สัปดาห์ที่แล้ว ต้องบอกว่าเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและท้าทายมากค่ะสำหรับวงการสื่อสารมวลชน ร้อนแรงกันตั้งแต่ถนนวิภาวดีรังสิตไล่ยาวมาถึงถนนพระราม 6 ที่เปิดหน้าสู้เต็มรูปแบบกับอาคารใหญ่ริมถนนพหลโยธิน
เอาเป็นว่าใครที่ทำงานในสายสื่อต่างก็สะดุ้งไปตามกัน เมื่อสถานีดิจิทัลอย่างน้อยหนึ่งช่องประกาศปรับลดพนักงานแบบบอกให้รู้ตัวกันแค่ข้ามสัปดาห์ ขณะที่อีกช่องเริ่มเห็นว่าพาร์ตเนอร์ไม่สามารถสู้กับศึกเรตติ้งได้ จึงดึงรายการกลับมาทำเอง ส่วนคู่แข่งในสนามสตรีมมิ่งสัญชาติไทยสองเจ้าที่เป็นโอเปอเรเตอร์ด้วย เปิดหน้าชนกันด้วยการชิงลิขสิทธิ์การแข่งขันกีฬาระดับโลก
ยังค่ะ ยังไม่หมดเท่านั้น ไหน ๆ จะแลกหมัดกันแล้ว การประกาศเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของ PTG หรือปั๊มน้ำมัน PT ในศึกโมโตจีพีที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เป็นการเซ็นสัญญายาว 3 ปี จากที่ก่อนหน้านี้ผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขันโมโตจีพีที่สนามช้างคือ OR (บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก) มาโดยตลอด นับเป็นการทาบรอย OR ที่เพิ่งจะเปลี่ยนผู้บริหารมาเป็นคุณสมชัย เลิศสุทธิวงค์ (อดีตซีอีโอ เอไอเอส) เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นการรับตำแหน่งที่มาพร้อมกับความท้าทาย “ของแทร่”
ทั้งการปรับลดพนักงานและปรับผังเพื่อเน้นรายการข่าวของสถานีดิจิทัล การชิงลิขสิทธิ์การแข่งขันกีฬาระดับโลกอย่างโอลิมปิกและฟุตบอลยูโร มาจนถึงการทุ่มทุนให้ความสนับสนุนการแข่งขันโมโตจีพีที่สนามช้างของพีทีจี ต้องบอกว่าเป็นข่าวดีสำหรับคนในวงการสื่อและเอเยนซี่ค่ะ ที่ตลาดนี้มีความเคลื่อนไหวออกมา
เรื่องของสถานีดิจิทัลทีวีที่ปรับลดพนักงานหรือปรับผังโดยเน้นไปที่รายการข่าวนั้น ต้องเรียกว่าเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่สัญญาสัมปทานจะหมดลงในปี 2572 หรือในอีกห้าปีข้างหน้า การปรับตัวของช่องใหญ่ริมถนนวิภาวดี รังสิตอาจเป็นแค่แรงสะเทือนแรกเท่านั้น น่าจะมีอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นอีกหลายที่ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะดิจิทัลทีวีในวันนี้ไม่ใช่สื่อร้อนหรือสื่อทรงอิทธิพลเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว หากแต่เป็นอีกหนึ่งสื่อที่ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ว่าจะรับชมหรือไม่รับชม เพราะมีอีกหลายแพลตฟอร์มที่สามารถเสพคอนเทนต์ได้
แต่ทีวีดิจิทัลยังคงความสำคัญในระดับ Mass Media ที่เข้าถึงได้ง่าย หากแต่คนทำงานต้องปรับตัวกันขนานใหญ่ เพราะนี่คือยุคที่ทุกสถานีต้องพยายามทำขนาดของตนเองให้มีความเทอะทะน้อยที่สุด และการทำรายการสดที่ต้นทุนไม่สูงเท่ากับการถ่ายทอดสดกีฬา คือทางเลือกในการเพิ่มเรตติ้งให้กับทางสถานี จึงไม่น่าแปลกใจที่รายการข่าวปรับผังกันใหม่หมดในช่วงเดือนมิถุนายน
ไม่ใช่แค่ทีวีดิจิทัลเกิดแผ่นดินไหว ฟากของโอเปอเรเตอร์หรือผู้ให้บริการระบบเครือข่าย ที่ปัจจุบันในเมืองไทยเหลือแค่ทรูกับเอไอเอส เปิดศึกคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเรียบร้อย เมื่อมีการแถลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (อีกแล้ว) TrueVision Now ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันตัวล่าสุดของทางทรู ที่จะให้บริการสตรีมมิ่งช่องทีวีดัง รายการสด หนัง และซีรีส์ในรูปแบบบอกรับสมาชิก (Subscribe) ได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร 2024 เรียบร้อย จากที่ก่อนหน้านี้หนึ่งวัน (วันพฤหัสฯ) เอไอเอส เพลย์ ประกาศถ่ายทอดสดการแข่งขันโอลิมปิกปารีสเช่นกัน การแข่งขันมหกรรมกีฬาแม้จะไม่ทับซ้อนกัน แต่เชื่อว่าการชิงโอลิมปิกมาจากทรูที่เคยได้ลิขสิทธิ์มาก่อน น่าจะทำให้การซื้อลิขสิทธิ์กีฬาในครึ่งปีหลังดุเดือดมากกว่าเดิม
สุดท้ายการประดาบ ระหว่าง OR และ พีทีจี ต้องบอกว่าคนใจถึงสุดคือคุณเนวิน ชิดชอบ เจ้าของสนาม ที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวมาตลอดว่า OR จะไม่ต่อสัญญาในการให้ความสนับสนุนโมโตจีพี การได้ พีทีจี เข้ามาเสียบแทนไม่เพียงทำให้ พีทีจี ที่มีเวิร์ดดิงมาร์เก็ตติงว่า “ปั๊มน้ำมันอันดับสองที่เป็นเบอร์หนึ่งในใจผู้บริโภค” ได้ใจแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตไปเต็ม ๆ แต่สถานะของ พีทีจี ในเวลานี้ กลายมาเป็นคู่แข่งอย่างเป็นทางการกับเบอร์ใหญ่อย่าง OR เป็นที่เรียบร้อย
ต้องบอกว่าครึ่งปีหลังไล่ยาวไปจนถึงปีหน้า น่าจะเป็นการต่อสู้กันอย่างสนุกของวงการสื่อสารมวลชนและพลังงาน แม้จะประดาบแล้วเลือดเดือดเพียงใด ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีค่ะเพราะมีความเคลื่อนไหว มีการต่อสู้ ช่วงชิง เกิดการแข่งขัน แสดงว่าตลาดนั้นมีศักยภาพ ไม่ต้องมานั่งเหงาหงอยเหมือนในช่วงครึ่งปีแรก
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ