ชี้!! คนขับรถควรแวะ”พักเปลี่ยนอิริยาบถ” หากต้องนอนในรถ ให้”แง้มกระจก”

นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่พบผู้เสียชีวิต 2 รายในรถ โดยจอดติดเครื่องยนต์นอนในปั้มน้ำมันและปิดกระจกทุกบาน นั้น กรมควบคุมโรค ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า อันตรายของการเปิดแอร์นอนในรถ เนื่องจากในขณะที่เราสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้ ปิดกระจกมิดชิด เท่ากับว่าเป็นการนอนดมก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์(CO) โดยที่ก๊าซพิษเหล่านั้นจะไหลเวียนมาจากระบบแอร์ของรถยนต์ ที่มีการดูดอากาศจากภายนอกมาหมุนเวียนภายในรถ ทำให้คนที่นอนอยู่ในรถขาดอากาศหายใจ ออกซิเจนในเลือดลดต่ำลงทำให้หมดสติ และอาจถึงตายได้ โดยอาการดังกล่าวไม่ได้เกิดอาการแบบเฉียบพลันแต่จะค่อยเป็นค่อยไปแบบไม่รู้สึกตัวขณะที่เรานอนหลับ

โดยที่ผ่านมา พบว่ามีการเสียชีวิตจากการเปิดแอร์นอนในรถเกือบทุกปีอย่างน้อยปีละประมาณ 1-2 ราย เช่น ปี 2553 เสียชีวิต 1 คน ปี 2555 เสียชีวิต 1 ราย ปี 2557 เสียชีวิต 2 ราย ปี 2558 เสียชีวิต 3 ราย (ก.พ. 1 ราย และ ต.ค. 2 ราย) และล่าสุดกรณีดังกล่าวเสียชีวิต 2 ราย

กรมควบคุมโรค ขอแนะนำวิธีปฎิบัติเพื่อความปลอดภัย ดังนี้
1.ควรมีการแวะพักเพื่อปรับเปลี่ยนอิริยาบถเป็นระยะ เพื่อป้องกันอาการง่วงนอน
2.หากรู้สึกง่วงมากๆ และจำเป็นต้องนอนพักในรถยนต์ ควรหาที่จอดในที่โล่ง เมื่อจอดรถแล้ว ดับเครื่องยนต์ แง้มกระจกลงสักนิด 2-3 เซนติเมตร เพื่อระบายอากาศและรับลมจากภายนอก ห้ามเปิดแอร์และปิดกระจกโดยเด็ดขาด
3.ใช้พัดลมแอร์ช่วยให้หลับ เมื่อพร้อมจะหลับก็ให้บิดกุญแจไปที่จังหวะออนเพื่อให้ระบบไฟฟ้าทำงาน แล้วจึงบิดเปิดสวิทช์แอร์ เมื่อเปิดแล้วให้กดที่ปุ่ม A/C หรืออาจจะเป็นรูปรถที่มีลูกศรชี้เข้ามาในตัวรถจากภายนอก ซึ่งพัดลมแอร์จะดูดอากาศมาหมุนเวียนในห้องโดยสาร แม้จะไม่เย็นเหมือนแอร์แต่ก็ทำให้หลับได้เช่นกัน และควรนอนพอให้หายอ่อนเพลียประมาณ 30-40 นาที เมื่อพร้อมแล้วจึงเดินทางต่อ

หากประชาชนพบเห็นผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ หรือพบผู้ที่นอนในรถนานผิดปกติ เคาะเรียกแล้วไม่รู้สึกตัว ขอให้โทรขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์กู้ชีพ โทร 1669 และหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

ที่มา : กรมควบคุมโรค
ภาพประกอบ : pixabay.com