทย เพิ่งเปิดตัว Standard QR Code ไปเมื่อช่วงสิ้นเดือนสิงหาคม เพื่อหวังให้ใช้ QR Code เป็นช่องทางในการชำระเงิน รับเงิน หรือทำธุรกรรมต่างๆ แทนการใช้เงินสด โดยสามารถเลือกได้ว่าจะชำระเงินผ่านช่องทางใด ทั้งบัตรเครดิต บัตรเดบิต บัตรเติมเงิน e-wallet (กระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์) และโมบายแบงกิ้ง (บริการธนาคารทางอินเตอร์เน็ต) ซึ่งขณะนี้มีธนาคาร 2 แห่ง ที่ทดลองนำร่องระบบนี้แล้ว คือ กสิกรไทย และไทยพาณิชย์
อย่างไรก็ตาม แม้การใช้จ่ายเงินผ่านระบบ QR Code จะอำนวยความสะดวกทั้งผู้รับเงิน และผู้จ่ายเงิน ไม่ต้องพกเงินสด ไม่ต้องพกบัตรเตรดิต หรือบัตรเดบิต ไม่ต้องกลัวเรื่องเงินหาย หรือการโจรกรรม ไม่ต้องกลัวร้านค้าขโมยข้อมูลจากบัตร ไม่ต้องกลัวเรื่องธนบัตรปลอม อีกทั้งยังช่วยลดภาระค่าใช่จ่ายเกี่ยวกับการการขนส่ง การพิมพ์ธนบัตรให้กับรัฐบาลและธนาคารได้จำนวนมาก
แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังรู้สึกว่าไม่มันใจกับระบบดังกล่าว ด้วยเป็นเทคโนโลยีที่ไม่คุ้นเคย หรือไม่เชื่อใจในเรื่องระบบความปลอดภัยกับการจ่ายเงินผ่านอากาศ ที่ไร้หลักฐานให้จับต้องได้ จึงเป็นที่มาของคำถามที่ว่า มาตรฐาน QR Code สังคมไร้เงินสดจะเกิดขึ้นได้จริงในบ้านเราหรือไม่ และจะได้รับการตอบรับดีเพียงใด
เรื่องนี้ จึงเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องว่าจะพัฒนาระบบ QR Code ให้ได้มาตรฐานอย่างที่วาดฝันไว้หรือไม่ เพราะทางรัฐบาลมุ่งหวังให้ใช้ได้จริงทั่วประเทศภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ โดยเริ่มจากพร้อมเพย์ บริการที่ผูกกับบัญชีธนาคารเป็นลำดับแรก ก่อนพัฒนาต่อยอดให้ใช้ร่วมกับบัญชี e-Wallet, บัตรเครดิต และบัตรเดบิต ต่อไป






























