พยัคฆ์ติดปีก

หลังจากยาตราทัพเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ไปพบกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จากเยอรมนี ทีม “ราชันชุดขาว” ส่งผู้เล่นชุดสำรองลงไปยืดเส้นยืดสาย แต่ยังบุกไปถล่ม กรานาด้า ยับเยินถึง 4-0 ในศึกลาลีกา สเปน บ่งบอกว่าเริ่มมีช่องว่างมหาศาลระหว่างพวกเขากับคู่แข่งอื่น ๆ ทั้งในยุโรป และแดนกระทิงดุ

ด้วยวิสัยทัศน์ของท่านประธาน ฟลอเรนติโน่ เปเรซ และความเก๋าเกมของ คาร์โล อันเชล็อตติ ผู้จัดการทีม ทำให้พวกเขาสามารถเปลี่ยนแปลงสโมสรที่เปรียบเสมือนไม้กำลังผุพัง ให้กลายเป็นเรือลำใหม่แล่นฉิวปลิวลมดีเหลือเกิน

จากยุคที่เคยประสบความสำเร็จเป็นเจ้ายุโรป 3 ปีติดต่อกันช่วง 2016-18 เรอัล มาดริด ทยอยปล่อยผู้เล่นชุดตำนานอย่าง ราฟาเอล วาราน, มาเซโล่, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เซคิโอ รามอส, เกเร็ธ เบล, คาเซมีโร่, คาริม เบนเซม่า และน่าจะตามด้วย ลูก้า โมดริช เมื่อสิ้นสุดซีซันนี้

ถือว่าถูกจังหวะจะโคน ไม่เร็วเกินไปและไม่ช้าเกินงาม บางรายได้ค่าตัวกลับมาด้วยทั้ง ๆ ที่หมดสภาพไปแล้ว จะเรียกว่าย้อมแมวขายก็คงไม่ผิดนัก 555 อย่าให้ระบุชื่อเลยว่าเป็นใครบ้าง

ปัจจุบัน “ราชันชุดขาว” มีขุมกำลังที่ยอดเยี่ยมอย่างน้อยตำแหน่งละ 2 คน ไม่เชื่อลองไปไล่เรียงกันดู เริ่มจากผู้รักษาประตูที่พวกเขามีทั้ง ธิโบต์ กูร์ตัวส์, อันเดรีย ลูนิน และ เกป้า อาริซาบาลาก้า

กองหลังในตำแหน่งแบ็กทั้งสองข้าง ดานี่ คาร์บาฮาล, ลูคัส วาสเกซ, ฟราน การ์เซีย และ แฟร์กลอง เมนดี้ ส่วนเซ็นเตอร์แบ็กนั้นเหลือเฟือทั้ง อันโตนิโอ รูดิเกอร์, เอแดร์ มิลิเตา, นาโช่ และ ดาวิด อลาบา

แผงมิดฟิลด์นั้นก็ไม่น้อยหน้าใคร นำโดย เฟเดริโก้ บัลเบเด้, ออเรเลียง ชูอาเมนี่, โทนี่ โครส, ลูก้า โมดริช, เอดูอาร์โด้ กามาวินก้า, ดานี่ เซบายอส

กองหน้า จู๊ด เบลลิ่งแฮม (หน้าต่ำ), โรดรีโก้, วินิซิอุส จูเนียร์, บราฮิม ดิอ๊าซ, โฆเซลู, อาร์ด้า กูแลร์

และแน่นอนกำลังจะตามมาด้วยบิ๊กเนมอย่าง คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ซูเปอร์สตาร์ชาวฝรั่งเศสซึ่งล่าสุดประกาศอำลา เปแอสเช ไปเรียบร้อยแล้ว การได้เอ็มบัปเป้มาเสริมทัพของ เรอัล มาดริด ก็เหมือนพยัคฆ์ติดปีก ลองจินตนาการดูแผงหน้าที่มี วินิซิอุส จูเนียร์ – โรดรีโก้ และ น้องเป้ คอยประสานงานกัน จะมีกองหลังทีมไหนอยากเล่นด้วย?

นั่นเท่ากับว่าจะเปิดโอกาสให้ทีมปรับจากแผน 4-3-1-2 (ไดมอนด์) กลับมาเป็น 4-3-3 หรือจะใช้แผนเดิมต่อไปก็ไม่มีใครว่า เพราะแค่นี้พรี่ ๆ ก็เหลือกินเหลือใช้เต็มทนแล้ว

นั่นเท่ากับว่าเมื่อเริ่มต้นฤดูกาลหน้า เรอัล มาดริด จะเป็นทีมที่อุดมไปด้วยผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์ระดับโลกรุ่นใหม่อย่าง จู๊ด เบลลิ่งแฮม, ออเรเลียง ชูอาเมนี่, คิลิยัน เอ็มบัปเป้ และ วินิซิอุส จูเนียร์ เป็นกำลังสำคัญในอนาคตต่อไปยาว ๆ

ขณะที่เกมรับก็ยังมีนักเตะประสบการณ์สูง (แต่ยังไม่หมดสภาพ) อย่าง อันโตนิโอ รูดิเกอร์, ดาวิด อลาบา และ นาโช่ คอยคุมแดนหลังให้มั่นคง ส่วนแดนกลางยังมี โทนี่ โครส เป็นมันสมอง

มองอย่างนี้แล้ว การยึดครองเป็นเจ้ายุโรปและเจ้าในสเปนช่วงยามที่ บาร์เซโลน่า มีแต่จะถดถอย คงยึดอำนาจไปได้อีกนาน

ที่แน่ ๆ เตรียมลุ้นตำแหน่งแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก สมัยที่ 15 กันก่อนในวันที่ 2 มิ.ย. นี้ เป็นประวัติศาสตร์ของสโมสรมากกว่าทีมใด ๆ ในยุโรป และมีโอกาสจะทิ้งห่างออกไปอีก

ตอนนี้ทั้ง บาร์ซ่า, ยูเวนตุส, เปแอสเช, แอตเลติโก้ มาดริด และ บาเยิร์น ต่างก็พากันแผ่วไปหมด เหลือเพียง เรอัล มาดริด นี่แหละที่ยังซ่าไม่หยุด ฉุดไม่อยู่จริง ๆ.